แนวทางการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการ, การส่งเสริมอาชีพของนักเรียน, โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา 1) สภาพปัจจุบัน และปัญหาการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน 2) แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอนกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู จำนวน 55 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ประจำปีการศึกษา 2567 จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 27 คน และครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จำนวน 28 คน และเป้าหมายของผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive selection) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มี 3 ชนิด ได้แก่ แบบสังเคราะห์องค์ประกอบ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีความเที่ยงตรงมีค่าดัชนีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 และมีความเชื่อมั่น 0.989 และแบบสัมภาษณ์แนวทางการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียน เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured interview) โดยนำรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดของแต่ละขั้นตอนการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียน และค่าความถี่หรือร้อยละสูงสุด 2 ลำดับแรก ของแต่ละขั้นตอนการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนมาสร้างแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอในรูปแบบตารางประกอบการพรรณนา สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยอาศัยหลักการจำแนก หรือการจัดกลุ่มข้อมูล และใช้การสรุปสาระสำคัญที่มีความสอดคล้องกันกับของผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน พบว่า 1.1 สภาพปัจจุบันของการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียน พบว่าสภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ คุณภาพผู้เรียน การบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ผลลัพธ์ และความสำเร็จหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.2 ปัญหาการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียน ที่มีจำนวนมากที่สุดของแต่ละด้าน 1) การบริหารจัดการ คือ การบริหารจัดการเวลาเรียนและกิจกรรมเสริมอาชีพ 2) หลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ หลักสูตรมีความยืดหยุ่นพอที่จะปรับเปลี่ยนตาม ความสนใจหรือศักยภาพของนักเรียน 3) คุณภาพผู้เรียนคือนักเรียนมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ 4) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย คือ การสื่อสารและประสานงานเกี่ยวกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และ 5) ผลลัพธ์ และความสำเร็จ คือโรงเรียนมีเกณฑ์ชัดเจนในการวัดความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ 2. แนวทางการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริมอาชีพของนักเรียนประกอบด้วย 1) การบริหารจัดการการส่งเสริมอาชีพควรมุ่งเน้นให้ศิษย์เก่าสามารถมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา โดยใช้แนวปฏิบัติที่ดีเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน 2) การจัดหลักสูตรและการเรียนรู้ควรมุ่งเน้นการเรียนควบคู่กับทักษะอาชีพ โดยใช้หลักสูตรด้านการงานอาชีพและหลักสูตรฐานสมรรถนะ พร้อมเปิดโอกาสให้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ 3) การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเริ่มจากการเก็บข้อมูลปัญหานำมาจัดทำแผนพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีการทดสอบความรู้ และประเมินผลเพื่อวัดความก้าวหน้า 4) การมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย โดยใช้วงจร PDCA ในการติดตาม มีการประเมินผลที่หลากหลาย การทำบันทึกข้อตกลง (MOU) 5) การติดตามผลลัพธ์และความสำเร็จควรมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย กำกับ ติดตาม และนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแนวทางให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). แนวทางการเสริมทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์อาชีพให้กับนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ณรงค์ อภัยใจ. (2560). รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมอาชีพสำหรับเด็กด้อยโอกาสโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ. วิทยานิพนธ์ ค.ม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
นงนุช ชมภูเทพ และฉลอง ชาตรูประชีวิน. (2560). รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมอาชีพของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาบนพื้นที่สูงและทุรกันดาร เขตภาคเหนือฝั่งตะวันตก. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นฏกร ปิ่นสกุล. (2557). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมอาชีพของ นักเรียนในสถานศึกษาสังกัดเทศบาล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 16(4), 71 - 81.
นฤมล วิทยาวุฒิรัตน์. (2562). รูปแบบการพัฒนาครูในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพโดยการมีส่วนร่วมของปราชญ์ชาวบ้าน โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2(5), 72 – 85.
ปนัดดา จันทวงศ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(4), 885 – 896.
ปิยะ สันติ์. (2558). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับโรงเรียนในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พรรัตน์ จันทร์คำ. (2566). การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษา และการวิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ท – เชียงใหม่, 5(4), 885 - 890.
วันฤดี ปุยะติ. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการด้านการงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนในโครงการพัฒนา เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ศิราพร อรินแก้ว. (2560). การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำสำหรับเด็กด้อยโอกาสในสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ ค.ม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ศุภโชค ปิยะสันติ์. (2558). รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับโรงเรียนในพื้นที่สูง และถิ่นทุรกันดารบทเรียนจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี. วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(2), 175 - 189.
สายเพ็ญ บุญทองแก้ว. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2557). การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพ: โรงเรียนถนอมราษฎร์บำรุง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 35(1), 100 - 110.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2567. แม่ฮ่องสอน: กลุ่มนโยบายและแผน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ 2567. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
Creager, M. F. S., & Deacon, M. M. (2012). Trait and Factor, Developmental, Learning and Cognitive Theories. in Career Counseling: Foundation, Perspective, and Applications. Chapter 2. New York: Routledge.
Daft R. L. & Marcic D. (2022). Understanding Management. Cengage Learning.
Dubrin, A. J. (2010). Principles of Leadership. Ohio: South - Western.
Good, Carter. V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw Hill.
Jansen. (2013). Lift Skills that Enable Resilience: A Profile of Adolescents from a Colored Community in Kimberley. University of the Free State.
Koontz, H. and O'Donnell. (2001). Essentials of management. (3rd). New Delhi: TATA. activities. Educational and Psychological Measurement.
Radjou, N. & Prabhu, J. (2015). Antecedents and Consequences of Frugal Innovation: A Conceptual Model. Bloomsbury India: Management book.
UNESCO. (2011). The Four Pillars of Education. Retrieved from http://www.unesco.org/delord/fowphil.htm

