ปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2
คำสำคัญ:
ปัจจัยการบริหาร , การประกันคุณภาพภายในบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ ศึกษาความสัมพันธ์ อำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางพัฒนาปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และลักษณะการเปิดสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 317 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 92 คน ครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายใน จำนวน 92 คน และครูผู้สอน จำนวน 133 คน ในปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสอบถามปัจจัยทางการบริหารในศตวรรษที่ 21 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.984 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.687 - 0.899 และแบบสอบถามประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.960 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.619 – 0.835 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t - test ชนิด Independent Samples การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson’s Product - Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ผลการเปรียบเทียบปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 และจำแนกตามลักษณะการเปิดสอน พบว่า แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 4. ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และจำแนกตามลักษณะการเปิดสอน พบว่า ไม่แตกต่างกัน 5. ปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 และประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์ระดับปานกลาง (rXY = .525) 6. ปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีจำนวน 2 ด้าน คือ ด้านการบริหารงบประมาณ (X5) และด้านการพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ (X4) และอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 1 ด้าน คือ ด้านบรรยากาศองค์การและวัฒนธรรมขององค์การแห่งการเปลี่ยนแปลง (X1) โดยมีอำนาจพยากรณ์ ร้อยละ 36.60 7. แนวทางพัฒนาปัจจัยการบริหารในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 เสนอแนะไว้ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการบริหารงบประมาณ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรเน้นการใช้ งบประมาณแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพื่อการตัดสินใจที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ 2) ด้านการพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรเน้นการพัฒนาบุคลากร เน้นการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต และ 3) ด้านบรรยากาศองค์การและวัฒนธรรมขององค์การแห่งการเปลี่ยนแปลง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้าง ส่งเสริม วัฒนธรรมนวัตกรรมและความร่วมมือ เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กระทรวงศึกษาธิการ.
กิตติชัย อาจหาญ. (2565). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ขวัญเพชร พลวงค์. (2564). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นันทิยา รอดเทศ และณิรดา เวชญาลักษณ์. (2567). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับการดำเนินการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 18(3), 58 - 71.
นิรันดร์ บุตราช, อัครวัฒน์ บุปผาทวีศักดิ์ และนาวี อุดร. (2568). ปัจจัยการบริหารที่่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 19(1), 104 - 116.
ปัทมา ประทุมสุวรรณ. (2562). ทักษะการบริหารในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
มณฑาทิพย์ นามนุ. (2561). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
มาหะมะบาคอรี มาซอ และจรุณี เก้าเอี้ยน. (2564). การบริหารงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3. วารสารการบริหารการศึกษาและครุศาสตร์, 1(3), 47 – 55.
เมฐิตา วงษ์คลองเขื่อน และพนายุทธ เชยบาล. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย. วารสารคุรุศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 4(2),1 - 17.
สกุณา ใบภักดี, เยาวลักษณ์ สุตะโคตร และธวัชชัย ไพใหล. (2566). ปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 5(1), 27 – 40.
อริสา คงกะพัน ,สาธร ทรัพย์รวงทอง และสุพัฒนา หอมบุปผา (2567). การศึกษาทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3. วารสารการบริหาร การศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 4(1), 134 – 146.
อารียา ดวงเทพ. (2563). การดำเนินการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, 6(1), 145 – 152.

