แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดหนองบัวลำภู

ผู้แต่ง

  • ศุภกร มาศมหันต์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • ประพรทิพย์ คุณากรพิทักษ์

คำสำคัญ:

การบริหารแบบมีส่วนร่วม, แนวทางการพัฒนา, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดหนองบัวลำภู จากการศึกษาความต้องการจำเป็น สภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง โดยการสังเคราะห์องค์ประกอบ แนวคิด ทฤษฎี การบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบกับ การให้ข้อมูล จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลที่มาจากการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 3 คน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 คน ผู้อำนวยการกองการศึกษา จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และยืนยันแนวทาง โดยผู้ให้ข้อมูลกลุ่มเดิม จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบยืนยันข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาความถี่ และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดหนองบัวลำภู ประกอบด้วย 3 ด้าน 20 แนวทาง ดังนี้ 1) ด้านความมีอิสระต่อความรับผิดชอบในงาน มี 5 แนวทาง 2) ด้านการไว้วางใจกัน มี 8 แนวทาง และ 3) ด้านการมีส่วนร่วมปฏิบัติงาน มี 7 แนวทาง ทุกแนวทางได้รับการยืนยันว่า ใช้ได้

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2559). มาตรฐานการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

เดือนเพ็ญ ยลไชย. (2562). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ธีระพล เพ็งจันทร์. (บรรณาธิการ). (2566). การบริหารการศึกษาสมัยใหม่: หลักการ และทฤษฎี เพื่อการดำเนินงาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). อุดรธานี: ทรัพย์ภิญโญ.

ไพลิน ทิพย์กรรณ. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชุมพร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

วัชรากร ชวดกลางลา. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผล การบริหารงานโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

สมบัติ นามบุรี. (2562). ทฤษฎีการมีส่วนร่วมในงานรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารวิจัยวิชาการ, 2(1), 186 - 194.

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: การพิมพ์.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรอนงค์ ตุ้ยแสน และพิมพ์ชนก เครือสุคนธ. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างความมีอิสระในงาน การรับรู้ความสามารถในตนเองต่อความผูกพันต่องานของนักสื่อสารมวลชน: บทบาทการเป็นตัวแปรปรับของความกดดันในงาน. วารสารการสื่อสารมวลชน, 6(1), 14.

Boies, A.M. and Corbett, K. (2007). The relative importance of ability, benevolence, and integrity in predicting supervisor, subordinate, and peer trust. Unpublished master’s thesis, The University of Guelph, Canada.

Breaugh, J. A. (1985). The measurement of job autonomy. Human Relation, 38(2), 551 - 570.

Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610.

Michaelson, C. (2008). Work and the most terrible life. Journal of Business Ethics, 77(3), 337.

Swansburg. (1996). Management and Leadership for Nurse Management. Boston: Jones and Bartlett.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-01

รูปแบบการอ้างอิง

มาศมหันต์ ศ., & คุณากรพิทักษ์ ป. (2026). แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 14(55), 275–284. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jealsnruacth/article/view/1117