https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/issue/feed
วารสารวิชาการก้าวนวัต
2026-04-28T17:50:58+07:00
Associate Professor Dr. Kanyarat Tirathanachaiyakun
kanyarat.ti1976@gmail.com
Open Journal Systems
<p><!-- หัวข้อ: นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ --></p> <div style="text-align: center; margin-bottom: 40px; max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h2 style="color: #0b7285; font-size: 28px; margin-bottom: 8px; font-family: Sarabun, sans-serif;">ข้อมูลเกี่ยวกับวารสารวิชาการก้าวนวัต</h2> <p style="color: #666; font-style: italic; font-size: 16px; margin-top: 0;">Kaonawat Academic Journal (Kaonawat Acad. J)</p> <h2 style="color: #0b7285; font-size: 28px; margin-bottom: 8px; font-family: Sarabun, sans-serif;">ISSN: 3088-3393 (Online)</h2> <div style="width: 140px; height: 3px; background: #0B7285; margin: 20px auto;"> </div> </div> <p><!-- กล่องมาตรฐาน (ใช้สีเดียวกันทุกหัวข้อ) --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.8;">วารสารววิชาการก้าวนวัตส่งเสริมและเผยแพร่บทความที่บูรณาการสหวิทยาการทางด้าน<strong>มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ</strong></p> </div> </div> <p><!-- กระบวนการพิจารณาบทความ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">กระบวนการพิจารณาบทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.8;">บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review)</p> </div> </div> <p><!-- ประเภทของบทความ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ประเภทของบทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> </ul> </div> </div> <p><!-- ภาษาที่รับตีพิมพ์ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ภาษาที่รับตีพิมพ์</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>ภาษาไทย</li> <li>ภาษาอังกฤษ</li> </ul> </div> </div> <p><!-- กำหนดออก --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">กำหนดออก</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0 0 10px 0; font-weight: bold; color: #333;">พิมพ์เผยแพร่ 6 ฉบับ ต่อปี</p> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์</li> <li>ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม – เมษายน</li> <li>ฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน</li> <li>ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม</li> <li>ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน – ตุลาคม</li> <li>ฉบับที่ 6 เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม</li> </ul> </div> </div> <p><!-- เจ้าของวารสาร --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">เจ้าของวารสาริชาการก้าวนวัค</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333;">สมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร</p> </div> </div> <p><!-- ค่าธรรมเนียม --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333;">ไม่มีค่าธรรมเนียมตีพิมพ์</p> <p style="margin: 0; color: #333;"> </p> <p style="margin: 0; color: #333;">ที่อยู่</p> <p style="margin: 0; color: #333;"><strong>วารสารวิชาการก้าวนวัต</strong><br />37/119 หมู่ 2 หมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ 35<br />ถนนเลียบคลองสาม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง<br />จังหวัดปทุมธานี 12120</p> <p style="margin: 0; color: #333;">เบอร์โทรศัพฑ์ 064-605-0819</p> <p style="margin: 0; color: #333;"> </p> <p style="margin: 0; color: #333;">E-mail Kanyarat.ti1976@gmail.com</p> <p style="margin: 0; color: #333;">เว็บไซต์ </p> <p style="margin: 0; color: #333;">สมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร<strong> </strong><a href="https://alnoi.org" target="_blank" rel="noopener">https://alnoi.org</a></p> </div> </div>
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2161
บทบาทของสถาบันศาสนาในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์
2026-03-20T09:26:15+07:00
PhraMaha Phrom Duangmanee
phromduangmanee44@gmail.com
