วารสารวิชาการก้าวนวัต https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ <p><!-- หัวข้อ: นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ --></p> <div style="text-align: center; margin-bottom: 40px; max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h2 style="color: #0b7285; font-size: 28px; margin-bottom: 8px; font-family: Sarabun, sans-serif;">ข้อมูลเกี่ยวกับวารสารวิชาการก้าวนวัต</h2> <p style="color: #666; font-style: italic; font-size: 16px; margin-top: 0;">Kaonawat Academic Journal (Kaonawat Acad. J)</p> <h2 style="color: #0b7285; font-size: 28px; margin-bottom: 8px; font-family: Sarabun, sans-serif;">ISSN: 3088-3393 (Online)</h2> <div style="width: 140px; height: 3px; background: #0B7285; margin: 20px auto;"> </div> </div> <p><!-- กล่องมาตรฐาน (ใช้สีเดียวกันทุกหัวข้อ) --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.8;">วารสารววิชาการก้าวนวัตส่งเสริมและเผยแพร่บทความที่บูรณาการสหวิทยาการทางด้าน<strong>มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ</strong></p> </div> </div> <p><!-- กระบวนการพิจารณาบทความ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">กระบวนการพิจารณาบทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333; line-height: 1.8;">บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review)</p> </div> </div> <p><!-- ประเภทของบทความ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ประเภทของบทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> </ul> </div> </div> <p><!-- ภาษาที่รับตีพิมพ์ --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ภาษาที่รับตีพิมพ์</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>ภาษาไทย</li> <li>ภาษาอังกฤษ</li> </ul> </div> </div> <p><!-- กำหนดออก --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">กำหนดออก</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0 0 10px 0; font-weight: bold; color: #333;">พิมพ์เผยแพร่ 6 ฉบับ ต่อปี</p> <ul style="margin: 0; padding-left: 20px; color: #333; line-height: 1.9;"> <li>ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์</li> <li>ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม – เมษายน</li> <li>ฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน</li> <li>ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม</li> <li>ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน – ตุลาคม</li> <li>ฉบับที่ 6 เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม</li> </ul> </div> </div> <p><!-- เจ้าของวารสาร --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">เจ้าของวารสารวิชาการก้าวนวัต</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333;">สมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร</p> </div> </div> <p><!-- ค่าธรรมเนียม --></p> <div style="background-color: #f8f9fa; border-radius: 8px; padding: 20px; margin-bottom: 30px; border-top: 4px solid #0B7285; box-shadow: 0 2px 5px rgba(0,0,0,0.1); max-width: 1000px; margin-left: auto; margin-right: auto;"> <h3 style="color: #0b7285; border-bottom: 1px solid #dee2e6; padding-bottom: 10px; margin-top: 0; font-family: Sarabun, sans-serif;">ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</h3> <div style="padding: 12px; background-color: #fff; border-left: 4px solid #0B7285; border-radius: 4px;"> <p style="margin: 0; color: #333;">ปัจจุบันยังไม่มีค่าธรรมเนียมตีพิมพ์ </p> <p style="margin: 0; color: #333;">ทั้งนี้วารสารจะดำเนินการเก็บค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์บทความ บทความละ 5,000 บาท ตั้งแต่ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 พ.ศ.2570 เป็นต้นไป</p> <p style="margin: 0; color: #333;">โดยชำระค่าใช้จ่ายเมื่อบทความของท่านผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการเบื้องต้นแล้ว</p> <p style="margin: 0; color: #333;"> </p> <p style="margin: 0; color: #333;">ที่อยู่</p> <p style="margin: 0; color: #333;"><strong>วารสารวิชาการก้าวนวัต</strong><br />37/119 หมู่ 2 หมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ 35<br />ถนนเลียบคลองสาม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง<br />จังหวัดปทุมธานี 12120</p> <p style="margin: 0; color: #333;">เบอร์โทรศัพฑ์ 064-605-0819</p> <p style="margin: 0; color: #333;"> </p> <p style="margin: 0; color: #333;">E-mail Kanyarat.ti1976@gmail.com</p> <p style="margin: 0; color: #333;">เว็บไซต์ </p> <p style="margin: 0; color: #333;">สมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร<strong> </strong><a href="https://alnoi.org" target="_blank" rel="noopener">https://alnoi.org</a></p> </div> </div> th-TH <p><strong>หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต</strong></p> <p>หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ <strong>"วารสารก้าวนวัต </strong>ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:</p> <ol> <li><strong> ลักษณะและโครงสร้างบทความ</strong></li> </ol> <ul> <li><strong>ประเภทผลงาน:</strong> รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ</li> <li><strong>ความยาวเนื้อหา:</strong> ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง <strong>5,000 – 10,000 คำ</strong> (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)</li> <li><strong>ภาษา:</strong> สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</li> <li><strong>ส่วนประกอบบทความ:</strong> ตามที่ Template กำหนด</li> </ul> <ol start="2"> <li><strong> การจัดรูปแบบต้นฉบับ</strong></li> </ol> <ul> <li><strong>ไฟล์ต้นฉบับ:</strong> ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ <strong>.doc หรือ .docx (Microsoft Word)</strong> เท่านั้น</li> <li><strong>การตั้งค่าหน้ากระดาษ:</strong> จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด</li> <li><strong>การอ้างอิง:</strong> ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี </li> </ul> <ol start="3"> <li><strong> เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์</strong></li> </ol> <ul> <li><strong>ความใหม่ของผลงาน:</strong> บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น</li> <li><strong>การพิจารณา:</strong> บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย <strong>2-3 ท่าน</strong> ในรูปแบบ Double-blind</li> <li><strong>ลิขสิทธิ์:</strong> เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว </li> </ul> <ol start="4"> <li><strong> ช่องทางการส่งบทความ</strong></li> </ol> <ul> <li>ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ <strong>ThaiJo (วารสารก้าวนวัต)</strong> เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว </li> </ul> <p> </p> kanyarat.ti1976@gmail.com (Associate Professor Dr. Kanyarat Tirathanachaiyakun ) olinateam2025@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทรี จีนธรรม Association of Organizational Learning and Innovation Networks (Assistant Professor Dr. Suntree Jeentham)) Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ภาวะผู้นำดิจิทัลกับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กรยุคดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2605 <p>การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลได้ส่งผลให้องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการ บริหารและการดำเนินงานเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะผู้นำดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด องค์ประกอบ และบทบาทของภาวะผู้นำดิจิทัลที่มีต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กรยุคดิจิทัล โดยอาศัยการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการ ตำรา และงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ภาวะผู้นำดิจิทัลประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การมีวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการบริหาร การส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม องค์ประกอบดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ทั้งในด้านคุณภาพของงาน ความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน ความสามารถในการปรับตัว การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล นอกจากนี้ ภาวะผู้นำดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันของบุคลากรต่อ องค์กร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล<br />บทความนี้เสนอว่า องค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้นำให้มีสมรรถนะด้านดิจิทัลควบคู่กับ ทักษะการบริหารคน การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล</p> วิระชน ศรีราง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2605 Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700 นวัตกรรมการบริหารองค์กรกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการ แนวคิด แนวปฏิบัติ และความท้าทายในยุคดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2621 <p>การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมการบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีด้านนวัตกรรมการบริหารองค์กร วิเคราะห์แนวปฏิบัติในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการบริหารเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และนำเสนอความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญในยุคดิจิทัล โดยอาศัยการศึกษาจากเอกสารวิชาการ หนังสือ บทความวิจัย และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ<br />ผลการสังเคราะห์พบว่า นวัตกรรมการบริหารองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งเสริมความคล่องตัวขององค์กร และยกระดับคุณภาพการให้บริการผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารข้อมูล การจัดการความรู้ ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม และการออกแบบกระบวนการทำงานที่ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม องค์กรยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่ การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ข้อจำกัดด้านทรัพยากร และการกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม<br />บทความนี้เสนอว่า การยกระดับคุณภาพการให้บริการในยุคดิจิทัลควรมุ่งพัฒนานวัตกรรมการบริหารควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว</p> ณิชคุณ กิจอานันท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2621 Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการให้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2609 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการยอมรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการให้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชน (2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้ AI ในการให้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชน และ (3) เสนอแนวทางการพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพโดยประยุกต์ใช้ AI เพื่อส่งเสริมการยอมรับของผู้ใช้บริการ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 