ความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
คำสำคัญ:
องค์กรแห่งการเรียนรู้, การบริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น 2) เปรียบเทียบสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และขนาดสถานศึกษา 3) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 330 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากการเทียบตารางสำเร็จรูปของ เครซีและมอร์แกน โดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 2 ฉบับ คือ แบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .95 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การทดสอบค่าเอฟ การจัดลำดับความต้องการจำเป็น (PNIModifed) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ทั้ง 5 ด้าน พบว่า สภาพปัจจุบันโดยภาพรวมอยู่ระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ระดับมากที่สุด และความต้องการจำเป็น เรียงลำดับตามความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การเรียนรู้เป็นทีม รูปแบบการคิด การพัฒนาตนเอง การคิดอย่างเป็นระบบ และการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน 2. การเปรียบเทียบสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีตำแหน่งต่างกัน มีสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ที่มีประสบการณ์และขนาดสถานศึกษาต่างกัน มีสภาพปัจจุบันโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน และผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์และขนาดสถานศึกษาต่างกัน มีสภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมและรายด้านมีความแตกต่างกันอย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. แนวทางพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า (1) การพัฒนาตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษาสนับสนุนให้บุคลากรแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (2) รูปแบบการคิด ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรมีทัศนคติความสามารถพัฒนาได้ผ่านการเรียนรู้ (3) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างวิสัยทัศน์ชัดเจน บุคลากรแสดงความคิดเห็นภาพอนาคตขององค์กรได้ (4) การเรียนรู้เป็นทีม ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความรู้ และ (5) การคิดอย่างเป็นระบบ ผู้บริหารสถานศึกษาพัฒนาการวิเคราะห์สถานการณ์ และการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ
เอกสารอ้างอิง
ธัญมน ยวนหมื่น. (2563). การศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
รัตนกร พิมพ์งาม. (2559). ความคิดเห็นของบุคลากรครูต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ รป.ม. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
วันชนก อาจปรุ. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตภาคกลาง. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วีรยา สัจจะเขตต์. (2564). การพัฒนาแนวทางการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. (2566). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. อุบลราชธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1.
สุนทรีย์ ธิชากรณ์. (2563). แนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิเชษฐ์ บุญศรี. (2562). การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนที่ปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ. การค้นคว้าอิสระ ศษ.ม. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Senge, Peter. (2006). The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization. New York: Currency Doubleday.

