วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU <p><strong>วารสารนี้รับตีพิมพ์บทความวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ บัญชี บริหารธุรกิจ ธุรกิจค้าปลีก การจัดการ บริหารทรัพยากร มนุษย์ การตลาด คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ</strong></p> th-TH <p>ลิขสิทธิ์</p> manage@nstru.ac.th (ดร.โสภณ ชุมทองโด) kanokwan_Jea@nstru.ac.th (นางสาวกนกวรรณ เจียะรัตน์) Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 พฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1686 <p>การวิจัยนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จำนวน 387 ตัวอย่าง โดยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติอนุมาน ได้แก่ ค่าสถิติ One way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 20 - 21 ปี ระดับชั้นปีที่ 4 อาชีพของผู้ปกครอง คือ เกษตรกร ส่วนใหญ่สถานะบิดามารดาอยู่ด้วยกัน รายได้ต่อเดือน 3,001-5,000 บาท &nbsp;ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 3,001-5,000 บาท การออมส่วนใหญ่มีเงินออมเฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท รองลงมามีเงินออมเฉลี่ยในปัจจุบัน 3,001-5,000 บาท ผู้มีอิทธิพลต่อการออมของนักศึกษา คือ ตัวนักศึกษาเอง ทั้งนี้พฤติกรรมการออมของนักศึกษาในภาพรวมจัดอยู่ในระดับปานกลาง โดยวัตถุประสงค์ในการออมได้แก่ การออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามที่ครอบครัวมีปัญหา การออมเพื่อใช้จ่ายในยามเจ็บป่วย และการออมเงินการศึกษาของตนเองตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา พบว่า เพศ อายุ ระดับชั้นปี ไม่มีผลต่อพฤติกรรมออมของนักศึกษา ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ตัวแปรความถี่ในการออม รายได้เฉลี่ย มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา</p> พรพิมล ฉิมมุสิก, วิชิต จรุงสุจริตกุล, นิภารัตน์ นักตรีพงศ์, ชฎาภรณ์ ณ นคร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1686 Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1076 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จำนวน 387 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติอนุมาน ได้แก่ ค่าสถิติ One way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;1) นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในระหว่างอายุ 20 - 21 ปี อยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 อาชีพของผู้ปกครอง คือ เกษตรกร ส่วนใหญ่สถานะบิดามารดาอยู่ด้วยกัน ด้านรายได้ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 3,001-5,000 บาท &nbsp;ด้านรายจ่ายส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 3,001-5,000 บาท ด้านการออมส่วนใหญ่มีเงินออมเฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท รองลงมามีเงินออมเฉลี่ยในปัจจุบัน 3,001-5,000 บาท ผู้มีอิทธิพลต่อการออมของนักศึกษา คือ ตัวนักศึกษาเอง ทั้งนี้พฤติกรรมการออมของนักศึกษาในภาพรวมจัดอยู่ในระดับปานกลาง โดยวัตถุประสงค์ในการออมเรียงลำดับเป็น การออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามที่ครอบครัวมีปัญหามากที่สุด &nbsp;รองลงมาคือ การออมเพื่อใช้จ่ายในยามเจ็บป่วย และการออมเงินการศึกษาของตนเองตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา พบว่า ตัวแปรเพศ อายุ ระดับชั้นปี ไม่มีผลต่อพฤติกรรมออมของนักศึกษา ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ตัวแปรความถี่ในการออม รายได้เฉลี่ย มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา</p> พรพิมล ฉิมมุสิก, วิชิต จรุงสุจริตกุล, นิภารัตน์ นักตรีพงศ์, โสภณ ชุมทองโด, ชฎาภรณ์ ณ นคร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1076 Mon, 05 Jan 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1103 <p>การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ศึกษาประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบต่อการใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สำหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีการวิเคราะห์และออกแบบระบบ โดยใช้แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) เอนทิตี้-รีเลชั่นชิพ ไดอะแกรม (ER Diagram) และพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) พัฒนาระบบโดยใช้ PHP และ MySQL และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอาจารย์ในหลักสูตรเทียบโอนระดับปริญญาตรีได้มีการเปิดสอน ซึ่งได้แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์กลับคืนมา จำนวน 60 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 82.19 ของแบบสอบถามทั้งหมด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาจารย์ผู้ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาตรีทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยในพื้นที่สงขลา จำนวน 60 คน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับด้านประสิทธิภาพของระบบในระดับมาก โดยมีความความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความรวดเร็วในการเข้าถึงระบบ เป็นอันดับหนึ่ง และมีพึงพอใจต่อการใช้ระบบในภาพรวมในระดับมาก โดยด้านรูปแบบของระบบอาจารย์ผู้ใช้ระบบมีความพึงพอใจในภาพรวม อยู่ในระดับมาก และด้านการใช้งานระบบอาจารย์ผู้ใช้ระบบมีความพึงพอใจในภาพรวม อยู่ในระดับมาก</p> ชวนพิศ เจยาคม, บุญรัตน์ บุญรัศมี, ชัยนันท์ ปัญญาวุทโส, อรพรรณ จันทร์อินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1103 Mon, 05 Jan 2026 00:00:00 +0700 ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1122 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารวบรวมและจำแนกประเภทภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบาและ 2) ศึกษาวิธีการถ่ายทอดและการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้รู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก นำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอผลการศึกษาแบบพรรณนาวิเคราะห์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า</p> <p>1) รวบรวมและจำแนกประเภทภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบามี 4 ประเภท จำนวน&nbsp; 18 ชนิด ประกอบด้วย 1) ประเภทเครื่องจักสานมี 5 ชนิด ดังนี้ การสานตะกร้าเชือกปอกระเจา การสานตะกร้าหวาย การสานงอบใบลาน การสานตะกร้าพลาสติก การสานสุ่มไก่ไม้ไผ่ 2) ประเภทการเย็บมี 4 ชนิด ดังนี้ เย็บกระเป๋าผ้า ทำไม้กวาดดอกหญ้า การเย็บกระเป๋าหนังวัวแท้ การเย็บเสื้อลายผ้าขาวม้า 3) ประเภทการทอมี 1 ชนิด ดังนี้ การทอเสื่อกก 4) ประเภทงานเบ็ดเตล็ดมี 4 ชนิด ดังนี้ ทำดอกไม้จันทน์ ทำลอบดักปลา การทำบ่วงดักหนู โมบายทางมะพร้าว 2) วิธีการถ่ายทอดและการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบา การสานตะกร้าเชือกปอกระเจา การสานตะกร้าหวาย การสานงอบใบลาน การสานตะกร้าพลาสติก การสานสุ่มไก่ไม้ไผ่ การเย็บกระเป๋าผ้า ทำไม้กวาดดอกหญ้า การเย็บกระเป๋าหนังวัวแท้ การเย็บเสื้อลายผ้าขาวม้า การทอเสื่อกก ทำดอกไม้จันทน์ ทำลอบดักปลา การทำบ่วงดักหนู การทำโมบายทางมะพร้าว สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยการสังเกตและฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง เนื้อหาที่ถ่ายทอด ไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรวิธีการถ่ายทอดเน้นการปฏิบัติเป็นรายบุคคล สาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างควบคู่กับการบอกเล่าขั้นตอนวิธีการสอนภูมิปัญญาชาวบ้านมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ ขั้นบอกคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ และขั้นการปฏิบัติจริงสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดใช้บุคคลเป็นผู้ถ่ายทอดจะเป็นเครือญาติเพื่อนบ้าน&nbsp; และสื่อที่เป็นของจริงองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านมี 4 ด้าน คือ ด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านของคนในชุมชน ทำเพื่อใช้ในครัวเรือนเพราะส่วนใหญ่คนในชุมชนมีอาชีพเกษตรกร ทำนา ทำสวน ด้านการศึกษา เช่น มีการถ่ายทอดวิธีการเรียนรู้แก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเพื่อการอนุรักษ์ ด้านสังคมวัฒนธรรมเช่นภูมิปัญญานี้บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของคนในชุมชน คนในชุมชนได้พูดคุยกัน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ด้านเศรษฐกิจ เช่น ทำเป็นอาชีพเพื่อเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวได้</p> pannee panmuang ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1122 Mon, 05 Jan 2026 00:00:00 +0700 ผลของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการขายออนไลน์ กรณีศึกษาผู้ประกอบการเหล็ก กรุงเทพมหานคร https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1301 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. ผลกระทบต่อยอดขายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการขายออนไลน์ส่งผลต่อยอดขายของผู้ประกอบการอย่างไร 2.พฤติกรรมผู้บริโภคการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในกรุงเทพฯ หรือไม่ 3.การปรับตัวของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการขายออนไลน์ 4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงนี้ประสบความสำเร็จโครงสร้างการขายออนไลน์ของผู้ประกอบการเหล็กใน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร 50 เขต ขนาดกลุ่มตัวอย่าง การคำนวณขนาดตัวอย่างแบบทราบจำนวนประชากร ได้มาโดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejci; &amp; Mogan.1970) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 รวมทั้งสิ้น จำนวน 400 คน&nbsp; สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, ANOVA และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง (ได้แก่ เพศ อายุ รายได้ อาชีพของผู้บริโภค ระยะเวลาการประกอบการวัสดุก่อสร้าง) ด้านการตลาด ด้านเทคโนโลยี ด้านคุณค่าในตราสินค้า ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค และการปรับตัวของผู้ประกอบการขายออนไลน์ผู้ประกอบการรวมถึงตัวแปรรวม พบว่า ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางถึงสูง และไม่มีตัวแปรใดมีความสัมพันธ์ทางลบ&nbsp;&nbsp;</p> pannee panmuang ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1301 Mon, 05 Jan 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1687 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ศึกษาประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบต่อการใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สำหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีการวิเคราะห์และออกแบบระบบ โดยใช้แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) เอนทิตี้-รีเลชั่นชิพ ไดอะแกรม (ER Diagram) และพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) พัฒนาระบบโดยใช้ PHP และ MySQL และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอาจารย์ในหลักสูตรเทียบโอนระดับปริญญาตรีได้มีการเปิดสอน ซึ่งได้แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์กลับคืนมา จำนวน 60 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 82.19 ของแบบสอบถามทั้งหมด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) อาจารย์ผู้ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาตรีทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยในพื้นที่สงขลา จำนวน 60 คน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับด้านประสิทธิภาพของระบบในระดับมาก โดยมีความความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความรวดเร็วในการเข้าถึงระบบ เป็นอันดับหนึ่ง 2) มีพึงพอใจต่อการใช้ระบบในภาพรวมในระดับมาก โดยด้านรูปแบบของระบบอาจารย์ผู้ใช้ระบบมีความพึงพอใจในภาพรวม อยู่ในระดับมาก และด้านการใช้งานระบบอาจารย์ผู้ใช้ระบบมีความพึงพอใจในภาพรวม อยู่ในระดับมาก</p> ชวนพิศ เจยาคม, บุญรัตน์ บุญรัศมี, ชัยนันท์ ปัญญาวุทโส, อรพรรณ จันทร์อินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1687 Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700 ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1688 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารวบรวมและจำแนกประเภทภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมของอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ 2) ศึกษาวิธีการถ่ายทอดและการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้รู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก นำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอผลการศึกษาแบบพรรณนาวิเคราะห์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า</p> <p>1) จาการรวบรวมและจำแนกประเภทภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบามี 4 ประเภท จำนวน&nbsp; 18 ชนิด ประกอบด้วย (1) ประเภทเครื่องจักสานมี 5 ชนิด ดังนี้ การสานตะกร้าเชือกปอกระเจา การสานตะกร้าหวาย การสานงอบใบลาน การสานตะกร้าพลาสติก การสานสุ่มไก่ไม้ไผ่ (2) ประเภทการเย็บมี 4 ชนิด ดังนี้ เย็บกระเป๋าผ้า ทำไม้กวาดดอกหญ้า การเย็บกระเป๋าหนังวัวแท้ การเย็บเสื้อลายผ้าขาวม้า (3) ประเภทการทอ มี 1 ชนิด ดังนี้ การทอเสื่อกก 4) ประเภทงานเบ็ดเตล็ดมี 4 ชนิด ดังนี้ ทำดอกไม้จันทน์ ทำลอบดักปลา การทำบ่วงดักหนู โมบายทางมะพร้าว 2) วิธีการถ่ายทอดและการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมเบาพบว่า การสานตะกร้าเชือกปอกระเจา การสานตะกร้าหวาย การสานงอบใบลาน การสานตะกร้าพลาสติก การสานสุ่มไก่ไม้ไผ่ การเย็บกระเป๋าผ้า ทำไม้กวาดดอกหญ้า การเย็บกระเป๋าหนังวัวแท้ การเย็บเสื้อลายผ้าขาวม้า การทอเสื่อกก ทำดอกไม้จันทน์ ทำลอบดักปลา การทำบ่วงดักหนู การทำโมบายทางมะพร้าว สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยการสังเกตและฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง เนื้อหาที่ถ่ายทอด ไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรวิธีการถ่ายทอดเน้นการปฏิบัติเป็นรายบุคคล สาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างควบคู่กับการบอกเล่าขั้นตอนวิธีการสอนภูมิปัญญาชาวบ้านมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ ขั้นบอกคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ และขั้นการปฏิบัติจริงสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดใช้บุคคลเป็นผู้ถ่ายทอดจะเป็นเครือญาติเพื่อนบ้าน&nbsp; และสื่อที่เป็นของจริงองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดรหัสภูมิปัญญาชาวบ้านมี 4 ด้าน คือ ด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านของคนในชุมชน ทำเพื่อใช้ในครัวเรือนเพราะส่วนใหญ่คนในชุมชนมีอาชีพเกษตรกร ทำนา ทำสวน ด้านการศึกษา เช่น มีการถ่ายทอดวิธีการเรียนรู้แก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเพื่อการอนุรักษ์ ด้านสังคมวัฒนธรรมเช่นภูมิปัญญานี้บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของคนในชุมชน คนในชุมชนได้พูดคุยกัน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ด้านเศรษฐกิจ เช่น ทำเป็นอาชีพเพื่อเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวได้</p> ศันสนีย์ นาคแสงทอง, ภาณุพงศ์ สามารถ, กุณภาณัฏฐ์ สุวรรณนุรักษ์, สุภารักษ์ วงศรีชู, จักรพงค์ พรหมคง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1688 Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการขายออนไลน์ กรณีศึกษาผู้ประกอบการเหล็ก กรุงเทพมหานคร https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1689 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. ผลกระทบต่อยอดขายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการขายออนไลน์ส่งผลต่อยอดขายของผู้ประกอบการอย่างไร 2.