วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร th-TH วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ 3088-294X A Causal relationship study of administrative concepts for social development, good organizational citizenship behavior, and work performance effectiveness of personnel in Local Government Organizations, Maha Sarakham Province https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1601 <p>This study investigates the causal relationships among administrative concepts for social development (ACSD), organizational citizenship behavior (OCB), and work performance effectiveness (WPE) among personnel in local government organizations in Maha Sarakham Province. Data were collected from 400 personnel selected through a multistage sampling procedure. The research employed a structured questionnaire comprising three latent constructs with a total of 34 indicators. Data were analyzed using descriptive statistics, confirmatory factor analysis, and structural path analysis via Jamovi. The findings reveal that ACSD and OCB both exert significant positive direct effects on WPE. Additionally, ACSD demonstrates an indirect effect on WPE through OCB, confirming the mediating role of OCB. The structural model exhibits a good fit with the empirical data (χ²/df = 2.79, RMSEA = 0.060, SRMR = 0.014, CFI = 0.990). The model explains 65.7% of the variance in WPE (R² = 0.657). These results highlight the importance of social-development-oriented administrative practices in fostering citizenship behaviors that enhance personnel performance in local government contexts.</p> Ntapat Worapongpat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-28 2026-04-28 3 2 148 162 ทฤษฎี X และทฤษฎี Y ในบริบทการบริหารรัฐกิจไทยเปรียบเทียบนานาชาติ: การวิเคราะห์เชิง ทฤษฎีและข้อเสนอแนะในยุคดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1945 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบแนวคิดพื้นฐานของทฤษฎี X และทฤษฎี Y ของ Douglas McGregor ในบริบทการบริหารรัฐกิจของประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ โดยบูรณาการมิติของการปฏิรูปภาครัฐในยุคดิจิทัล ทฤษฎี X สะท้อนสมมติฐานเชิงลบต่อธรรมชาติของมนุษย์ในการทำงาน กล่าวคือ บุคลากรต้องการการควบคุม การสั่งการ และแรงจูงใจภายนอก ในขณะที่ทฤษฎี Y นำเสนอสมมติฐานเชิงบวกที่เชื่อว่ามนุษย์มีแรงจูงใจภายใน สามารถกำกับตนเองได้ และมีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลการวิเคราะห์พบว่าระบบราชการไทยซึ่งมีโครงสร้างแบบลำดับชั้นสูงมีแนวโน้มเชิงโครงสร้างสอดคล้องกับทฤษฎี X ในขณะที่นโยบาย "ราชการ 4.0" และการปฏิรูปรัฐบาลดิจิทัลสะท้อนความพยายามเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนทัศน์ของทฤษฎี Y อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังเผชิญกับความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้างระหว่างเจตนารมณ์ของนโยบายกับข้อจำกัดทางกฎหมายและวัฒนธรรมองค์กรของระบบราชการไทย เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียซึ่งประสบความสำเร็จในการผสานทั้งสองทฤษฎีเข้ากับบริบทวัฒนธรรมและสถาบันของตน พบว่าความสำเร็จของการปฏิรูปขึ้นอยู่กับการปรับโครงสร้างสถาบัน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารเท่านั้น บทความนี้เสนอกรอบการบริหารจัดการเชิงสถานการณ์ (Contingency Management Framework) ที่ผสานทฤษฎีทั้งสองเข้ากับบริบทดิจิทัลและความหลากหลายของบุคลากรในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนสมัยใหม่</p> <p><br /><br /></p> <p> </p> พัทธนันท์ โรจนพีราภัสร์ สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-28 2026-04-28 3 2 163 174 นวัตกรรมท้องถิ่นเชิงสร้างสรรค์: การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุคดิสรัปชัน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1568 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของนวัตกรรมท้องถิ่นเชิงสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้กรอบคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุคดิสรัปชัน ด้วยการวิเคราะห์เชิงแนวคิดและการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ โดยคัดเลือกงานวิจัยและเอกสารทางวิชาการในช่วง พ.