การพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูสาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

ผู้แต่ง

  • ธนาพันธุ์ ณ เชียงใหม่ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

คำสำคัญ:

การอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ, จิ๊กซอว์, วรรณกรรมสำหรับเด็กเพื่อการสอนภาษาอังกฤษ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนต่อการพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็กเพื่อการสอนภาษาอังกฤษของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์และ (2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ในการพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก และส่งเสริมความตระหนักและความเข้าใจในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ชั้นปีที่ 3 จำนวน 54 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน ระยะเวลา 6 สัปดาห์ ๆ ละ 1 คาบ ๆ ละ 2 ชั่วโมง รวม 6 คาบ 12 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยายด้วยค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test for dependent samples      

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้จิ๊กซอว์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก มีคะแนนหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงขึ้น สอดคล้องกับสมมุติฐานการวิจัย ค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9.04 คะแนนก่อนเข้าร่วมกิจกรรม (M = 18.27, SD = 3.36) และคะแนนหลังเข้าร่วมกิจกรรม (M = 27.31, SD = 3.35) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ t = 15.96, p < .05

2. นักศึกษามีความพึงพอใจโดยภาพรวมต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้จิ๊กซอว์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก อยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับสมมุติฐานการวิจัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (M = 4.62, SD = 0.45) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีความรู้ความเข้าใจ (M = 4.27, SD = 0.51) และการนำไปใช้ประโยชน์ (M = 4.70, SD = 0.45)

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ทิศนา แขมมณี. (2555). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุษย์ชานันท์ มณเฑียร และอังคณา อ่อนธานี. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบ 6 ขั้นตอนผ่านวรรณกรรม ภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมการอ่านเชิงวิจารณ์. วารสารภาษาและการสื่อสาร, 12(2), 135–150.

ปรัศนียพร ภูมิสุวรรณ์, กัญญ์ณณัช ศรีประเสริฐ และ นพดล ไพรเรือง. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค Jigsaw เพื่อเสริมทักษะการอ่านคำศัพท์เชิงวิชาชีพ. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 16(1), 67–79.

พิมพร พยุหะ, จารุณี มณีกุล และ นิธิดา อดิภัทรนันท์. (2567). ผลของการใช้เทคนิค Jigsaw ต่อการอ่าน การเขียนสรุป และทักษะทางสังคมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารครุศาสตร์, 32(1), 101–120.

Aronson, E. (1978). The jigsaw classroom. Thousand Oaks: Sage Publications.

Aronson, E., & Patnoe, S. (2011). Cooperation in the classroom: The jigsaw method. (3rd ed.). London: Pinter & Martin.

Byram, M. (2021). Teaching and assessing intercultural communicative competence. Bristol: Multilingual Matters.

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.

Doymus, K. (2008). Teaching science through cooperative learning. Journal of Turkish Science Education, 5(2), 23–33.

Johnson, D. W., Johnson, R. T., & Holubec, E. J. (2013). Cooperation in the classroom. (9th ed.). Minnesota: Interaction Book Company.

Meng, X. (2019). Effects of jigsaw cooperative learning on EFL reading comprehension. International Journal of English Language Teaching, 7(3), 45–55.

Piaget, J. (1973). To understand is to invent: The future of education. New York: Grossman.

Slavin, R. E. (2015). Cooperative learning in schools: What works and why. Retrieved from https://doi.org/10.4324/9781315695477

Tran, T. H., & Lewis, T. (2012). Effects of jigsaw cooperative learning on students’ reading motivation and achievement. English Language Teaching, 5(3), 12–21.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes (M. Cole, V. John-Steiner, S. Scribner, & E. Souberman, Eds. & Trans.). London: Harvard University Press.

Warner, M. (2014). Once upon a time: A short history of fairy tale. NY: Oxford University Press.

Zipes, W. J. (2012). The irresistible fairy tale: The cultural and social history of a genre. NJ: Princeton University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

ณ เชียงใหม่ ธ. . (2025). การพัฒนาทักษะการอ่านวรรณกรรมสำหรับเด็ก โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูสาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 19(2), 117–127. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/EduBSRU/article/view/1347

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย