วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS <p>วารสารมีนโยบายฯ รับตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการในด้านการจัดการ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมศาสตร์ การเมืองการปกครอง และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย</p> th-TH journalips01@gmail.com (ดร.อำนวย บุญรัตนไมตรี) journalips01@gmail.com (ดร.สุพัตรา ยอดสุรางค์) Wed, 31 Dec 2025 16:54:59 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 กระบวนการตรวจสอบภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดนครสวรรค์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1600 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาบริบทการตรวจสอบภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดนครสวรรค์ และ 2) ศึกษากระบวนการตรวจสอบภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดนครสวรรค์ การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการตรวจสอบภายใน ทั้ง 8 แห่ง คัดเลือกผู้ให้ข้อมูล 24 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากจากเอกสาร และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาแบบอุปนัย</p> <p><strong> </strong>ผลการศึกษาพบว่า บริบทการตรวจสอบภายในอยู่ภายใต้การกำกับของปลัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีความชัดเจนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ด้วยการจัดทำกฎบัตรและคู่มือปฏิบัติงาน มีแนวปฏิบัติยึดหลักคุณธรรมและจรรยาบรรณเพื่อให้การตรวจสอบเป็นอิสระ โปร่งใส และเชื่อถือได้ โดยเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาล ป้องกันการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ ส่วนกระบวนการตรวจสอบภายในประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การวางแผนงานตรวจสอบ กำหนดวัตถุประสงค์ ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปี (2) การปฏิบัติงานตรวจสอบ เตรียมความพร้อม เก็บรวบรวมข้อมูล ประเมินผลและจัดทำรายงานเบื้องต้น (3) การรายงานผลการตรวจสอบ วิเคราะห์ จัดทำรายงานและเผยแพร่ผล และ (4) การติดตามการตรวจสอบ วางแผนและดำเนินการติดตามผล พร้อมเสนอแนวทางป้องกันระยะยาว</p> Phimchanok Kasetkit ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1600 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 พลังชุมชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงของ องค์การบริหารส่วนตำบลนครสวรรค์ออก จังหวัดนครสวรรค์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1610 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการสร้างพลังชุมชน 2) ศึกษาปัญหาของการสร้างพลังชุมชน และ 3) หาแนวทางการพัฒนาการสร้างพลังชุมชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์การบริหารส่วนตำบลนครสวรรค์ออก จังหวัดนครสวรรค์ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบล นักพัฒนาชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบล และประชาชนในท้องถิ่น จำนวน 17 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมสนทนากลุ่ม จำนวน 10 คน และวิเคราะห์เนื้อหาแบบอุปนัย</p> <p><strong> </strong>ผลการศึกษาพบว่า 1) กระบวนการสร้างพลังชุมชนประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ชุมชนเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียง (2) การรวมกลุ่มและจัดตั้งองค์กร เพื่อสร้างโครงสร้างการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ (3) การพัฒนาและขยายผลโครงการ ผ่านขั้นตอนสำรวจ วางแผน ดำเนินงาน และประเมินผล (4) การเสริมผู้นำและเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มต่าง ๆ และ (5) การติดตามประเมินผลเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดอย่างยั่งยืน 2) ศึกษาปัญหาของการสร้างพลังชุมชน พบประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การมีส่วนร่วมของชุมชนยังไม่เข้มแข็ง ความเข้าใจน้อย การรวมกลุ่มไม่มั่นคง และขาดระบบติดตาม (2) การสื่อสารไม่ทั่วถึง ไม่มีช่องทางที่เหมาะสม และขาดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล (3) ด้านทรัพยากรและงบประมาณมีข้อจำกัด ทั้งแหล่งทุนและทรัพยากรสนับสนุน (4) ผู้นำและบุคลากรยังขาดทักษะและไม่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง และ (5) ชุมชนยังประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ไม่เต็มที่ โครงการไม่ยั่งยืน และไม่มีระบบถอดบทเรียน 3) หาแนวทางการพัฒนาการสร้างพลังชุมชน ประกอบด้วย (1) เสริมความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการรวมกลุ่ม พัฒนาผู้นำ และติดตามผลต่อเนื่อง (2) พัฒนาช่องทางสื่อสาร สร้างสื่อความรู้ และเชื่อมเครือข่ายข้อมูล (3) บริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หนุนเสริมกองทุนชุมชน และติดตามการใช้งบประมาณ (4) พัฒนาศักยภาพผู้นำ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการใช้เทคโนโลยี และ (5) ส่งเสริมการอบรมเชิงปฏิบัติ ใช้ผู้นำเป็นต้นแบบ และบูรณาการหลักพอเพียงในแผนงานเพื่อความยั่งยืนของชุมชน</p> Hathaichanok Kasetkit ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1610 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวทางการพัฒนาตำบลเข้มแข็งสู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ตำบลหนองยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1603 <p>บทคัดย่อ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) บริบทเขตพื้นที่ตำบลหนองยาว 2) ศักยภาพการบริหารจัดการตำบลเข้มแข็งสู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืน และ 3) แนวทางการพัฒนาตำบลเข้มแข็งสู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ตำบลหนองยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ คณะผู้บริหาร คณะผู้ปฏิบัติงาน ภาคประชาชน และภาคเอกชนและสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 26 คน คัดเลือกด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการประชุมสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาแบบอุปนัย ผลการศึกษาพบว่า 1) บริบทเขตพื้นที่ตำบลหนองยาวพบว่า ตำบลหนองยาวเริ่มพัฒนา “ตำบลเข้มแข็ง” อย่างเป็นรูปธรรมหลังปี 2562 โดยน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาใน ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และได้รับคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบของอำเภอลาดยาว มีความพร้อมทั้งด้านการมีส่วนร่วม ด้านเครือข่ายความร่วมมือ ด้านภาวะผู้นำ ด้านทรัพยากรชุมชน ด้านสังคมและวัฒนธรรมชุมชน 2) ศักยภาพการบริหารจัดการตำบลเข้มแข็งสู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืน พบว่ามีกลไกหลากหลาย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาท มีระบบประสานงานชัดเจน