วารสารการท่องเที่ยวและบริการ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat <p>วารสาร JHAT ดำเนินการตีพิมพ์และเผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์ (Online) ที่ URL:https://toh.crru.ac.th/jhat/<br />โดยกำหนดดำเนินการตีพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ ดังนี้<br /> - ฉบับที่ 1 ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน<br /> - ฉบับที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม</p> <div><strong>ติดต่อเรา</strong></div> <p>Email: jhatjournal@crru.ac.th</p> <p>โทรศัพท์/โทรสาร 053 776 088</p> th-TH toh@crru.ac.th (รองศาสตราจารย์ ดร.เสงี่ยม บุญพัฒน์ บรรณาธิการวารสาร) toh@crru.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูวนารถ ศรีทอง) Sat, 18 Apr 2026 21:56:33 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การจัดการชุมชนผ่านการท่องเที่ยว : เครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของชุมชน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2279 <p>การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือการพัฒนาเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ จากกระบวนการดาเนินงานของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่คานึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม กาหนดทิศทางโดยชุมชน จัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชนและชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของมีสิทธิ์ในการจัดการ ทั้งนี้ชุมชนใดที่สามารถดาเนินงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างดี มีขีดความสามารถในการจัดการปัญหาของตนเองได้ในระดับหนึ่งด้วยการมีผู้นาที่มีความสามารถ มีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของวัฒนธรรม ความเชื่อ คุณค่าดั้งเดิม ศาสนา และเศรษฐกิจชุมชนถือได้ว่าเป็นชุมชนเข็มแข็ง</p> ฤดีกร เดชาชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2279 Sat, 18 Apr 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในเขตอาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2280 <p>งานศึกษาวิจัยนี้จัดทาขึ้นเพื่อศึกษาปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตอาเภอเมือง จังหวัดเชียงรายและรูปแบบที่พักแรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย และมีการพักค้างคืนในเขตอาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จานวน 401 คน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน<br>ผลการศึกษาพบว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21-30 ปี เป็นนักเรียน/นักศึกษา มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตอาเภอเมือง จังหวัดเชียงรายเรียงตามลาดับดังนี้ ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านกายภาพ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านช่องทางการตลาด ปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์ และปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาดตามลาดับ สาหรับรูปแบบที่พักแรมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เลือกพักมากที่สุดคือ โรงแรมรองลงมาคือ โรงแรมราคาประหยัด โดยมีค่าใช้จ่ายราคาที่พักประมาณ 500-1,000 บาท มีความพึงพอใจโดยรวมในการเลือกห้องพักธรรมดา (Standard) และจองด้วยตนเองโดยตรงกับโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ จองผ่านอินเตอร์เน็ต ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดพบว่า มีส่วนช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเข้าพักโรงแรม ส่วนโรงแรมที่ไม่มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดแต่นักท่องเที่ยวเลือกเข้าพักเนื่องจากมีราคาที่เหมาะสมกับห้องพัก และเป็นโรงแรมที่มีทาเลที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองตามลาดับ</p> ฐิรนันทร์ เทพแดง, อรวรรณ บุญพัฒน์, ขวัญฤทัย ครองยุติ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2280 Sat, 18 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านโป่งนาร้อน ตาบลดอยฮาง อาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2281 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตชาดาด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมเพื่อเชื่อมโยงกับกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชน ศึกษากระบวนการผลิตที่เหมาะสมในการผลิตชาดาด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมให้มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.120/2549) แล้วนาไปศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ชาดาที่ผลิตด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม และหาแนวทางการนาผลิตภัณฑ์ชาดาที่ผลิตด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมของชุมชนสู่การท่องเที่ยวของชุมชน บ้านโป่งน้าร้อน หมู่ 7 ตาบลดอยฮาง อาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เจาะลึก การสนทนากลุ่ม การทดลองกระบวนการผลิตชาดาด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมและการทดสอบการยอมรับ<br>ผลการวิจัยพบว่า จากกระบวนการมีส่วนร่วมดาเนินงานวิจัยทาให้นักวิจัยชุมชน ได้เข้าใจสภาพปัญหาของชุมชน มีการเรียนรู้และพัฒนาความรู้จากการศึกษาดูงานและ การร่วมกิจกรรมงานวิจัย ตลอดจนการสรุปบทเรียนและหาแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสาคัญในการพัฒนาชุมชนคือ การพัฒนาคน ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชา พบว่า มีคุณลักษณะทางกายภาพ สี กลิ่น รส การสกัดด้วยน้าเดือด สิ่งแปลกปลอม การเจือสี ความชื้น ค่ากาเฟอีน และจุลินทรีย์</p> <p>อยู่ในระดับดี ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช.120/2549 สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สาหรับการทดสอบการยอมรับผู้บริโภค ความคิดเห็นของผู้บริโภคโดยรวมอยู่ในระดับชอบมาก เนื่องจากในขณะชิมชาได้มีการอธิบายกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมและชุดสาธิตตัวอย่างไปจัดแสดงประกอบ ดังนั้น หากชุมชนต้องการให้ผลิตภัณฑ์ชาดาที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมของชุมชนเป็นที่ชื่นชอบ ควรให้ความสาคัญต่อตัวผลิตภัณฑ์ในแง่ของคุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นตัวหนุนนาให้เกิดความชื่นชมประทับใจ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้บริโภค ก็จะทาให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณค่าและมูลค่าไปในตัว ส่วนการพัฒนาของชุมชนต่อผลิตภัณฑ์ชาดาเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนนั้น ควรมีการพัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีกรรมวิธีที่เป็นเอกลักษณ์และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปมีส่วนร่วม สัมผัสตรง ลงมือทาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความแปลกใหม่ การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงพัฒนาบุคลากรในชุมชนเพื่อให้เกิดการเท่าทันต่อข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการท่องเที่ยวอย่างสม่าเสมอ ทั้งนี้ภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ชาดายังจาเป็นต้องพัฒนาสถานที่ในการผลิตเพื่อการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนในอนาคต และการปรับปรุงรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ชาดาให้มีความทันสมัยและเป็นที่น่าสนใจของผู้บริโภค</p> ญาณัท ศิริสาร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jhat/article/view/2281 Sat, 18 Apr 2026 00:00:00 +0700