ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
-
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร, การจัดการเรียนรู้ของครู, ยุค BANI WORLDบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบหาความสัมพันธ์ หาอำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ครูหัวหน้างานวิชาการและครูผู้สอน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 327 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.489 - 0.808 และมีค่าความเชื่อมัน เท่ากับ 0.970 และแบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD ในโรงเรียน มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.527 - 0.884 และมีค่าความเชื่อมมั่น เท่ากับ 0.972 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารและการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD ในโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และจำแนกตามลักษณะการเปิดสอนของโรงเรียน พบว่า โดยรวมและรายด้านทุกด้านไม่แตกต่างกัน ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า โดยรวมและรายด้านทุกด้านไม่แตกต่างกัน ส่วนจำแนกตามลักษณะการเปิดสอนของโรงเรียน พบว่า โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโดยรวมกับการจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD ในโรงเรียนโดยรวม พบว่า มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง (rxy = 0.776) 4. ภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารในโรงเรียน ที่สามารถพยากรณ์การจัดการเรียนรู้ของครูยุค BANI WORLD โดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้านวิชาการ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนางาน และการมีวิสัยทัศน์ด้านวิชาการ และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน โดยมีอำนาจพยากรณ์ ร้อยละ 67.90 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ เท่ากับ ± 0.27327 5. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร จำนวน 4 ด้าน คือ ดำเนินการโดยวิสัยทัศน์ต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน สังคม และการเปลี่ยนแปลง พัฒนาหลักสูตรและการสอนให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และสนับสนุนด้านทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ชนะชล บ้านใหม่. (2568). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 14(1), 13 – 24.
ไชยา ภาวะบุตร. (2565). หลัก ทฤษฎี และปฏิบัติ การบริหารการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). สกลนคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดสมศักดิ์การพิมพ์.
ธนกฤต อินธริชัย. (2566) การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วารสารสุโขทัยธรรมมาธิราช, 36(2), 6 – 20.
นรินทร์ รินพนัสสัก. (2566). การปรับตัวของครูปฐมวัยในยุค BANI WORD. วารสารมนุษยสังคมศาสตร์, 1(3). 18.
วนิดา เชื้อคมตา. (2566). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). ความเคลื่อนไหวการศึกษาไทยและการศึกษาโลก. https://www.onec.go.th/th.php/book/BookView/2071
อรรถพล ประเสริฐสังข์. (2566). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