พฤติกรรมผู้บริโภคการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในกรุงเทพฯ หรือไม่ 3.การปรับตัวของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการขายออนไลน์ 4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงนี้ประสบความสำเร็จโครงสร้างการขายออนไลน์ของผู้ประกอบการเหล็กใน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร 50 เขต ขนาดกลุ่มตัวอย่าง การคำนวณขนาดตัวอย่างแบบทราบจำนวนประชากร ได้มาโดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejci; &amp; Mogan.1970) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 รวมทั้งสิ้น จำนวน 400 คน&nbsp; สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, ANOVA และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง (ได้แก่ เพศ อายุ รายได้ อาชีพของผู้บริโภค ระยะเวลาการประกอบการวัสดุก่อสร้าง) ด้านการตลาด ด้านเทคโนโลยี ด้านคุณค่าในตราสินค้า ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค และการปรับตัวของผู้ประกอบการขายออนไลน์ผู้ประกอบการรวมถึงตัวแปรรวม พบว่า ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางถึงสูง และไม่มีตัวแปรใดมีความสัมพันธ์ทางลบ</p> พีรบูรณ์ กตัญญูไชยพงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1689 Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1690 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ประชากรที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี และต้องไม่เกิน 40 ปี เป็นผู้ที่มีความต้องการเลือกประกอบอาชีพอิสระ เนื่องจากไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนผู้วิจัยจึงเลือกกลุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ W.G. Cochran จำนวน 385 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกโดยใช้สถิติเชิงอนุมาน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ได้แก่ One-way ANOVA, T Test, F Test และ Chi-square ซึ่งมีผลการวิเคราะห์ดังนี้</p> <p>ผลการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 56.62 แสดงให้เห็นมีการกระจายตัวของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งมีมีอายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อยและอยู่ในวัยทำงานตอนต้นหรือวัยสร้างตัวมีอายุ 26-30 ปี ร้อยละ 26.49 มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ22.86 แสดงให้เห็นว่าประชากรเป็นกลุ่มที่มีความรู้และความเข้าใจในระดับหนึ่ง และอาชีพที่ประชากรกลุ่มนี้เลือกที่จะประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 18.96 จากสัดส่วนความแตกต่างของร้อยละของแต่ละรายการแสดงให้เห็นว่าปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่</p> <p>ผลการศึกษาปัจจัยภายในที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ปัจจัยภายใน ได้แก่ ค่านิยม ความรับรู้เกียรติและชื่อเสียง ความเข้าใจอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคน/ข้อมูล ความภูมิใจในอาชีพ ทัศนคติที่มีต่ออาชีพ ทุกปัจจัยมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 พบว่า ปัจจัยค่านิยม ( = 4.59 , S.D. = 0.933) ปัจจัยทัศนคติที่มีต่ออาชีพ&nbsp; ( = 4.30 , S.D. = 0.789) ปัจจัยความภูมิใจในอาชีพ ( = 4.30 , S.D. = 0.839) มีระดับความคิดเห็นในระดับดีมาก และ ปัจจัยความรับรู้เกียรติและชื่อเสียง ( = 3.98 , S.D. = 0.869) &nbsp;ปัจจัยความเข้าใจที่เกี่ยวข้องคน/ข้อมูล ( = 3.57 , S.D. = 1.306) &nbsp;มีระดับความคิดเห็นในระดับมาก</p> <p>ผลการศึกษาปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ปัจจัยภายนอก ได้แก่ แนวโน้มทางการตลาด ลักษณะงาน&nbsp; ค่าตอบแทน โอกาสในความก้าวหน้า ทุกปัจจัยมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพอิสระของคนรุ่นใหม่ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 พบว่า ปัจจัยลักษณะงาน ( = 4.41 , S.D. = 0.678) ปัจจัยแนวโน้มทางการตลาด ( = 4.19 , S.D. = 0.874) &nbsp;มีระดับความคิดเห็นในระดับดีมาก และ ปัจจัยโอกาสและความก้าวหน้า ( = 4.11 , S.D. = 0.975) ปัจจัยค่าตอบแทน ( = 4.00 , S.D. = 0.975) มีระดับความคิดเห็นในระดับมาก</p> อริสา ทองเติม, โสภณ ชุมทองโด ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JMSNSTRU/article/view/1690 Fri, 26 Dec 2025 00:00:00 +0700