400 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามที่พัฒนาจากแนวคิด Technology Acceptance Model (TAM) ร่วมกับปัจจัยด้านความไว้วางใจต่อ AI ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว และความพร้อมด้านเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (Partial Least Squares Structural Equation Modeling: PLS-SEM)<br />ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนมีระดับการยอมรับการใช้ AI ในการให้บริการด้านสุขภาพอยู่ใน ระดับมาก (x̄= 4.16, S.D. = 0.54) ผลการทดสอบโมเดลโครงสร้างพบว่า ปัจจัยด้านการรับรู้ถึงประโยชน์มีอิทธิพลต่อการ ยอมรับการใช้ AI มากที่สุด (β = 0.341, p &lt; .001) รองลงมา ได้แก่ ความไว้วางใจต่อ AI (β = 0.287, p &lt; .001) การรับรู้ ความง่ายในการใช้งาน (β = 0.221, p &lt; .001) และความพร้อมด้านเทคโนโลยี (β = 0.198, p &lt; .001) ขณะที่ความกังวล ด้านความเป็นส่วนตัวมีอิทธิพลเชิงลบต่อการยอมรับการใช้ AI (β = -0.156, p = .001) โดยปัจจัยทั้งหมดสามารถร่วมกัน อธิบายการเปลี่ยนแปลงของการยอมรับการใช้ AI ได้ร้อยละ 68.4 (R<sup>²</sup> = 0.684) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า โรงพยาบาลเอกชนควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารประโยชน์ของ AI การออกแบบระบบที่ใช้งานง่าย การสร้างความไว้วางใจผ่านความ โปร่งใสของระบบ และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มการยอมรับและส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในการให้บริการสุขภาพอย่างยั่งยืน</p> วรากร เศรษฐกุลอนันต์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2609 Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700 การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าด้วยปัญญาประดิษฐ์และความภักดีของลูกค้า: ในบริบทบริการดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2601 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI personalization) และอธิบายกระบวนการที่ทำให้เกิดความภักดีของลูกค้า (customer loyalty) ในบริบทบริการดิจิทัล งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้ข้อมูลจำนวน 18 คน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีระบบแนะนำแบบเฉพาะบุคคล ผลการวิเคราะห์เชิงธีมพบว่า ผู้ให้ข้อมูลตีความการปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI personalization) ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ ความเกี่ยวข้องที่รับรู้ (perceived relevance) ความสะดวก (convenience) ความไว้วางใจ (trust) และความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว (privacy concern) ผลการวิจัยชี้ว่า ความภักดีของลูกค้าไม่ได้เกิดจากความแม่นยำของระบบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ลูกค้ารับรู้ว่าการปรับแต่งดังกล่าวมีคุณค่า โปร่งใส และไม่ล่วงล้ำเกิน ขอบเขตของตน งานวิจัยนี้จึงเสนอว่า การออกแบบการปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI personalization) ที่สมดุลระหว่างคุณค่าและความเป็นส่วนตัวเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความภักดีอย่างยั่งยืน</p> วรรยา เพิ่มอำนาจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2601 Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจผักไฮโดรพอนิกส์ในจังหวัดสุรินทร์ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2513 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจการผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ในจังหวัดสุรินทร์ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) และเสนอแนวทางที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจผักไฮโดรโปนิกส์ในพื้นที่ การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการธุรกิจผักไฮโดรโปนิกส์จำนวน 5 ราย และการสนทนากลุ่มกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ จำนวน 10 ราย ผลการศึกษาพบว่า ธุรกิจผักไฮโดรโปนิกส์ในจังหวัดสุรินทร์ มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระแสการบริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและการเข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทาย ได้แก่ ความรู้ด้านการตลาดที่จำกัด การจัดการการผลิต และการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การตลาด และการจัดการ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์ SWOT และพัฒนาแผนกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix<br />ผลการศึกษาพบว่า การใช้จุดแข็ง ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Smart Farm ช่องทางการตลาดออนไลน์ และเครือข่ายลูกค้าที่เข้มแข็ง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้ นอกจากนี้ การแก้ไขจุดอ่อนโดยการพัฒนาองค์ความรู้ การสนับสนุนจากภาครัฐ และการปรับปรุงกระบวนการผลิต ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การศึกษานี้เสนอ แนวทางเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์เชิงรุก เช่น การนำเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะมาใช้การขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ และการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคโดยตรง กลยุทธ์เชิงรับ เช่น การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์และการขอรับรองมาตรฐาน GAP และกลยุทธ์เชิงแก้ไข ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน กลยุทธ์เหล่านี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขยายตลาด และการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจผักไฮโดรโปนิกส์ในจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน</p> สุภัทรา สงครามศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/KAJ/article/view/2513 Sun, 23 Aug 2026 00:00:00 +0700