วารสารบริหารศาสตร์ วิทยาลัยน่าน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jasnc <p>วารสารบริหารศาสตร์<strong> วิทยาลัยน่าน</strong></p> <p> ISSN : อยู่ระหว่างดำเนินการ (Online)</p> <p><strong>สาขาขอบเขตเนื้อหาการตีพิมพ์ :</strong></p> <p> จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริม เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือทางด้านบริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์สังคมศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา จากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย </p> <p><strong>ประเภทบทความที่เปิดรับ: </strong> <strong><br /></strong> 1. บทความวิจัย (Research Article)<br /> 2. บทความวิชาการ (Academic Article)</p> <p><strong>การพิจารณาบทความ :<br /></strong> บทความที่ได้รับการเผยแพร่ตีพิมพ์ในวารสารมีการตรวจสอบและพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviews) จำนวน 3 ท่าน ต่อ 1 บทความ โดยผูัทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blinded Peer review) ผ่านระบบ ThaiJO</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์และเผยแพร่ : ปีละ 2 ฉบับ<br /></strong> ฉบับที่ 1 ช่วงเดือน มกราคม – มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 2 ช่วงเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์</strong></p> <p>วารสารจัดเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ ต่อ 1 บทความ รายละเอียดดังนี้</p> <p> 1. บุคคลภายนอก ค่าธรรมเนียม ไม่เก็บค่าธรรมเนียม</p> <p> 2. บุคคลภายในมหาวิทยาลัย (บุคลากรสายวิชาการ/สนับสนุน) ค่าธรรมเนียม ไม่เก็บค่าธรรมเนียม</p> <p> 3. นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ค่าธรรมเนียม ไม่เก็บค่าธรรมเนียม</p> th-TH วารสารบริหารศาสตร์ วิทยาลัยน่าน การศึกษาภาพลักษณ์ของโรงเรียนบ้านถืมตองที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชนตำบลถืมตอง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jasnc/article/view/1311 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับภาพลักษณ์ของโรงเรียนบ้านถืมตองตามการรับรู้ของประชาชน (2) ศึกษาระดับความพึงพอใจของประชาชนในตำบลถืมตองที่มีต่อการดำเนินงานและบทบาทของโรงเรียน (3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาพลักษณ์ของโรงเรียนกับความพึงพอใจของประชาชน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 160 คน ซึ่งคัดเลือกโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน</p> <p>ผลการวิเคราะห์พบว่า ภาพลักษณ์ของโรงเรียนบ้านถืมตองอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยรวม <span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.80, S.D. = 0.13) โดยมิติที่ได้รับการประเมินสูงสุด ได้แก่ ด้านการยอมรับ (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.88), ความศรัทธา (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> <em>=</em> 4.83) และความเชื่อถือ (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.67) ตามลำดับ ขณะที่ความพึงพอใจของประชาชนมีระดับมากที่สุดเช่นกัน (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.83, S.D. = 0.20) โดยมิติที่ได้รับค่าประเมินสูงสุด ได้แก่ ด้านการประชาสัมพันธ์ (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.93), คุณภาพของผู้เรียน (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> = 4.92) และกระบวนการจัดการศึกษา (<span class="CCcommand"><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /></span> <em>=</em> 4.90) การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ทั้ง 8 ตัวแปร พบว่ามีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกทั้งหมด 28 คู่ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ในช่วง 0.093–0.795 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ผลการวิจัยพบว่าภาพลักษณ์ด้านการประชาสัมพันธ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจของประชาชนในตำบลถืมตอง คือ การประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพในเชิงรุกและต่อเนื่องสามารถสร้างความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจ และความไว้วางใจต่อโรงเรียน อันนำไปสู่การมีส่วนร่วมและการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่อไป</p> ปิยวรรณ อโนชัย พลกฤต รักจุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารศาสตร์ วิทยาลัยน่าน 2026-02-02 2026-02-02 1 1 1 15 การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อความตั้งใจลาออกของพนักงานร้านสะดวกซื้อในเขตจังหวัดน่าน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jasnc/article/view/1309 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการร้านสะดวกซื้อในเขตจังหวัดน่าน ระดับความตั้งใจลาออกของพนักงานร้านสะดวกซื้อในพื้นที่เดียวกัน และเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับความตั้งใจลาออกของพนักงาน งานวิจัยเป็นลักษณะเชิงปริมาณ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 76 คน เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS การวิเคราะห์ประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงสถิติเชิงอนุมานโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 57.90 และมีช่วงอายุตั้งแต่ 21-25 ปี ร้อยละ 60.50 โดยภาพรวมพนักงานประเมินภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการร้านในระดับสูง (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.25, S.D. = 0.61) โดยมิติที่ได้รับการประเมินสูงสุดคือ การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation) (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.29, S.D. = 0.70) ขณะที่ระดับความตั้งใจลาออกของพนักงานโดยรวมอยู่ในระดับสูงเช่นกัน (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.26, S.D. = 0.65) โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ “วางแผนที่จะออกจากองค์กรนี้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.31, S.D. = 0.80)</p> <p>การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเผยว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 มิติ ได้แก่ การสร้างแรงบันดาลใจ ผู้นำที่มีเสน่ห์ การเอาใจใส่รายบุคคล และการกระตุ้นทางปัญญา มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความตั้งใจลาออกของพนักงาน (F = 198.210, p &lt; 0.001) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจลาออกได้ถึงร้อยละ 71.2 (R² = 0.712) สมการถดถอยพยากรณ์มีรูปแบบดังนี้ Y = 0.624 + 0.079(X1) + 0.125(X2) + 0.284(X3) + 0.135(X4) โดยที่ Y = ความตั้งใจลาออก, X1 = การสร้างแรงบันดาลใจ, X2 = ผู้นำที่มีเสน่ห์, X3 = การเอาใจใส่รายบุคคล, และ X4 = การกระตุ้นทางปัญญา และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของผู้จัดการร้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรมนุษย์และลดอัตราการลาออกของพนักงานในร้านสะดวกซื้อได้</p> ธนพงษ์ ชัยชนะบริบูรณ์ พลกฤต รักจุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารศาสตร์ วิทยาลัยน่าน 2026-02-02 2026-02-02 1 1 16 29