การประเมินความต้องการจำเป็นของเป้าหมายการจัดการศึกษาการงานอาชีพ ด้านความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การประเมินความต้องการจำเป็น, เป้าหมายการจัดการศึกษาการงานอาชีพ, การงานอาชีพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และประเมินความต้องการจำเป็นของเป้าหมายการจัดการศึกษาการงานอาชีพด้านความรู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพจากโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จำนวน 149 โรงเรียน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) เท่ากับ 0.88 และค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.994 ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความถี่ และดัชนีลำดับความสำคัญแบบปรับปรุง (PNIModified) ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาการงานอาชีพด้านความรู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอยู่ในระดับมากที่สุด 3.84 ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากเช่นกันที่ 4.33 ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาเป้าหมายการจัดการศึกษา (PNI Modified) พบว่า ลำดับความสำคัญสูงสุด ได้แก่ ด้านการเรียนการสอนความรู้ด้านเกษตรกรรม (PNI = 0.17) และด้านการเรียนการสอนความรู้ด้านอุตสาหกรรม (PNI = 0.17) รองลงมา ได้แก่ การเรียนการสอนความรู้ด้านคหกรรม งานประดิษฐ์ (PNI = 0.13) และการเรียนการสอนความรู้ด้านพาณิชยกรรม (PNI = 0.12)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2553). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2564). ทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) เพื่อเตรียมการพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกช่วงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Disruption) ของโลกศตวรรษที่ 21: ผลการศึกษาและแนวทางการส่งเสริม. นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ. (2564). ปรับแนวทางการศึกษาไทย เน้นสร้างทักษะให้ไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงโลก, {สื่ออิเล็กทรอนิกส์}. https://www.nxpo.or.th/th/9456/.
Danković, D. et al.,. (2003) “The Importance of Students’ Practical Work in High Schools for Higher Education in Electronic Engineering,”. 66(2). IEEE Transactions on Education.
Harnish, D., & Wilke - Schnaufer, J. (1998). “Work - Based Learning in Occupational Education and Training,”. Sum - Fall Journal of Technology Studies. 24(2). {online}. https://jotsjournal.org/articles/10.21061/jots.v24i2.a.3
Kaufman, R. L. & Kester, A. J. M. (1982). “Evaluation of private networks,”. The Bell System Technical Journal. 61(9),
OECD (2010), Learning for Jobs, OECD Reviews of Vocational Education and Training. OECD Publishing, Paris, {online}. https://doi.org/10.1787/9789264087460-en.
Sabri, M. S. (2020) “The Role of Information Technology in Improving The Quality of Education,”. International Journal of Innovations in Engineering Research and Technology. 7(4).

