วารสารบัณฑิตศึกษาเพชรบูรณ์
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ
<p><span style="font-weight: 400;">วารสารบัณฑิตศึกษาเพชรบูรณ์ กำหนดออก 3 ฉบับต่อปี <br />ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน <br />ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม </span><span style="font-weight: 400;"> <br />ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</span></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </strong><span style="font-weight: 400;">วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความที่มีคุณภาพสูงในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ </span><span style="font-weight: 400;">โดยมี</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน</span></p> <p> </p>
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ (Graduate School Phetchabun Rajabhat University)
th-TH
วารสารบัณฑิตศึกษาเพชรบูรณ์
-
ความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชาการเมืองการปกครอง ต่อระบบสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2254
<p> การวิจัยนี้เป็นการวิจัยสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชาการเมืองการปกครอง ต่อระบบสิ่งสนับสนุนการเรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาสาขาวิชาการเมืองการปกครอง ประจำปีการศึกษาที่ 2567 ภาคปกติจำนวน 380 คน สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวมนักศึกษามีความพึงพอใจ ต่อระบบสิ่งสนับสนุนการเรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อยู่ในระดับปานกลาง โดยนักศึกษามีความพึงพอใจต่อความพร้อมทางกายภาพในระดับมาก ด้านการบริการทางการศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง และด้านเทคโนโลยีการศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง</p>
อาทิตยา สาทอง
พัชรินทร์ บุรีนอก
จีรนันท์ เชียงลอย
อุไรวรรณ ศรีนารางค์
สุวนิตย์ เทศนวน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
2026-04-12
2026-04-12
1 1
1
12
-
การใช้ประโยชน์ระบบการให้บริการออนไลน์บนเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2595
<p>การวิจัยนี ้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื ่อศึกษาระบบการให้บริการออนไลน์ (E-Services) บนเว็บไซต์<br>ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสงขลา 2) เพื่อศึกษาประโยชน์ของระบบการให้บริการออนไลน์ <br>(E-Services) บนเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสงขลา และ 3) เพื่อศึกษาปัญหาการใช้<br>ประโยชน์ระบบการให้บริการออนไลน์ (E-Services) บนเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด<br>สงขลา ระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วยการศึกษาเอกสารและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจาก<br>เจ้าหน้าที ่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา จำนวน 17 ราย และจากเกษตรกรผู ้มาติดต่อ ณ <br>สำนักงาน จำนวน 5 คน สถิติสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน <br>ผลการวิจัยพบว่า <br>1. ระบบการให้บริการออนไลน์ E-Services ใช้แพลตฟอร์ม Google Workspace ได้แก่ Gmail, <br>Google Drive, Google Forms, Google Sheets และ Google Slides ร่ วมกั บระบบ E-mail และ <br>MOAC QR Code โดยผู ้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ เลือกแบบฟอร์ม กรอกข้อมูล และส่งข้อมูลผ่านระบบ<br>ออนไลน์ พร้อมรับสำเนาเอกสารทางอีเมล ขณะที ่เจ้าหน้าที ่สามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลได้<br>อย่างเป็นระบบ <br>2. ประโยชน์ของระบบการให้บริการออนไลน์ (E-Services) บนเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรและ<br>สหกรณ์ จังหวัดสงขลา พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.75, σ = 0.53) โดยประโยชน์สูงสุดคือ <br>การใช้งานระบบอย่างมีประสิทธิภาพและการบริหารจัดการข้อมูล รองลงมาคือการลดขั ้นตอนการ<br>ปฏิบัติงาน และประโยชน์ต่ำสุดคือการนำไปสู่ระบบการทำงานดิจิทัล นอกจากนี้ ระบบยังช่วยลดระยะเวลา <br>ประหยัดทรัพยากร และเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ <br>3. ปัญหา พบว่าเจ้าหน้าที ่บางส่วนยังขาดความรู ้ความเข้าใจในการใช้งานระบบ และอุปกรณ์<br>คอมพิวเตอร์บางส่วนมีอายุการใช้งานนาน ไม่รองรับระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
ปิยรัตน์ ลัภกิตโร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
2026-07-10
2026-07-10
1 1
13
22
-
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2371
<p>การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลตาลเดี่ยว จำนวน 5,763 คน และได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเป็นจำนวน 399 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนในตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำป่าสักในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีส่วนร่วมในด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านแนวทางการจัดการน้ำ และด้านการร่วมตัดสินใจมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ทุกด้านมีระดับการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก</p>
ชลธิชา ขันสิริกุล
อรัญญา เตมีศักดิ์
กชพรรณ นาคคงคำ
ภัทราภรณ์ ไข่นุ่น
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
2026-05-07
2026-05-07
1 1
23
38
-
การศึกษาและพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนระบบการชำระเงินออนไลน์ผ่าน QR Code : กรณีศึกษาโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2375
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นต่อการใช้ระบบการชำระเงินออนไลน์ผ่าน QR Code ในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ และ 2) เพื่อเสนอกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการชำระเงินออนไลน์ผ่าน QR Code ในโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 160 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling) โดยแบ่งตามพื้นที่ 16 อำเภอ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้วย SWOT Analysis ร่วมกับ TOWS Matrix</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่เคยใช้ระบบการชำระเงินผ่าน QR Code แต่มีการรับรู้และมีทัศนคติเชิงบวกต่อการนำระบบมาใช้ โดยเห็นว่าระบบมีความสะดวกในระดับปานกลางถึงมาก และมีความเห็นด้วยต่อการนำระบบมาใช้ในระดับสูง ช่องทางการรับรู้ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากธนาคารและหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ตาม พบปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร การขาดอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และความกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาดของระบบ</li> <li class="show">ผลการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์พบว่า ควรมุ่งเน้นการพัฒนาระบบดิจิทัลให้มีความครบวงจร การพัฒนาทักษะดิจิทัลของเกษตรกร การจัดทำคู่มือและการฝึกอบรม รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในระบบและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</li> </ol>
อดิศร ชาติสุภาพ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
2026-05-06
2026-05-06
1 1
39
51
-
การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2597
<p>านวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง <br>ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก และ 2) เพื่อศึกษาการ<br>พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวง<br>เกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research กลุ่ม<br>ผู ้ให้ข้อมูลหลัก คือ บุคลากรในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก <br>ประกอบด้วย สำนักงานเกษตร สำนักงานประมง และสำนักงานปศุสัตว์ในจังหวัดนครนายก ประกอบด้วย<br>หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ<br>บริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) จำนวนทั้งสิ้น 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ<br>วิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) และแบบบันทึกการเก็บ<br>ข้อมูลจากเอกสาร (Document Review Form) การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการนำเอกสารมาจัดกลุ่ม <br>วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ เพื ่อหาความสัมพันธ์และแนวทางการจัดการข้อมูล เพื ่อสรุปและนำเสนอผล<br>การศึกษา <br>ผลการศึกษาพบว่า <br>1. การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า การจัดเก็บข้อมูลยัง<br>มีลักษณะแยกส่วนในแต่ละหน่วยงาน ข้อมูลส่วนใหญ่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์ดิจิทัลพื ้นฐาน เช่น <br>Microsoft Excel และ Microsoft Word ยังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางที ่สามารถเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่าง<br>หน่วยงานได้ ส่งผลให้การนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจขาดประสิทธิภาพ ขณะที ่บุคลากรมี<br>ความรู ้พื ้นฐานด้านการจัดการข้อมูล แต่ยังขาดความเชี ่ยวชาญด้านระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยี<br>สารสนเทศขั้นสูง การพัฒนาศักยภาพบุคลากรยังไม่ต่อเนื่อง และขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ<br>ในหน่วยงาน <br>2. การพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า ควร<br>พัฒนาการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบฐานข้อมูลกลางและระบบออนไลน์ที ่สามารถ<br>เชื ่อมโยงข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ พร้อมทั ้งพัฒนา<br>โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ ควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสินค้า<br>เกษตรแบบรวมศูนย์ในระดับจังหวัด เพื ่อเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที ่เกี ่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู ่การเพิ ่มประสิทธิภาพ<br>การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิผล</p> <p> </p>
ศักดิ์ชาย เพ็งอารีย์
ลิขสิทธิ์ (c) 0
2026-07-19
2026-07-19
1 1
52
62
-
การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2598
