แนวทางการพัฒนาระบบ Web Application เพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คำสำคัญ:
การพัฒนาระบบ Web Application, กิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต, นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการรับบริการจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2) ศึกษาสภาพที่คาดหวังในการพัฒนาระบบ Web Application เพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ 3) ศึกษาแนวทางและความต้องการของนักศึกษาในการพัฒนาระบบ Web Application เพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 – 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในภาคการศึกษา 1/2567 จำนวน 230 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยอ้างอิงจากตารางของเครซี่และมอร์แกน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม คุณภาพของเครื่องมือมีค่าความเชื่อมั่นด้านความพึงพอใจในการใช้บริการ (รูปแบบเดิม) เท่ากับ 0.816 และด้านสภาพที่คาดหวังในการพัฒนาระบบ Web Application เท่ากับ 0.877 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการรับบริการในรูปแบบเดิมจากคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อยู่ในระดับมาก (𝑥̅= 10) 2. สภาพที่คาดหวังในการพัฒนาระบบ Web Application เพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต พบว่า อันดับที่ 1 คือ บริการถาม – ตอบอัตโนมัติเกี่ยวกับการเรียนการสอน ร้อยละ 82.50 รองลงมาคือ บริการด้านการตรวจสอบการสำเร็จการศึกษา ร้อยละ 75.00 3. แนวทางและความต้องการของนักศึกษาในการพัฒนาระบบ Web Application เพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มี 2 แนวทาง ได้แก่ 1) การพัฒนาระบบ Web Application ต้องสามารถรองรับทั้งการให้คำแนะนำอัตโนมัติ การประเมินผลส่วนบุคคล และการตรวจสอบความสำเร็จในการเรียน 2) การพัฒนาระบบ Web Application ควรคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นสำคัญ โดยมีการออกแบบให้ใช้งานง่าย ครอบคลุมการบริการทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการเรียนและกิจกรรมพัฒนาทักษะ พร้อมทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัย ได้ต้นแบบในการพัฒนาระบบ คือ “Econ Plearn+” ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชันการทำงาน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) งานพัฒนานักศึกษา 2) Econ Wellness Center (ศูนย์ให้ความช่วยเหลือ) และ 3) งานบริการการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
คณะเศรษฐศาสตร์. (2566). แผนพัฒนาคณะเศรษฐศาสตร์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่.
จักรพันธ์ บุญเม่น และทิพรัตน์ สิทธิวงศ์. (2567). การพัฒนาแอปพลิเคชัน Chatbot บนอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับ
งานบริการนิสิตและคณาจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา. วารสารวิชาการ ปขมท., 13(3), 204 - 219.
ฐิตาภรณ์ ศรีจันทร์หล้า. (2560). ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อการให้บริการงานกิจกรรมนักศึกษาของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รายงานผลการวิจัย). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ทิพวัลย์ แสนคำ, ชลธิชา ดุจจานุทัศน์, สกรณ์ บุษบง และ ชลัท รังสิมาเทวัญ. (2566). “ระบบจัดการ ทุนการศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 10(1), 91 - 100.
นพนัย เนื่องอุดม. (2566). การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม MSU Open House
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้วยเทคโนโลยีรหัสคิวอาร์. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 10(2), 47 - 57.
สมศักดิ์ บัวทิพย์, สุกัลยา เหมมณี, วิทูล ไชยภักดี และ ศุภกาญจน์ บัวทิพย์. (2562). ความพึงพอใจของนักศึกษา
ต่อการรับบริการในรายวิชาปฏิบัติการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 30(1), 89 - 103.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). ยุทธศาสตร์การศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