<p> การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและหน้าที่ ของสถาบันศาสนาในการเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 80 คน ได้มาจากการเลือกแบบบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบด้วย (1) พระสังฆาธิการ (2) เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ (3) ผู้นำชุมชนและประชาชน และ (4) บุคลากรของหน่วยงานภาคเอกชน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน สามารถจำแนกออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านสังคม โดยสถาบันศาสนามีบทบาทในการอบรมสั่งสอนและชักชวนให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ในการจัดกิจกรรม และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรชุมชน (2) ด้านเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมอาชีพ การระดมทรัพยากร ผ่านการบริจาค การฝึกอบรมและให้คำปรึกษา รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาดูงาน (3) ด้านวัฒนธรรม โดยการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ การเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การให้ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ชุมชน และการจัดสถานที่สำหรับเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ และ (4) ด้านสิ่งแวดล้อม โดยการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมภายในวัด การกำหนดแนวทางในการป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการรณรงค์ต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยสรุป สถาบันศาสนามีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม.</p>
2026-04-15T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2148
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับการเรียนรู้การคิดเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Thinking) เพื่อพัฒนาประสิทธิผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
2026-03-20T19:09:36+07:00
Vivat Phuttanu
drmeenoi@gmail.com
<p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการเรียนรู้การคิดเชิงประวัติศาสตร์ (2) เพื่อหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ 80/80 (3) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน (4) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน และ (5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจภายหลังการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมา กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนไตรมิตร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 กับ จำนวน 30 คน เครื่องมือ ที่ใช้ผ่านการกลั่นกรองคุณภาพ ทั้งแผนการจัดการเรียนรู้ 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่มีค่าความเชื่อมั่นสูงถึง 0.976 และ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.918 สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการเรียนรู้ใหม่ในชื่อ <strong>"</strong>กระบวนการสืบเสาะหาความรู้เชิงประวัติศาสตร์<strong>" </strong>มี 7 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ ขั้นรสร้างความสนใจและกำหนดความสำคัญ ขั้นสืบค้นและวิพากษ์หลักฐาน ขั้นวิเคราะห์ความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลง ขั้นสังเคราะห์เหตุและผล ขั้นตีความจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ ขั้นวินิจฉัยบทเรียนและมิติทางจริยธรรม และขั้นประเมินผลและนำเสนอองค์ความรู้ (2) รูปแบบการเรียนรู้นี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยค่า 82.63/81.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่ตั้งไว้ (3) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์พบว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (4) ความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50.40 และ (5) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นนี้ในระดับ "มากที่สุด"</p>
2026-04-15T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2167
การศึกษาคุณค่าเชิงความยั่งยืนและคุณค่าเชิงเป้าหมายของผู้บริโภคไทย: การวิจัยเชิงคุณภาพในบริบทการตลาดปี 2569
2026-03-20T09:17:57+07:00
ภาวิศา การัตน์
phawisa.ka@spu.ac.th
<p>การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ส่งผลต่อพฤติกรรมและกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคในบริบทปี พ.ศ. 2569 ไม่ได้ประเมินตราสินค้าจากราคาและคุณภาพเชิงหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าเชิงความยั่งยืน คุณค่าเชิงเป้าหมายของตราสินค้า และความคุ้มค่าเชิงความหมายที่เชื่อมโยงกับสังคมและสิ่งแวดล้อม</p> <p>การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ การตีความ และกระบวนการสร้างความหมายของคุณค่าเชิงความยั่งยืนและคุณค่าเชิงเป้าหมายของตราสินค้า ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไทย การเก็บข้อมูลดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้บริโภคไทยจำนวน 30 ราย และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงธีมเชิงตีความ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคไทยรับรู้ความยั่งยืนในลักษณะองค์รวมที่ครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และจริยธรรมทางธุรกิจ ขณะที่คุณค่าเชิงเป้าหมายของตราสินค้าทำหน้าที่เป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินความจริงใจ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อตราสินค้า กระบวนการตัดสินใจซื้อจึงเป็นการผสานระหว่างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าทางอารมณ์ และคุณค่าทางศีลธรรมเข้าด้วยกัน</p> <p>ผลการศึกษามีส่วนช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดอย่างยั่งยืนและการบริโภคเชิงคุณค่าในบริบทของประเทศกำลังพัฒนา และนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรธุรกิจในการพัฒนากลยุทธ์การสร้างตราสินค้าเชิงคุณค่าในบริบทของประเทศไทย</p> <p><strong> </strong></p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> ความยั่งยืน ตราสินค้าเชิงเป้าหมาย คุณค่าผู้บริโภค การบริโภคอย่างยั่งยืน</p>
