การสังเคราะห์แนวทางการบูรณาการโครงสร้างศาสตร์ละคร เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนในบริบทการศึกษาไทย
คำสำคัญ:
ศาสตร์ละคร, ละครประยุกต์, การบูรณาการการเรียนรู้, ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21บทคัดย่อ
บทความวิชาการเชิงสังเคราะห์มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) อธิบายพัฒนาการของศาสตร์ละครและละครประยุกต์ในรูปแบบฐานคิดของการเรียนรู้ 2) วิเคราะห์โครงสร้างศาสตร์ละครที่ส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3) นำเสนอแนวทางการบูรณาการโครงสร้างศาสตร์ละครที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทการศึกษาไทย โดยมีวิธีดำเนินการศึกษาใช้การทบทวนวรรณกรรมแบบบูรณาการ คัดเลือกและวิเคราะห์เอกสาร 4 กลุ่ม ได้แก่ แนวคิดศาสตร์ละครและละครประยุกต์ แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์และการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ศาสตร์ละครเป็นฐานการเรียนรู้ จากนั้นจึงวิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่ และสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิด
ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์พบว่า 1) ศาสตร์ละครได้พัฒนาจากรูปแบบศิลปะการแสดงสู่ละครประยุกต์ที่มุ่งใช้กระบวนการละครเพื่อการเรียนรู้ การสื่อสาร และการพัฒนามนุษย์ 2) โครงสร้างศาสตร์ละครประกอบด้วย การสวมบทบาท การทำงานร่วมกัน การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ การใช้จินตนาการ การสะท้อนคิด และการเชื่อมโยงประสบการณ์สู่ชีวิตจริง ซึ่งสามารถส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน 3) นำเสนอกรอบการบูรณาการศาสตร์ละคร 5 มิติ ได้แก่ ประเด็นและเรื่องเล่าที่มีความหมาย บทบาทและมุมมอง การร่วมสร้างและการสื่อสาร การสะท้อนคิดอย่างมีโครงสร้าง และการเชื่อมโยงสู่ชีวิตจริงและสังคม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและประเมินการเรียนรู้อย่างเป็นระบบในบริบทการศึกษาไทย ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงประจักษ์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิผลของกรอบแนวคิดดังกล่าวต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กฤษรา (ซูไรมาน) วริศราภูริชา. (2551). งานฉากละคร เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพมาส ศิริกายะ. (2525). ประพันธศิลป์ของอริสโตเติล. ภาควิชาศิลปกรรมการละคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เพียรพิลาส พิริยาโภคานนท์ และ สราวุฒิ ปิ่นทอง. (2566). การผสานศาสตร์ละครกับวัฒนธรรมการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม, 13(1), 16–28. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/e-jodil/article/view/247777
สดใส พันธุมโกมล. (2531). ศิลปะการละครเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 5). องค์การค้าคุรุสภา.
Kolb, D. A. (2015). Experiential learning: Experience as the source of learning and development (2nd ed.). Pearson Education.
Luo, S., Ismail, L., Ahmad, N. K. B., & Guo, Q. (2024). Using process drama in EFL education: A systematic literature review. Heliyon, 10(11), Article e31936. https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2024.e31936
Ma, L. K., Chung, Y.-B., Shee, E. S.-C., Cheng, G. F.-L., & Dawson, K. (2024). How does drama-based pedagogy enhance learning and teaching in psychology? An exploratory mixed-method study. Psychology Teaching Review, 30(2), 53–75.
Mezirow, J. (2000). Learning as transformation: Critical perspectives on a theory in progress. Jossey-Bass.
OECD. (2019). OECD learning compass 2030. OECD Future of Education and Skills 2030. https://www.oecd.org/education/2030-project/
Prentki, T., & Preston, S. (Eds.). (2008). The applied theatre reader. Routledge.
Snyder, H. (2019). Literature review as a research methodology: An overview and guidelines. Journal of Business Research, 104, 333–339. https://doi.org/10.1016/j.jbusres.2019.07.039
UNESCO. (2024). UNESCO framework for culture and arts education. UNESCO World Conference on Culture and Arts Education, Abu Dhabi. https://www.unesco.org/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง