ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัล, ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ หาความสัมพันธ์ หาอำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัลดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 53 คน ครูวิชาการ จำนวน 53 คน และครูผู้สอน จำนวน 162 คน จากโรงเรียน 53 โรงเรียน ปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัล มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.265 – 0.898 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.982 และแบบสอบถามประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.272 - 0.857 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.978 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าที (t - test ชนิด Independent Samples) การวิเคราะห์ค่าเอฟ (F - test) แบบการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) ในกรณีพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยทำการทดสอบเป็นรายคู่โดยใช้วิธีของ LSD. หรือวิธีการของ Scheffe’s method ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัล และประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัล จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง ลักษณะการเปิดทำการสอน และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน พบว่า โดยรวมไม่แตกต่างกัน 3. ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จำแนกตามลักษณะการเปิดทำการสอน และจำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวม ไม่แตกต่างกัน 4. ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัลกับประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โดยรวมพบว่า มีความสัมพันธ์กันทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์กันปานกลาง (r = 0.701**) 5. ภาวะผู้นำทางวิชาการผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่นำมาวิเคราะห์ จำนวน 6 ด้าน พบว่า มี 3 ด้าน ที่สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คือ การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการฐานสมรรถนะ การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการและเพื่อการจัดการเรียนรู้ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ได้ร้อยละ 59.20 มีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ เท่ากับ ± 0.16894 6. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล สังเคราะห์จากการศึกษาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของ 3 โรงเรียน พบว่า แนวทางสำคัญประกอบด้วย 1) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ โดยผู้บริหารเป็นแบบอย่างในการใช้เทคโนโลยี รวมถึงสนับสนุนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยสื่อดิจิทัล 2) การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการฐานสมรรถนะ โดยผู้บริหารขับเคลื่อนการออกแบบหลักสูตร เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูล นิเทศ และปรับปรุงหลักสูตรอย่างเป็นระบบ และ 3) การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายภายนอก ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กัญญาภัค จูฑพลกุล และ ทัศนะ ศรีปัตตา. (2565). ภาวะผู้นําของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
เจษฎา ชวนะไพศาล. (2563). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มสหวิทยาเขตทวารวดีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี. การค้นคว้าอิสระ ศษ.ม. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชลนิชา ศิลาพงษ์. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ไชยา ภาวะบุตร. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการ. (ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ 3). สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ณัฏฐณิชา พรปทุมชัยกิจ และคณะ. (2561). ภาวะผู้นํายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 15(2), 50 - 64.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญพา พรหมณะ.(2561). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี.
ปิยะวรรณ คิดโสดา. (2561). ภาวะผู้นำของผู้บริหารและประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 11. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พิมพิลาลัย รักษ์โคตร. (2566). ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
มณฑาทิพย์ ศิริสุมทุม และนัทนิชา หาสุนทรี. (2563). ระดับการบริหารแบบมีส่วนร่วมและประสิทธิผลของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล. In Proceeding National and International Conference, 12(1), 550 - 558.
ศิริพงษ์ กลั่นไพฑูรย์. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สรายุทธ สิมมาจันทร์. (2563). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารวิชาการของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580). (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

