ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ของครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง, ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21, แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ ศึกษาความสัมพันธ์ อำนาจพยากรณ์ และศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และลักษณะการเปิดสอนของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย จำนวน 323 คน จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 91 คน และครูผู้สอน จำนวน 232 คน ในปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.993 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.837 - 0.944 และแบบสอบถามเกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.991 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.813–0.954 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ ทดสอบค่าที การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า 1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ส่วนแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน โดยรวม อยู่ในระดับ มาก 2. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง โดยรวม และรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จำแนกตามลักษณะการเปิดสอนของสถานศึกษา โดยรวมไม่แตกต่างกันและเมื่อพิจารณารายด้าน มีความแตกต่างกันโดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จำนวน 1 ด้าน คือ การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล 3. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จำแนกตามลักษณะการเปิดสอนของสถานศึกษาพบว่าโดยรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จำนวน 1 ด้าน คือ ความสำเร็จของงาน 4. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 กับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน พบว่า มีความสัมพันธ์กันในทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง (rxy = 0.821) 5. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 ที่สามารถพยากรณ์แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ตัวแปรที่มีอำนาจพยากรณ์ที่ดีที่สุด คือ ด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (X5) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ (X2) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (X4) ทั้ง 3 ด้านนี้ สามารถร่วมกันพยากรณ์แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ได้ร้อยละ 67.50 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์เท่ากับ ±0.32088 6. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 จำนวน 3 ด้าน คือ 6.1 ด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเป็นผู้ฟังที่ดี เปิดใจรับฟังความคิดเห็น ใช้ช่องทางสื่อสารหลากหลาย ชัดเจน รวดเร็ว เหมาะสมกับสถานการณ์ พัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง 6.2 ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ โดยการเสริมแรงทางบวกด้วยการให้กำลังใจ รางวัล และคำชมเชย การเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน รับฟังปัญหาของครู สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น และมอบหมายงานที่ท้าทาย 6.3 ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล โดยการยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เห็นคุณค่าเฉพาะตัวบุคคล เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำงานและพัฒนาตนเองตามความถนัด ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). บทวิเคราะห์การศึกษาไทยในโลกศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
ดวงกมล โถทอง. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของผู้บริหาร สถานศึกษากับแรงจูงใจในการ
ปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด.
วิทยานิพนธ์ ค.ม. จันทบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
นพมาศ โสบุญ. (2563). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ภัทรสุดา รักกล่อง,กัญภร เอี่ยมพญา,และนิวัตต์ น้อยมณี. (2568). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1. วารสารวิจยวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, 8(5), 199 - 214.
สุนิสา ไชยประสิทธิ์. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปี 2567 (หน้า 48). สืบค้นจาก https://www.nkp2.go.th/กลุ่มนโยบายและแผน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
อุษา บัวหลวง. (2565). การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนศูนย์เครือข่ายการศึกษา ตำบลปอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4. สารนิพนธ์ กศ.ม. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา.
อาวัชนนท์ อิ่มเพ็ง. (2566). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Bass, B. M., & Riggio, R. E. (2006). Transformational leadership (2nd ed.). Psychology Press.
Burns, James M. (1987). Leadership. New York: Harper & Row.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The Motivation to Work. (2nd ed.). New York: John Wiley & Sons.
Northouse, P. G. (2019). Leadership: Theory and practice (8th ed.). SAGE Publications.
Northouse, P. G. (2021). Leadership: Theory and Practice Ninth Edition. SAGE Publications, Inc.

