องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผันของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง
คำสำคัญ:
การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ, การบริหารการจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผันบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุความมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผันของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง จำนวน 298 คน ปีการศึกษา 2567 โดยสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.99 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผันของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง มี 5 องค์ประกอบได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ด้านกระบวนการบริหารการจัดการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผัน องค์ประกอบที่ 2 ด้านสื่อและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 3 ด้านการบริหารงบประมาณส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 4 การบริหารบุคลากรในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ และองค์ประกอบที่ 5 ด้านเครือข่ายที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ 2. องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ยุคหลังพลิกผันของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ในภาพรวมมีความสำคัญอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรกได้ดังนี้ สถานศึกษามีช่องทางออนไลน์ที่ครูสามารถใช้สื่อสารกับผู้เรียนและผู้ปกครองและใช้เผยแพร่ผลงานความรู้สู่สาธารณะได้ ครูมีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขา หรือรายวิชาที่ตนสอน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้บริหารให้ความสำคัญในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้เรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนหลังยุควิกฤต ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ผู้บริหารมีภาวะผู้นำทางวิชาการ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีวิสัยทัศน์ ในการบริหารจัดการองค์กรสู่ยุคหลังพลิกผันได้อย่างเหมาะสม 3. การตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยใช้สถิติ KMO (Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy) และ Bartlett’s Test of Sphericity ใช้วัดความเหมาะสมของข้อมูล ซึ่งได้ค่า KMO เท่ากับ 0.977 ซึ่งมากกว่า 0.5 และเข้าสู่ 1 แสดงว่าข้อมูลที่ได้มีความเหมาะสมทั้งหมด 5 องค์ประกอบ โดยทั้ง 5 องค์ประกอบสามารถอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 67.534
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ จันทร. (2564). การบริหารสถานศึกษายุคโลกพลิกผันฉลาดรู้เท่าทันดิจิทัล. วิทยานิพนธ์ ค.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเลิศของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ. วิทยานิพนธ์ ค.ม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐชลิดา ประกิ่ง. (2561). สภาพปัญหาและแนวทางในการพัฒนาการบริหารจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ณัฐพัชร์ บุญเกต. (2565). การบริหารการจัดการเรียนรู้ในยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุตรดิตถ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
ณัฐพิมล ธรรมสรางกูร. (2559). รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. นเรศวร: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ. สุวีริยาสาส์น.
ประกาศิต อานุภาพแสนยากร. (2555). การจัดการเรียนรู้. มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พนิตตา วสุนันต์. (2556). การศึกษาแนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้ กรณีศึกษาโรงเรียนศรีบางไทร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
พัชราภรณ์ ดวงชื่น. (2563). การบริหารจัดการศึกษารับความปกติใหม่หลังวิกฤตโควิด -19. วารสารศิลปการจัดการ, 4(3), 783 - 795.
พิชญา ชูเพชร, และสุจิตรา จรจิตร. (2560). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิผล. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
วัสสิกา รุมาคม. (2565). การบริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่หลังวิกฤตโควิด - 19. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อการขับเคลื่อนการจัดการความรู้สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ. วิทยานิพนธ์ ค.ด. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไลภรณ์ คำมั่น และสำราญ มีแจ้ง. (25p64). การจัดการเรียนรู้ยุค New Normal วิถีชีวิตใหม่ความท้าทายของครูไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 15,(3), 13 – 14.
Hough, J. B. & Duncan, K. (1970). Teaching description and analysis. Addison - Westlu.
Joint Committee on Standards for Educational Evaluations. (1994). The program evaluation standards: How to assess evaluations of educational programs.
MacNeil, W. & Topping, K. (2007). Crisis management in schools: Evidence - based prevention. Journal of Educational Enquiry, 7(1), 64 - 94.
Enrico Gandolfi, Richard E. Ferdig and Annette Kratcoski. (2021). A New Educational Normal an Intersectionality - led Exploration of Education. Learning Technologies, and Diversity During COVID -19.
Hernandez J. Vargas. (2021). strategic management in basic education institutions in Mexico, Accessed March 16, 2021, Available from https://www.semanticscholar.org/pape