ศ. 2557–2567 ที่มีความเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมท้องถิ่น นวัตกรรมทางสังคม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลการสังเคราะห์พบว่าการพัฒนาท้องถิ่นในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ และเศรษฐกิจแพลตฟอร์มกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและการจ้างงาน ควรปรับจากแนวทางการแข่งขันสู่แนวทางเชิงสมดุล โดยมุ่งสร้างคุณค่ามากกว่าผลกำไร และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเชิงโครงสร้างให้ชุมชนสามารถรับมือกับความผันผวนได้อย่างยืดหยุ่น บทความนี้นำเสนอกรอบแนวคิด "นวัตกรรมแบบพอเพียง" (Sufficiency Innovation Framework) ซึ่งบูรณาการความคิดสร้างสรรค์เข้ากับหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน ผ่านสามเสาหลัก ได้แก่ (1) การมีสติในการสร้างสรรค์ (Mindful Innovation) การพัฒนาที่คำนึงถึงผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณธรรม (2) การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Inclusive Innovation) การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มร่วมคิดและขับเคลื่อนนวัตกรรม และ (3) นวัตกรรมที่ยืดหยุ่นและฟื้นฟูได้ (Adaptive Innovation) ความสามารถในการปรับตัวและเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจากภายใน สามเสาหลักนี้เป็นโมเดลเชิงบูรณาการที่สะท้อนแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเชื่อมโยงกับแนวคิดนวัตกรรมทางสังคม นวัตกรรมแบบเรียบง่าย และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับสากล</p> อรนุช สุริฝ่าย พิศดาร แสนชาติ สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-28 2026-04-28 3 2 175 184 ความพร้อมรับผิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในยุคดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1566 <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางการเสริมสร้างความพร้อมรับผิด (Accountability) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในยุคดิจิทัล เน้นการศึกษาพัฒนาการแนวคิดความรับผิดในภาครัฐ ตั้งแต่ระบบราชการแบบดั้งเดิม (Bureaucratic Accountability) การบริหารเชิงผลลัพธ์ (Managerial Accountability) ความรับผิดเชิงประชาธิปไตย (Democratic Accountability) ไปจนถึงความรับผิดเชิงดิจิทัล (Digital Accountability) และการเชื่อมโยงกับหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) บทความนำเสนอ มิติของความพร้อมรับผิดดิจิทัล ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล (Information Transparency), การตรวจสอบ (Auditability), การตอบสนอง (Responsiveness) และความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) พร้อมทั้งเสนอแนวคิดใหม่ “Accountability Intelligence” ซึ่งเป็นการบูรณาการเทคโนโลยี ข้อมูล และจริยธรรมเพื่อยกระดับความรับผิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกจากนี้ยังเสนอ แนวทางปฏิบัติ ในระดับนโยบาย องค์กร และประชาชน เช่น การสร้างระบบข้อมูลเปิด (Open Local Data), การพัฒนา Digital Leadership ของผู้บริหารท้องถิ่น และการส่งเสริม Digital Citizenship เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายรัฐบาลดิจิทัล</p> <p>ผลการศึกษาชี้ว่า การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับหลักธรรมาภิบาล การเรียนรู้ของผู้บริหาร และการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดต่อประชาชนอย่างแท้จริง</p> <p>&nbsp;</p> จันทร์สุดา สารพันธ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-28 2026-04-28 3 2 185 197 แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารท้องถิ่นด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1589 <p>บทความวิชาการเรื่อง “แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารท้องถิ่นด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด หลักการ และแนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดหลักในการพัฒนา การวิจัยนี้มุ่งเน้นการประยุกต์หลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงเงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม เข้ากับการบริหารท้องถิ่นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในปัจจุบันยังคงจำกัดอยู่ในระดับการรับรู้และการให้ความคิดเห็น ขาดการมีส่วนร่วมในเชิงตัดสินใจและการตรวจสอบ จึงจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ และร่วมรับผลประโยชน์จากการพัฒนา โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) การสร้างจิตสำนึกและความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง (2) การพัฒนากลไกและช่องทางการมีส่วนร่วมที่เปิดกว้าง โปร่งใส และตรวจสอบได้ และ (3) การสนับสนุนจากภาครัฐและผู้นำท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเชิงรุก ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ ควรบูรณาการหลักเศรษฐกิจพอเพียงในกระบวนการบริหารงานท้องถิ่นทุกระดับ ส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทเป็น “หุ้นส่วนการพัฒนา” มากกว่าผู้รับบริการ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อสร้างสังคมท้องถิ่นที่เข้มแข็ง โปร่งใส และยั่งยืน</p> เนตรนภา ยุทธเนตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-28 2026-04-28 3 2 198 213 การมีส่วนร่วมของประชาชนกับการบริหารท้องถิ่นสมัยใหม่: กรอบคิดใหม่สู่การบริหารภาครัฐแนวมีส่วนร่วม https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1572 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิด บทบาท และความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเสนอแนวทางในการพัฒนาการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับบริบทของการบริหารท้องถิ่นสมัยใหม่ โดยอาศัยการทบทวนเอกสาร งานวิจัย และแนวคิดทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล โดยมีบทบาททั้งในฐานะกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุล และเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบของการมีส่วนร่วมสามารถจำแนกได้ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูล การให้คำปรึกษาหารือ การร่วมตัดสินใจ ไปจนถึงการควบคุมหรือตรวจสอบ ซึ่งแต่ละระดับสะท้อนถึงระดับอำนาจและความไว้วางใจที่ประชาชนได้รับ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในประเทศไทยยังคงเผชิญอุปสรรคหลายประการ เช่น การขาดช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลที่จำกัด ความไม่ต่อเนื่องของกลไกการมีส่วนร่วม และการขาดความรู้ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับบทบาทของตนในระบบการปกครองท้องถิ่น บทความเสนอให้การพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในอนาคตควรมุ่งเน้นการสร้าง “โครงสร้างการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ” ที่ผสมผสานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับกลไกภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมระหว่างรัฐกับประชาชน</p> ศักดา วงศ์จิรนันท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-30 2026-04-30 3 2 214 227 การบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นสมัยใหม่บนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1571 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นสมัยใหม่ในบริบทของประเทศไทย (2) สังเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมิติการบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ (3) นำเสนอแบบจำลองเชิงบูรณาการสำหรับการบริหารท้องถิ่นที่มีรากฐานจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษานี้ใช้วิธีการสังเคราะห์วรรณกรรมเชิงระบบ (Systematic Literature Review) จากฐานข้อมูลนานาชาติ ได้แก่ Scopus และ Web of Science รวมถึงวารสารระดับชาติในฐานข้อมูล TCI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562–2567 ผลการสังเคราะห์พบว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคล้องกับแนวทางการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ใน 5 มิติหลัก ได้แก่ การบริหารการคลังท้องถิ่นอย่างพอประมาณ นวัตกรรมสังคมในการบริการสาธารณะ การกำกับดูแลกิจการแบบมีส่วนร่วม ภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม และการพัฒนาท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) บทความนี้นำเสนอแบบจำลอง SEP-Based Modern Local Governance Model ที่ประกอบด้วยสามชั้น ได้แก่ ชั้นรากฐาน ชั้นกลไก และชั้นผลลัพธ์ พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายในระดับต่าง ๆ</p> วรมน พรหมสาขา ณ สกลนคร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-05-07 2026-05-07 3 2 228 238 โมเดลของการปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1576 <p>การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดหลักที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสถาบันให้เกิดความสมดุล โดยเฉพาะในบริบทประเทศไทยที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกการพัฒนาฐานรากของประเทศ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายและวิเคราะห์บทบาทขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในยุคการบริหารภาครัฐที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดธรรมาภิบาล เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นวัตกรรมภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการปรับบทบาทของอปท. จาก “ผู้บริหารงานท้องถิ่น” สู่ “ผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่มีศักยภาพเชิงนวัตกรรม โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้ตลอดเวลา บทความนี้เสนอกรอบแนวคิด “การบริหารท้องถิ่นเชิงยั่งยืน” ที่ผสานแนวคิดธรรมาภิบาล การบริหารแบบเครือข่าย นวัตกรรมดิจิทัล และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาความเข้มแข็งของอปท. และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p> ศราพรรณ วิเศษรัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-30 2026-04-30 3 2 239 254 กรอบ KI-DEAL: แนวคิดเชิงบูรณาการระหว่างนวัตกรรมภาครัฐและการจัดการความรู้ เพื่อการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในยุคดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1733 <p>บทความวิชาการนี้นำเสนอกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการระหว่างนวัตกรรมภาครัฐและการจัดการความรู้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรภาครัฐไทยในยุคดิจิทัล การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงทฤษฎีระหว่างนวัตกรรมภาครัฐกับการจัดการความรู้ (2) สังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงบูรณาการที่เหมาะสมกับบริบทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย (3) เสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ และ (4) ระบุปัจจัยความสำเร็จและอุปสรรค การศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารเชิงวิพากษ์และการสังเคราะห์แนวคิดจากวรรณกรรมระดับนานาชาติและบริบทไทย ผลการศึกษาพบว่านวัตกรรมภาครัฐและการจัดการความรู้มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก โดยการจัดการความรู้เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างนวัตกรรม ขณะที่นวัตกรรมเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้ความรู้อย่างสร้างสรรค์ บทความนำเสนอ "กรอบ KI-DEAL" (Knowledge Innovation - Digital Era Adaptive Learning) ซึ่งประกอบด้วย 6 มิติหลัก ได้แก่ (1) การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) (2) การจัดเก็บและเข้าถึงความรู้ (Knowledge Storage and Access) (3) การแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Sharing and Transfer) (4) การประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อนวัตกรรม (Knowledge Application for Innovation) (5) วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Organizational Learning Culture) และ (6) เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวเร่ง (Digital Technology as Enabler) ปัจจัยความสำเร็จสำคัญรวมถึงความมุ่งมั่นของผู้นำ การสนับสนุนด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบจูงใจที่เหมาะสม ส่วนอุปสรรคหลักประกอบด้วยโครงสร้างราชการที่เป็นระบบราชการ วัฒนธรรมการทำงานแบบ Silo ทักษะดิจิทัลที่จำกัด และความต้านทานการเปลี่ยนแปลง บทความนี้มีนัยสำคัญต่อทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติในการยกระดับประสิทธิภาพและนวัตกรรมขององค์กรภาครัฐไทย</p> ปาจรีย์ สุริยาชัยวัฒน์ โนวงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-05-07 2026-05-07 3 2 255 268 การนำทางสู่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัลในประเทศไทย: กรอบแนวคิดบูรณาการ 5 มิติ เพื่อความเป็นเลิศด้านการบริการสาธารณะ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1731 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์พัฒนาการ ความท้าทาย และทิศทางการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยในบริบทโลก โดยใช้วิธีการสังเคราะห์วรรณกรรมเชิงบูรณาการ (Integrative Literature Synthesis) จากวารสารในฐานข้อมูล Scopus และ TCI รวมถึงรายงานของหน่วยงานระดับนานาชาติและระดับชาติในช่วงปี พ.ศ. 2563–2568 ผลการสังเคราะห์พบว่า การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาแทนกระบวนการเดิม หากแต่เป็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุมมิติเทคนิค สังคม กฎหมาย และการมีส่วนร่วมพร้อมกัน วิวัฒนาการของรัฐบาลดิจิทัลโลกดำเนินผ่าน 4 ยุค ตั้งแต่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลเปิด รัฐบาลอัจฉริยะ ไปสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ ประเทศไทยมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการไต่อันดับ EGDI ของ UN จากอันดับที่ 55 ในปี 2565 สู่อันดับที่ 52 ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ยังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำดิจิทัล ภัยคุกคามไซเบอร์ การขาดบูรณาการข้ามหน่วยงาน ข้อจำกัดทางกฎหมาย และความต้านทานการเปลี่ยนแปลง บทความนี้นำเสนอกรอบแนวคิดบูรณาการ 5 มิติ อันประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากรดิจิทัล นโยบายและกฎหมาย การมีส่วนร่วมของพลเมือง และนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมบทเรียนจากผู้นำระดับโลก ได้แก่ เอสโตเนีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 3 ระดับ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัลของไทยสู่ความเป็นเลิศด้านการบริการสาธารณะอย่างยั่งยืน</p> สิริพัชรีญา ตะวังทัน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 2026-04-30 2026-04-30 3 2 269 278