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง <br>ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก และ 2) เพื่อศึกษาการ<br>พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวง<br>เกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research กลุ่ม<br>ผู ้ให้ข้อมูลหลัก คือ บุคลากรในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก <br>ประกอบด้วย สำนักงานเกษตร สำนักงานประมง และสำนักงานปศุสัตว์ในจังหวัดนครนายก ประกอบด้วย<br>หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ<br>บริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) จำนวนทั้งสิ้น 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ<br>วิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) และแบบบันทึกการเก็บ<br>ข้อมูลจากเอกสาร (Document Review Form) การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการนำเอกสารมาจัดกลุ่ม <br>วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ เพื ่อหาความสัมพันธ์และแนวทางการจัดการข้อมูล เพื ่อสรุปและนำเสนอผล<br>การศึกษา <br>ผลการศึกษาพบว่า <br>1. การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า การจัดเก็บข้อมูลยัง<br>มีลักษณะแยกส่วนในแต่ละหน่วยงาน ข้อมูลส่วนใหญ่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์ดิจิทัลพื ้นฐาน เช่น <br>Microsoft Excel และ Microsoft Word ยังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางที ่สามารถเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่าง<br>หน่วยงานได้ ส่งผลให้การนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจขาดประสิทธิภาพ ขณะที ่บุคลากรมี<br>ความรู ้พื ้นฐานด้านการจัดการข้อมูล แต่ยังขาดความเชี ่ยวชาญด้านระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยี<br>สารสนเทศขั้นสูง การพัฒนาศักยภาพบุคลากรยังไม่ต่อเนื่อง และขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ<br>ในหน่วยงาน <br>2. การพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า ควร<br>พัฒนาการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบฐานข้อมูลกลางและระบบออนไลน์ที ่สามารถ<br>เชื ่อมโยงข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ พร้อมทั ้งพัฒนา<br>โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ ควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสินค้า<br>เกษตรแบบรวมศูนย์ในระดับจังหวัด เพื ่อเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที ่เกี ่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู ่การเพิ ่มประสิทธิภาพ<br>การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิผล </p>
ศักดิ์ชาย เพ็งอารีย์
ลิขสิทธิ์ (c) 0
2026-07-22
2026-07-22
1 1
52
62
-
การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก
https://so17.tci-thaijo.org/index.php/PGSJ/article/view/2599
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง <br>ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก และ 2) เพื่อศึกษาการ<br>พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) ของหน่วยงานสังกัดกระทรวง<br>เกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครนายก งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research กลุ่ม<br>ผู ้ให้ข้อมูลหลัก คือ บุคลากรในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก <br>ประกอบด้วย สำนักงานเกษตร สำนักงานประมง และสำนักงานปศุสัตว์ในจังหวัดนครนายก ประกอบด้วย<br>หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ<br>บริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) จำนวนทั้งสิ้น 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ<br>วิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) และแบบบันทึกการเก็บ<br>ข้อมูลจากเอกสาร (Document Review Form) การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการนำเอกสารมาจัดกลุ่ม <br>วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ เพื ่อหาความสัมพันธ์และแนวทางการจัดการข้อมูล เพื ่อสรุปและนำเสนอผล<br>การศึกษา <br>ผลการศึกษาพบว่า <br>1. การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า การจัดเก็บข้อมูลยัง<br>มีลักษณะแยกส่วนในแต่ละหน่วยงาน ข้อมูลส่วนใหญ่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์ดิจิทัลพื ้นฐาน เช่น <br>Microsoft Excel และ Microsoft Word ยังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางที ่สามารถเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่าง<br>หน่วยงานได้ ส่งผลให้การนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจขาดประสิทธิภาพ ขณะที ่บุคลากรมี<br>ความรู ้พื ้นฐานด้านการจัดการข้อมูล แต่ยังขาดความเชี ่ยวชาญด้านระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยี<br>สารสนเทศขั้นสูง การพัฒนาศักยภาพบุคลากรยังไม่ต่อเนื่อง และขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ<br>ในหน่วยงาน <br>2. การพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจ (พืช ประมง ปศุสัตว์) พบว่า ควร<br>พัฒนาการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบฐานข้อมูลกลางและระบบออนไลน์ที ่สามารถ<br>เชื ่อมโยงข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ พร้อมทั ้งพัฒนา<br>โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ ควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสินค้า<br>เกษตรแบบรวมศูนย์ในระดับจังหวัด เพื ่อเชื ่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที ่เกี ่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู ่การเพิ ่มประสิทธิภาพ<br>การบริหารจัดการข้อมูลสินค้าเกษตรเศรษฐกิจและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิผล </p>
ศักดิ์ชาย เพ็งอารีย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
2026-04-15
2026-04-15
1 1
52
62