2026-04-15T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2103
การจัดการธุรกิจสินค้าเกษตรมูลค่าสูงคืออะไร
2026-03-21T15:15:25+07:00
อธิวัฒน์ อาษากิจ
ar0254757@gmail.com
ศุภกฤษ บุญจันทร์
Supakrit.boo@rmutr.ac.th
<p>การจัดการธุรกิจสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มี 5 คุณลักษณะ ได้แก่ 1) <a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&sca_esv=7d70a82f3a9a6d6b&biw=1536&bih=703&sxsrf=AE3TifOgo4Wy7Sz854szBDyEKAek0VV1YA%3A1765903883715&ei=C45BaYeyK5zK1e8P6KSCqAs&ved=2ahUKEwiNp_XTyMKRAxX_b_UHHcumGpcQgK4QegQIAxAB&uact=5&oq=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87+&gs_lp=Egxnd3Mtd2l6LXNlcnAiNOC4geC4suC4o-C5gOC4geC4qeC4leC4o-C4oeC4ueC4peC4hOC5iOC4suC4quC4ueC4hyAyBBAjGCcyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIIEAAYgAQYogQyBRAAGO8FMggQABiABBiiBEjVEFC8DVi8DXABeAGQAQCYAW-gAW-qAQMwLjG4AQPIAQD4AQGYAgKgAnjCAgoQABiwAxjWBBhHmAMAiAYBkAYIkgcDMS4xoAf1BrIHAzAuMbgHc8IHBTAuMS4xyAcGgAgA&sclient=gws-wiz-serp">เทคโนโลยีและนวัตกรรม</a> 2) การจัดการของมูลและสารสนเทศการเกษตร 3) ห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ 4) <a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99&sca_esv=7d70a82f3a9a6d6b&biw=1536&bih=703&sxsrf=AE3TifOgo4Wy7Sz854szBDyEKAek0VV1YA%3A1765903883715&ei=C45BaYeyK5zK1e8P6KSCqAs&ved=2ahUKEwiNp_XTyMKRAxX_b_UHHcumGpcQgK4QegQIAxAH&uact=5&oq=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87+&gs_lp=Egxnd3Mtd2l6LXNlcnAiNOC4geC4suC4o-C5gOC4geC4qeC4leC4o-C4oeC4ueC4peC4hOC5iOC4suC4quC4ueC4hyAyBBAjGCcyCBAAGIAEGKIEMggQABiABBiiBDIIEAAYgAQYogQyBRAAGO8FMggQABiABBiiBEjVEFC8DVi8DXABeAGQAQCYAW-gAW-qAQMwLjG4AQPIAQD4AQGYAgKgAnjCAgoQABiwAxjWBBhHmAMAiAYBkAYIkgcDMS4xoAf1BrIHAzAuMbgHc8IHBTAuMS4xyAcGgAgA&sclient=gws-wiz-serp">การเงินและการลงทุน</a> 5) การเกษตรยั่งยืน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งแต่เดิมมักจะขายในรูปแบบวัตถุดิบที่ไม่ค่อยมีมูลค่า มาเป็นการแปรสภาพด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค มีทั้งสินค้าเกษตรอาหารกับไม่ใช่อาหาร อีกนัยยะหนึ่ง เป็นการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งศาสตร์บริหารธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้นทุนต่ำที่สุด ทั้งในด้านการจัดการทางการเกษตรและการจัดการสินค้าเกษตร พร้อมกับให้เกษตรกรมีจิตสำนึกต่อสภาพแวดล้อมและ ธรรมชาติ</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong> : การจัดการ ธุรกิจสินค้าเกษตร มูลค่าสูง</p>
2026-04-15T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2332
การบริหารองค์กรในยุคดิจิทัล: แนวทาง กลยุทธ์ และความท้าทาย 54-62
2026-04-28T17:50:58+07:00
ชวลิต อ่อนบุญมี
chang2006s@gmail.com
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารองค์กรในยุคดิจิทัล โดยเน้นถึงการ<br>เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีดิจิทัล องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวทั้งในด้าน<br>โครงสร้าง กระบวนการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้สามารถแข่งขันและดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เนื้อหา<br>ครอบคลุมแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ใน<br>การตัดสินใจ การพัฒนาทักษะบุคลากร และบทบาทของผู้นำในยุคดิจิทัล<br>ผลการศึกษาพบว่า องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลมักมีลักษณะสำคัญ ได้แก่ ความคล่องตัว<br>(Agility) การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ (Data-driven decision making) และการส่งเสริมนวัตกรรมอย่าง<br>ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความท้าทายที่สำคัญ ได้แก่ ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย<br>ไซเบอร์ และช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล<br>บทความนี้สรุปว่า การบริหารองค์กรในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี<br>บุคลากร และกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว</p>
2026-04-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต