แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ผู้แต่ง

  • สุริษา กลหิรัญ หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  • ประพันธ์ ธรรมไชย อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การบริหารงานบุคคล, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ดัชนีการจัดลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุงการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน และ 2) ศึกษาแนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มประชากร ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล และข้าราชการครูในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จำนวน 4 แห่ง รวมประชากรทั้งหมด 148 คน และผู้ทรงคุณวุฒิผู้ให้ข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 7 คน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสังเคราะห์องค์ประกอบ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สรุปเป็นความเรียงเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีการจัดลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง ผลการศึกษา พบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และดัชนีการจัดลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุงแนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาพปัจจุบันในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับสภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ดัชนีการจัดลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุงเรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การออกจากราชการ การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวางแผนอัตรากำลัง วินัยและการรักษาวินัย และการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ 2. แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พิจารณาจากดัชนีการจัดลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) การออกจากราชการเป็นสิทธิของข้าราชการ 
และบุคลากร แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและไม่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย การอนุมัติขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นสังกัดตามระเบียบราชการ ตามกระบวนการให้เป็นไปอย่างถูกต้อง 2) การสรรหา และบรรจุแต่งตั้งบุคลากรในสถานศึกษาต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดสรรอัตรากำลังตามสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างครูกับนักเรียน และให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส สถานศึกษาต้องจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบคัดเลือกบุคลากรผ่านกระบวนการที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน 3) การประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษาควรกำหนดเกณฑ์มาตรฐานล่วงหน้าให้บุคลากรรับทราบ เพื่อความชัดเจน และเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยแต่ละกลุ่มงานควรมีเกณฑ์ และวิธีประเมินที่เหมาะสมสถานศึกษาควรดำเนินการประเมินผลเป็นรายไตรมาส รวม 4 ครั้งต่อปี เพื่อสะท้อนคุณภาพงานอย่างต่อเนื่องและใช้ผลประเมินในการพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กฤษณะ เลิศวิชานันท์. (2564). การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการแบบบูรณาการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามบริบทพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. แม่ฮ่องสอน: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแม่ฮ่องสอน.

จารุวรรณ นรพรม. (2557). การศึกษาสภาพ ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

เตือนใจ คล้ายแก้ว. (2560). แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในจังหวัดพิจิตร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

เถลิงเกียรติ ไวกยี. (2562). การศึกษาแนวทางการจัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ด. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

ธนุส เฮียงราช. (2563). สภาพและแนวทางการบริหารงานบุคคลในโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์ ค.ม. บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

พรทิพย์ เสือเหลือง. (2563). แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

ศศิวิมล คนเสงี่ยม. (2563). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

สมพงศ์ อาดำ. (2557). สภาพและปัญหาการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

สุวิมล ว่องวานิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). แผนพัฒนาการจัดการศึกษาสงเคราะห์ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนา.

สืบสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา. (2564). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ทางการศึกษาแนวใหม่. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อนันต์ มีพจนา. (2557). การศึกษาสภาพ ปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ ค.ม. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

Best, J.W. (1982). Research in Education. 4th ed.). New Delhi: Prentice Hall.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York: Harper Collins Publishers.

Likert, Rensis. and Likert, Jane. (1976). New Way Management Conflict. New York Mc Graw Hill.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

กลหิรัญ ส., & ธรรมไชย ป. (2026). แนวทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 14(56), 50–61. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jealsnruacth/article/view/1064