การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาวิถีใหม่โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมของโรงเรียนทาเหนือวิทยา
คำสำคัญ:
การบริหารโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา, สมรรถนะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้, ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาวิถีใหม่โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของโรงเรียนทาเหนือวิทยา มี 5 ระยะ ดังนี้ 1) สังเคราะห์และยืนยันองค์ประกอบการบริหารโรงเรียนโดยศึกษาเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน 2) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและพัฒนาแนวทางการบริหารโรงเรียนโดยสอบถามความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 204 คน และสนทนากลุ่มกับครู จำนวน 15 คน 3) พัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนโดยการมีส่วนร่วมของครู จำนวน 15 คน และประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน 4) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารโรงเรียนกับกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 186 คน ครู จำนวน 15 คน และกลุ่มตัวอย่างผู้ปกครอง จำนวน 130 คน โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม แบบประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม
และจริยธรรม และแบบสอบถามความคิดเห็น และ 5) ประเมินผลรับรองและขยายผลรูปแบบการบริหารโรงเรียน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน และโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 38 โรงเรียน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ดัชนี PNImodified และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. องค์ประกอบการบริหารโรงเรียน มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การพัฒนาและบริหารหลักสูตรวิถีใหม่ 2) การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อิงบริบท 3) การวัดและประเมินผลแนวใหม่ 4) การพัฒนาและส่งเสริมครูด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 5) การประสานความร่วมมือและสร้างภาคีเครือข่าย และ 6) การพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วม
2. ความต้องการจำเป็นสูงสูดคือกลยุทธ์ด้านการบริหารโรงเรียน รองลงมาคือกลยุทธ์ด้านการพัฒนาครู และน้อยที่สุดคือกลยุทธ์ด้านการพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ โดยมีภาพรวมดัชนี PNImodified เท่ากับ 0.58 ส่วนแนวทางการบริหารโรงเรียน มี 9 องค์ประกอบ
3. รูปแบบการบริหารโรงเรียน ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ การวัดและประเมินผล ระบบสนับสนุน ปัจจัยสู่ความสำเร็จ และการให้ข้อมูลย้อนกลับ และมีผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารโรงเรียน ได้แก่ สมรรถนะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด พฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมอยู่ในระดับมากที่สุด และความคิดเห็นของผู้ปกครองอยู่ในระดับมากที่สุด
5. ผลประเมินผลรับรองรูปแบบการบริหารโรงเรียนภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และขยายผลไปโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 38 โรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
เฉลิมเดช เทศเรียน สุพรรณี หงษ์ทอง และถิรนันท์ ดำรงค์สอน. (2567, กรกฎาคม-ธันวาคม). การขยายผลการใช้ประโยชน์จากคลังความรู้ดิจิทัล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต. PULINET Journal, 11(2), 181 - 192.
ธีรพงษ์ จันเปรียง เจนวิทย์ วารีบ่อ และอติราช เกิดทอง. (2564). การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) และการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้นตอน (รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์).
ปราโมทย์ พรหมขันธ์. (2556, กรกฎาคม-กันยายน). การพัฒนาความสามารถของครูด้านการออกแบบและสร้างนวัตกรรมการศึกษาโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน. วารสารครุศาสตร์, 80(3), 86 - 114.
ปุณฑริกา น้อยนนท์. (2566). การสร้างสรรค์และนวัตกรรม: ทักษะสำคัญสำหรับโลกหลังยุคใหม่. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 15(45), 250 - 259.
มยุรี นารั้ง, และเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์. (2565, กันยายน). รูปแบบการบริหารโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาสู่ความสำเร็จของโรงเรียนห้วยขาแข้งวิทยาคม. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(9), 165 - 183.
โรงเรียนทาเหนือวิทยา. (2566). รายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2565. โรงเรียนทาเหนือวิทยา.
วรรณภา โคตรพันธ์, และณัฐฐิตาภรณ์ ชาตรี. (2567, มกราคม-เมษายน). การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสร้างสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอนของนักศึกษาครูในศตวรรษที่ 21 โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 11(1), 559 - 573.
วริศรา ใจแก้ว. (2567). แนวทางการพัฒนากรอบความคิดเติบโตของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วาทินี พูลทรัพย์. (2563). องค์ประกอบการบริหารโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิชัย วงษ์ใหญ่, และมารุต พัฒผล. (2562). การพัฒนาทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
วีรภัทรา โพธิ์ศรี, วัลนิกา ฉลากบาง, และอภิสิทธิ์ สมศรีสุข. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 20(91), 25 - 33.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2559, กรกฎาคม-ธันวาคม). การวิจัยและพัฒนาการศึกษาไทย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 8(2), 1 - 18.
ศิรินทร์ทิพย์ ศิริภักดิ์. (2561). กระบวนการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านแวงประชารัฐบำรุง. วิทยานิพนธ์ ค.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สุนันท์ รุ่งอรุณแสงทอง. (2561). การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดประสิทธิภาพ. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุภาวี พูลประกากรณ์, สรรชัย ชูชีพ, และเสริมทรัพย์ วรปัญญา. (2566). แนวทางการบริหารงานตามกลยุทธ์การพัฒนาโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดลพบุรี. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 14(3), 69 - 85.
อนุชา สามุงคุณ. (2566). การประเมินความต้องการจำเป็นการพัฒนากระบวนการบริหารโรงเรียนคุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Suwistika, R., Ibrohim, I., & Susanto, H. (2024). Improving critical thinking and creative thinking skills through POPBL learning in high school student. Journal of Biological Education Indonesia (Jurnal Pendidikan Biologi Indonesia), 10(1), 115-122.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 - 610.

