ล้านนาสร้างสรรค์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL <p><strong>วารสารล้านนาสร้างสรรค์</strong></p> <p> วารสารล้านนาสร้างสรรค์ เป็นวารสารทางวิชาการที่มุ่งส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้ งานวิจัย งานวิชาการ และผลงานสร้างสรรค์ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงมิติทางศิลปกรรม การออกแบบ สถาปัตยกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับสากล โดยเฉพาะการส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาให้ได้รับการศึกษา อนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดอย่างสร้างสรรค์</p> <p> วารสารล้านนาสร้างสรรค์จึงเป็นสื่อกลางในการรวบรวม ถ่ายทอด และเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการวิจัย การสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางศิลปะ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ชุมชน สังคม และวงวิชาการต่อไป</p> <p><strong><br />วัตถุประสงค์<br /></strong> 1. เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ งานวิจัย บทความวิชาการ และผลงานสร้างสรรค์ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศาสตร์การสร้างสรรค์ ครอบคลุมสาขาทัศนศิลป์ การออกแบบ ประยุกต์ศิลป์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สื่อศิลปะ ศิลปะการถ่ายภาพ ศิลปศึกษา ศิลปะการแสดง ปรัชญาศิลป์ สุนทรียศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม<br /> 2. เพื่อเป็นพื้นที่ทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ศิลปิน นักออกแบบ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับสากล<strong><br /></strong> 3. เพื่อส่งเสริมการศึกษา อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมล้านนาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้สามารถประยุกต์ใช้ในบริบทร่วมสมัย สร้างคุณค่าต่อชุมชน สังคม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน<strong><br /></strong></p> <p><strong><br />กำหนดออกเผยแพร่วารสาร<br /></strong></p> <p>ปีละ 2 ฉบับ<br /> ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>*</strong>โดยตั้งแต่ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2569) เป็นต้นไป วารสารจะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ จำนวน 3 ท่าน ที่มาจากหลากหลายสถาบัน</p> <p><strong><br />ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่</strong><br /> วารสารล้านนาสร้างสรรค์ ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความ</p> <p><strong><br />หน่วยงานผู้รับผิดชอบ<br /></strong> คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา <br />95 หมู่ 2 ถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300<br /> โทรศัพท์ 083-5820788</p> <p><strong>เว็บไซต์ วารสาร</strong> https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL</p> <p><strong>Emal:</strong> jclartjournal@rmutl.ac.th</p> <p> </p> คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา th-TH ล้านนาสร้างสรรค์ 3088-3741 ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## การออกแบบสร้างสรรค์เตียงอเนกประสงค์สำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 ปี https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2486 <p> บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเตียงนอนสำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 ปี 2) เพื่อออกแบบและพัฒนาเตียงอเนกประสงค์สำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 ปี</p> <p>3) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเตียงอเนกประสงค์ เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปกครองของเด็กวัยแรกเกิด ถึง 6 ปี ภายในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าร้อยละ และนำเสนอในรูปแบบพรรณนาประกอบความเรียง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดเห็นของผู้บริโภคส่วนใหญ่เกี่ยวกับเตียงนอนสำหรับเด็กแรกเกิด ถึง 6 ปี พบว่า ต้องการความแข็งแรง ปลอดภัย ร้อยละ 19 เตียงสำหรับเด็กในปัจจุบันใช้งานได้รูปแบบเดียว ร้อยละ 33.00 ไม่มีประโยชน์ใช้สอยอื่น ร้อยละ 22.00 วัสดุทำความสะอาดยาก ร้อยละ 35.00 รูปแบบเรียบง่าย ร้อยละ 48.00 2) การออกแบบและพัฒนาเตียงอเนกประสงค์ พบว่า แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากวาฬสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ พลัง และความโชคดี เตียงสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน 4 รูปแบบ คือ เตียงเด็กวัยแรกเกิด, เด็กอายุ 1 – 3 ปี, เด็กอายุ 4 – 6 ปี และโต๊ะเขียนหนังสือ 3) การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พบว่า โครงสร้างเตียงทำจากวัสดุไม้ยางพาราประสาน ชั้นวางของทำจากพลาสติก ABS ขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีการฉีดขึ้นรูป มีลำโพงระบบสัญญาณบลูทูธ และชุดโมบาย</p> จรูญรัตน์ นามแก้ว ตระกูลพันธ์ุ พัชรเมธา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-28 2026-06-28 1 1 1 13 การออกแบบภาพกราฟิกสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อผลิตป้ายประชาสัมพันธ์ สำหรับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2499 <p>บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) ออกแบบภาพกราฟิกสถานที่ท่องเที่ยวประจำอำเภอในจังหวัดลำพูน 2) ผลิตป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว สำหรับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดลำพูน 3) ประเมินผลงานการออกแบบป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน โดยศึกษาข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดลำพูน และเก็บข้อมูล ประชากรในการวิจัย ได้แก่ นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูน อายุ 25–35 ปี จำนวน 100 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การออกแบบภาพกราฟิกสถานที่ท่องเที่ยวประจำอำเภอในจังหวัดลำพูน ใช้แนวคิดการเฉลิมฉลองครบรอบ 1,343 ปี จังหวัดลำพูน ถ่ายทอดเอกลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของ 8 อำเภอในรูปแบบภาพกราฟิก 2 มิติ 2) ผลิตป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสำหรับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดลำพูน ขนาด 3 × 3 เมตร เพื่อติดตั้งในพื้นที่สำคัญของจังหวัด 3) ผลการประเมินโดยนักท่องเที่ยวมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก (4.52) แสดงถึงสื่อภาพและกราฟิกมีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้และแรงจูงใจทางการท่องเที่ย<em>ว</em>ของจังหวัดลำพูนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง</p> จันทร์จิรา นที กนกพร ใจเนตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-28 2026-06-28 1 1 14 26 การออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยสไตล์เพรปปี้ ผสมผสานกับ สตรีทแวร์ ด้วยเทคนิคการลงยาสีจากลวดลายเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ตำบลหัวฝาย อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2500 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์เครื่องแต่งกายการฟ้อนนกกิ่งกะหร่าและเทคนิคคินสึงิในฐานะแนวคิดสำหรับการสร้างสรรค์เครื่องประดับ 2) ออกแบบและผลิตเครื่องประดับร่วมสมัยจากเศษเซรามิกด้วยเทคนิคคินสึงิ และ 3) ประเมินคุณภาพเครื่องประดับร่วมสมัยจากเศษเซรามิกด้วยเทคนิคคินสึงิ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยบูรณาการการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริโภคสุภาพสตรีอายุ 35–44 ปี ผู้ประกอบการเซรามิก ผู้มีความรู้เกี่ยวกับการฟ้อนนกกิ่งกะหร่า และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องประดับ รวมจำนวน 70 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และแบบประเมินคุณภาพเครื่องประดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์สำคัญของเครื่องแต่งกายการฟ้อนนกกิ่งกะหร่าปรากฏเด่นชัดในองค์ประกอบด้านลำตัว ปีก และหาง โดยเฉพาะปีกและหางซึ่งสะท้อนรูปทรง สีสัน จังหวะการเคลื่อนไหว และความวิจิตรทางหัตถศิลป์ สามารถนำมาวิเคราะห์และถอดสัญญะเป็นรูปทรงเรขาคณิตเพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน เทคนิคคินสึงิสามารถยกระดับเศษเซรามิกที่หมดประโยชน์จากการใช้งานเดิมให้เกิดคุณค่าใหม่ ทั้งด้านความงาม ความหมาย และความยั่งยืน ผลการออกแบบและผลิตได้ต้นแบบเครื่องประดับ 1 ชุด ประกอบด้วย สร้อยคอ ต่างหู และกำไลข้อมือ ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า คุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.24 สะท้อนว่าเครื่องประดับดังกล่าวสามารถบูรณาการคุณค่าทางวัฒนธรรม การออกแบบร่วมสมัย และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ</p> สุพจน์ ใหม่กันทะ จุฑามาศ ดอนอ่อนเบ้า ซันตานา เบลล์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 1 1 27 41 การออกแบบและพัฒนาชุดที่นั่งภายนอกอาคารสำหรับพื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซ บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เจ็ดยอด https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2527 <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักศึกษาและผู้ใช้งานในคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ 2) เพื่อออกแบบและพัฒนาชุดที่นั่งภายนอกอาคารสำหรับพื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซ บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เจ็ดยอด และ 3) เพื่อส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและสุขภาวะในการเรียนรู้ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ประชากรคือ กลุ่มนักศึกษา อาจารย์และเจ้าหน้าที่ ภายในคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกโดยวิธีเจาะจงจาก กลุ่มนักศึกษา จำนวน 70 คน อาจารย์ จำนวน 20 คน และเจ้าหน้าที่จำนวน 10 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน เครื่องมือในเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และการมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมและความต้องการของนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ในคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่ใช้บริเวณหน้าห้องเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกใช้ชุดที่นั่ง ได้แก่ ทำเลที่ตั้งบริเวณหน้าห้องเรียน รูปทรงและสีของชุดที่นั่งที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ของคณะ กิจกรรมหลักคือการนั่งพักผ่อนและทำงานชั่วคราว 2) การออกแบบและพัฒนาชุดที่นั่งภายนอกอาคารสำหรับพื้นที่ โคเวิร์คกิ้งสเปซ บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เจ็ดยอด ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบที่มีประโยชน์ใช้สอย เช่น ปลั๊กไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวก ร่มสำหรับบังแดด ในรูปแบบโมดูลาร์ดีไซน์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย รองรับกิจกรรมการนั่งพักผ่อนและการทำงานสไตล์โมเดิร์น และ 3) การส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและสุขภาวะในการเรียนรู้ เป็นลักษณะชุดที่นั่งที่สามารถมองเห็นหน้ากันคล้ายการประชุม พูดคุยกัน และสร้างบรรยากาศการส่งเสริมการเรียนรู้และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในคณะ</p> ชนะภัย นามยี่ กัลยา วรรณชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 1 1 42 55 การออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยจากเศษเซรามิกด้วยเทคนิคคินสึงิ โดยใช้แนวคิดจากเครื่องแต่งกายการฟ้อนนกกิ่งกะหร่า https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2483 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์เครื่องแต่งกายการฟ้อนนกกิ่งกะหร่าและเทคนิคคินสึงิในฐานะแนวคิดสำหรับการสร้างสรรค์เครื่องประดับ 2) ออกแบบและผลิตเครื่องประดับร่วมสมัยจากเศษเซรามิกด้วยเทคนิคคินสึงิ และ 3) ประเมินคุณภาพเครื่องประดับร่วมสมัยจากเศษเซรามิกด้วยเทคนิคคินสึงิ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยบูรณาการการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริโภคสุภาพสตรีอายุ 35–44 ปี ผู้ประกอบการเซรามิก ผู้มีความรู้เกี่ยวกับการฟ้อนนกกิ่งกะหร่า และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องประดับ รวมจำนวน 70 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และแบบประเมินคุณภาพเครื่องประดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์สำคัญของเครื่องแต่งกายการฟ้อนนกกิ่งกะหร่าปรากฏเด่นชัดในองค์ประกอบด้านลำตัว ปีก และหาง โดยเฉพาะปีกและหางซึ่งสะท้อนรูปทรง สีสัน จังหวะการเคลื่อนไหว และความวิจิตรทางหัตถศิลป์ สามารถนำมาวิเคราะห์และถอดสัญญะเป็นรูปทรงเรขาคณิตเพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน เทคนิคคินสึงิสามารถยกระดับเศษเซรามิกที่หมดประโยชน์จากการใช้งานเดิมให้เกิดคุณค่าใหม่ ทั้งด้านความงาม ความหมาย และความยั่งยืน ผลการออกแบบและผลิตได้ต้นแบบเครื่องประดับ 1 ชุด ประกอบด้วย สร้อยคอ ต่างหู และกำไลข้อมือ ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า คุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.24 สะท้อนว่าเครื่องประดับดังกล่าวสามารถบูรณาการคุณค่าทางวัฒนธรรม การออกแบบร่วมสมัย และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ</p> <p> </p> ญาดา ดวงทวี ตยานิตย์ มิตร์แปง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 1 1 56 72 การสร้างสรรค์ศิลปะสิ่งทอสำหรับแขวนผนังในรูปแบบร่วมสมัยด้วยการบูรณาการอัตลักษณ์ประเพณียี่เป็งล้านนาเพื่อส่งเสริม ซอฟพาวเวอร์ ด้านหัตถกรรมของไทย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JCL/article/view/2484 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลและสัญลักษณ์ของประเพณียี่เป็งที่มีศักยภาพในการเป็นซอฟพาวเวอร์ ของประเทศไทย และ 2) เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะสิ่งทอสไตล์ศิลปะสิ่งทอร่วมสมัย สำหรับแขวนผนัง โดยใช้ลักษณ์ประเพณียี่เป็งด้วยวัสดุสิ่งทอในภาคเหนือตอนบน ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคในเพจหรือกลุ่มออนไลน์ที่สนใจงานศิลปะและหัตถกรรม จำนวน 103 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง แบบประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อแบบร่างผลงาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่และค่าร้อยละ</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ประเพณียี่เป็งล้านนา โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีความหมายเชิงศาสนา ความเชื่อ วิถีชีวิต และสุนทรียภาพอย่างลึกซึ้ง องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ โคมลอย พระธาตุดอยสุเทพ ดวงจันทร์ ดวงดาว และบรรยากาศแห่งศรัทธา สามารถสะท้อนคุณค่าทางจิตวิญญาณ ความหวัง และความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา อันนำไปสู่การส่งเสริม ซอฟพาวเวอร์ ของไทยได้ ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์ ผู้วิจัยพัฒนาแบบร่าง 3 รูปแบบ และนำผลประเมินมาสังเคราะห์เป็นผลงานต้นแบบชื่อ <em>“แสงแห่งศรัทธา ใต้ฟ้ายี่เป็ง”</em> โดยใช้วัสดุหลัก ได้แก่ ฝ้าย ไหมอีรี่ เยื่อปอสา รังไหม และเส้นใยกัญชง ร่วมกับเทคนิคการทอ การขด การปักพรม การถักโครเชย์ การขึ้นรูปสามมิติ และการปักมือ ผลงานปรากฏการสะท้อนถึงการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ และแนวคิดความยั่งยืน สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเชิงวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริม ซอฟพาวเวอร์ ด้านหัตถกรรมไทยในบริบทร่วมสมัย</p> จริยา กวมอำไพ ญาณิศา โกมลสิริโชค ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Creative Lanna https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 1 1 73 86