ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์, ยุคดิจิทัล, การทำงานเป็นทีมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ ศึกษาความสัมพันธ์ อำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 346 คน ประจำปีการศึกษา 2568 จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 77 คน และครูผู้สอน จำนวน 269 คน จาก 77 โรงเรียน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกนและสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัล มีค่าอำนาจจำแนก 0.624 - 0.886 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.979 แบบสอบถามเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.634 - 0.886 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.979 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.983 และแบบสัมภาษณ์แนวทางพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบค่าที ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณทีละขั้นตอนผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัล ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 2. การทำงานเป็นทีมในโรงเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 3. ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัล ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และจำแนกตามลักษณะการเปิดสอนของโรงเรียน พบว่า โดยรวมไม่แตกต่างกัน 4. การทำงานเป็นทีมในโรงเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน พบว่าการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และจำแนกตามลักษณะการเปิดสอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน 5. ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัล กับการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ909 6. ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัลโดยรวม จำนวน 5 ด้าน พบว่า มีจำนวน 4 ด้าน สามารถพยากรณ์การทำงานเป็นทีมในโรงเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ได้แก่ ด้านการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและปรับตัว ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการมีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัลเพื่อการบริหารและสร้างนวัตกรรมในสถานศึกษา และด้านการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมและการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยรวมกันพยากรณ์ได้ร้อยละ 83.20 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ เท่ากับ ±0.17649 7. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน มีจำนวน 4 ด้าน จากทั้งหมด 5 ด้าน คือ 1) ด้านการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและปรับตัว 2) ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 3) ด้านการมีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัลเพื่อการบริหารและสร้างนวัตกรรมในสถานศึกษา และ 4) ด้านการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมและการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก ศรีวรรณา. (2561). การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นันทิวา ราชภักดี. (2566). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. ร้อยเอ็ด: มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
นวนละออง สีดา, พจนีย์ มั่งคั่ง และกัญภร เอี่ยมพญา. (2565). บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 19(86), 91 – 101.
ทรงวุฒิ มากมี. (2565). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4. วิทยานิพนธ์ ค.ม. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รัตนา แปโค. (2567). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผล การจัดการเรียนรู้ของครูในยุคดิจิทัล โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 12(48), 248 – 258.