สร้างความร่วมมือหลายภาคส่วน ผู้นำมีวิสัยทัศน์ ใกล้ชิดประชาชน และบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ และจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจชุมชน และมีทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง 3) แนวทางการพัฒนาตำบลเข้มแข็งสู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ตำบลหนองยาว พบแนวทางการจัดระบบการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายอย่างเป็นระบบ และเชื่อมบทบาททุกภาคส่วน เสริมภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้ จัดทำแผนที่ทรัพยากร ใช้อย่างสมดุล สร้างเศรษฐกิจฐานราก และ ส่งเสริมการยกระดับวัฒนธรรมให้ร่วมสมัย และพัฒนาอัตลักษณ์สู่เศรษฐกิจวัฒนธรรม</p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> ตำบลเข้มแข็ง, การจัดการตนเองอย่างยั่งยืน, องค์การบริหารส่วนตำบล</p> นายอัฐทอง ขลิบทองรอด ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1603 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวทาง การพัฒนากระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ของภาคีเครือข่าย จังหวัดพิจิตร https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1665 <p>บทคัดย่อ</p> <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <h1> บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับกระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของภาคีเครือข่าย จังหวัดพิจิตร 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของภาคีเครือข่าย จังหวัดพิจิตร และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของภาคีเครือข่าย จังหวัดพิจิตร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี และใช้แนวคิดกระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของภาคีเครือข่ายเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่ศึกษา คือ จังหวัดพิจิตร การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มประชากรคือบุคลากรที่ปฏิบัติงานในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดพิจิตร จำนวน 125 คน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดพิจิตร จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า</h1> <h1> 1. กระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของภาคีเครือข่าย จังหวัดพิจิตร ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก</h1> <h1> 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ได้แก่ การจัดสวัสดิการสังคมตามสิทธิขั้นพื้นฐาน การคุ้มครองสวัสดิภาพ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ และการป้องกันปัญหาคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งทั้งหมดส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีความสามารถในการพยากรณ์ร้อยละ 81.6 (R<sup>2</sup> = .816)</h1> <h1> 3. แนวทางการพัฒนากระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งควรมุ่งเน้น 5 ด้าน ได้แก่ (1) การแรกรับและคัดกรองที่รวดเร็ว ถูกต้อง และมีที่พักชั่วคราว (2) การวางแผนช่วยเหลือระยะยาวโดยเพิ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือประเมินที่ครอบคลุม (3) การให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนควบคู่การพัฒนาทักษะอาชีพและการจ้างงาน (4) การประสานส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพและติดตามผล และ (5) การติดตามและประเมินผลต่อเนื่องร่วมกับครอบครัวและชุมชน องค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาระบบคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งให้มีความเป็นระบบ บูรณาการ และยั่งยืน ลดการกลับมาไร้ที่พึ่งซ้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว</h1> จินตนา หนูโชติ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1665 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1666 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> </p> <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อประเมินการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (2) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย กับปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่า และ (3) เพื่อพยากรณ์การจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 400 คน โดยวิธีแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัยประกอบด้วย (1) ด้านการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในระดับมาก (2) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย กับปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่า เป็นเชิงบวก และ (3) ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่า สามารถพยากรณ์การจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและช้างป่าของหมู่บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร้อยละ 86.30</p> <p> </p> Jessada Kaewsaxad ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1666 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การจัดการนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการบริการประชาชนด้านใบอนุญาตขับรถ ของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1668 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อประเมินระดับนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (2) เพื่อเปรียบเทียบระดับนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (3) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการและนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการวิจัยโดยการเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มารับบริการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน397 คน โดยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าที ค่าความแปรปรวนแบบทางเดียวและค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยประกอบด้วย (1) ด้านระดับนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ด้านการเปรียบเทียบระดับนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่มารับบริการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีอายุ อาชีพ ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีความเห็นเกี่ยวกับระดับนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แตกต่างกัน (3)ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการและนวัตกรรมการบริการด้านใบอนุญาตขับรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวก</p> Benjawan Paiphicheat ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการรัฐศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JIPS/article/view/1668 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700