ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3

ผู้แต่ง

  • อัญชลีพร ชมภูเพชร หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • สายันต์ บุญใบ อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต และหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • ชรินดา พิมพบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน, ยุคพลิกผัน, ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ ศึกษาความสัมพันธ์ ศึกษาอำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผันที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และลักษณะการเปิดสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 340 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 78 คน และครูผู้สอน จำนวน 262 คน ในปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.946 และแบบสอบถามประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.933 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t - test ชนิด Independent Samples การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า โดยรวมมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำแนกตามลักษณะการเปิดสอน โดยรวม พบว่า ทั้งโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน และจำแนกตามประสบการณ์ทำงาน พบว่า โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 4. ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จำแนกตามประเภทโรงเรียนที่เปิดทำการเรียนการสอนและจำแนกตามประสบการณ์ทำงาน พบว่า ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 5. ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน และประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์กันปานกลาง (r = 0.698**) 6. ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีจำนวน 3 ด้าน คือ ความท้าทายในการปรับตัวตามกระแสโลกาภิวัตน์ การสร้างความกลมเกลียวในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และการมีวิสัยทัศน์เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยมีอำนาจพยากรณ์ร้อยละ 51.10 7. แนวทางพัฒนาภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนผู้บริหารในยุคพลิกผัน ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 เสนอแนะไว้ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีวิสัยทัศน์เท่าทันการเปลี่ยนแปลง คือ ผู้บริหารกำหนดทิศทางให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สื่อสารให้ทั่วถึง และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้ยืดหยุ่นพร้อมปรับตัว 2) ด้านการสร้างความกลมเกลียวในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง คือ ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่าง สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อลดความขัดแย้งในองค์กร และ 3) ด้านความท้าทายในการปรับตัวตามกระแสโลกาภิวัตน์ คือ ผู้บริหารควรเร่งทักษะดิจิทัลและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เพื่อปรับตัวต่อกระแสโลกาภิวัตน์

เอกสารอ้างอิง

ขวัญพิชชา มีแก้ว. (2562). การบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ ค.ม. จันทบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ยืน ภู่วรวรรณ. (2562). เทคโนโลยีที่สร้างความพลิกผัน (Disruptive Technology). สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2568. จาก https://www.thailibrary.in.th/2019/03/01/disrupti.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). รายงานการพัฒนาประเทศไทย ประจำปี 2564. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง และภารดี อนันต์นาวี. (2567). รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคตะวันออก. วารสารร้อยแก่นสาร, 9(5), 517 - 534.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Glover, J., Rainwater, K., Jones, G., & Friedman, H. (2002). Adaptive leadership (Part Two): Four principles for being adaptive. Organization Development Journal, 20(4), 18 – 38.

John Kotter. (2012). Leading Change. Boston, MA: Harvard Business Review Press.

Leithwood, K., & Jantzi, D. (2006). Transformational School Leadership for Large - Scale Reform: Effects on students, teachers, and their classroom practices. School Effectiveness and School Improvement, 17(2), 201 – 227.

Yukl, G. (2002). Leadership in organizations (5th ed.). Prentice - Hall.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

ชมภูเพชร อ., บุญใบ ส., & พิมพบุตร ช. (2026). ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยนของผู้บริหารในยุคพลิกผัน ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 14(56), 25–37. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jealsnruacth/article/view/2008