วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi <p data-start="0" data-end="48">วารสารชื่อ: วารสารวิทยาการบริหารรัฐกิจสมัยใหม่</p> <p data-start="50" data-end="65">ชื่อย่อ: วบม.</p> <p data-start="67" data-end="94">ISSN: 3088-294X (ออนไลน์)</p> <p data-start="96" data-end="216">หน่วยงานเจ้าของ: หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร</p> <p data-start="218" data-end="312">ที่อยู่: 680 หมู่ 11 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ประเทศไทย</p> <p data-start="314" data-end="351">ปีที่ก่อตั้ง: ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)</p> <p data-start="353" data-end="382">ประเภทวารสาร: วารสารวิชาการ</p> <p data-start="384" data-end="459">รูปแบบการเผยแพร่: ออนไลน์แบบเปิดเสรี (Open Access – เข้าถึงออนไลน์ได้ฟรี)</p> <p data-start="461" data-end="491">กำหนดการเผยแพร่: ปีละ 6 ฉบับ</p> <p data-start="493" data-end="680">ฉบับที่ 1: มกราคม – กุมภาพันธ์<br data-start="523" data-end="526" />ฉบับที่ 2: มีนาคม – เมษายน<br data-start="552" data-end="555" />ฉบับที่ 3: พฤษภาคม – มิถุนายน<br data-start="584" data-end="587" />ฉบับที่ 4: กรกฎาคม – สิงหาคม<br data-start="615" data-end="618" />ฉบับที่ 5: กันยายน – ตุลาคม<br data-start="645" data-end="648" />ฉบับที่ 6: พฤศจิกายน – ธันวาคม</p> <p data-start="682" data-end="702">ภาษาที่รับตีพิมพ์:</p> <ul data-start="703" data-end="789"> <li data-start="703" data-end="741"> <p data-start="705" data-end="741">ภาษาไทย (ต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษ)</p> </li> <li data-start="742" data-end="789"> <p data-start="744" data-end="789">ภาษาอังกฤษ (ไม่จำเป็นต้องมีบทคัดย่อภาษาไทย)</p> </li> </ul> <p data-start="791" data-end="898">ระบบการพิจารณาบทความ: ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินแบบปกปิดสองทาง (Double-blind Peer Review) จำนวน 2 ท่านต่อบทความ</p> <p data-start="900" data-end="942" data-is-last-node="" data-is-only-node="">ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์: บทความละ 3,000 บาท</p> th-TH dpa.fms@snru.ac.th (นางปิยะมาศ มามีกุล) mnueangsittha@gmail.com (นางสาวมณฑิตา เนื่องสิทธะ) Thu, 12 Feb 2026 22:50:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การประยุกต์ใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1564 <p>การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาองค์กรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชน บทความนี้วิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยศึกษาจากกรอบแนวคิด New Public Management, Systems Theory และ Public Value Theory ผลการวิเคราะห์พบว่า การนำหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม และความคุ้มค่ามาประยุกต์ใช้ ส่งผลให้การบริหารงานมีระบบ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน และยกระดับประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะ นอกจากนี้ยังส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักธรรมาภิบาล นำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการบริหารภาครัฐยุคใหม่ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของประชาชนเป็นหลัก การศึกษานี้เสนอกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการและข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบริบทไทย</p> ภัทรศักดิ์ โทนหงส์ษา, สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1564 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: แนวคิด ทิศทาง และกลไกการเสริมสร้างในศตวรรษที่ 21 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1545 <p>ในศตวรรษที่ 21 การบริหารภาครัฐของไทยเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนโดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการและจัดบริการสาธารณะให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างไร ก็ตาม ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรเหล่านี้กลับมีแนวโน้มลดลง อันเนื่องมาจากปัญหาความไม่โปร่งใส การทุจริต การบริหารที่ไม่ตอบสนองต่อประชาชน และช่องว่างในการสื่อสาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความไว้วางใจในสถาบัน และทุนทางสังคมในระดับพื้นที่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิด ทิศทาง และกลไกการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในศตวรรษที่ 21 โดยอาศัยกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี ได้แก่ ทฤษฎีทุนทางสังคม ทฤษฎีความเชื่อมั่นในสถาบัน และแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ ซึ่งต่างเน้นมิติของความไว้วางใจทางสังคมความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน</p> <p> </p> เกศนรินทร์ อัยกร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1545 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 ธรรมาภิบาลในยุคสมัยใหม่: แนวทางการบริหารงานที่ยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1547 <p> ในยุคสมัยที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทที่ซับซ้อนและพลวัตมากยิ่งขึ้นหลักธรรมาภิบาลจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแนวทางกำกับการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด หลักการ และความสำคัญของธรรมาภิบาลในยุคสมัยใหม่ ตลอดจนวิเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลการศึกษาพบว่า การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากกระบวนการกระจายอำนาจ การเพิ่มขึ้นของการมีส่วนร่วมของประชาชน และการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารภาครัฐดิจิทัล การนำหลักธรรมาภิบาลมาปรับใช้จึงช่วยยกระดับคุณภาพการบริหารงานให้มีความโปร่งใส รับผิดชอบ และเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ แนวทางการบริหารงานที่ยั่งยืนควรประกอบด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมความโปร่งใส การพัฒนาบุคลากรให้มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักธรรมาภิบาลเป็นค่านิยมหลักของการบริหารงาน นอกจากนี้ ยังพบว่าการบริหารท้องถิ่นในยุคสมัยใหม่จำเป็นต้องเน้น “การมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ” (Integrated Participation) ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้ามามีบทบาทร่วมในการวางแผน ตัดสินใจ และประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลและความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างระบบข้อมูลเปิด (Open Data) และการสื่อสารสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในระดับท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน สรุปได้ว่า การยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาแนวทางบริหารงานที่ทันสมัย เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน อันเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว และส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง</p> อนงค์ลักษณ์ เสนาวัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1547 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 A causal relationship study of administrative concepts for social development, good organizational citizenship behavior, and work performance effectiveness of personnel in local government organizations, Maha Sarakham Province https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1612 <p>This study investigates the causal relationships among administrative concepts for social development (ACSD), organizational citizenship behavior (OCB), and work performance effectiveness (WPE) among personnel in local government organizations in Maha Sarakham Province. Data were collected from 400 personnel selected through a multistage sampling procedure. The research employed a structured questionnaire comprising three latent constructs with a total of 34 indicators. Data were analyzed using descriptive statistics, confirmatory factor analysis, and structural path analysis via Jamovi. The findings reveal that ACSD and OCB both exert significant positive direct effects on WPE. Additionally, ACSD demonstrates an indirect effect on WPE through OCB, confirming the mediating role of OCB. The structural model exhibits a good fit with the empirical data (χ²/df = 2.79, RMSEA = 0.060, SRMR = 0.014, CFI = 0.990). The model explains 65.7% of the variance in WPE (R² = 0.657). These results highlight the importance of social-development-oriented administrative practices in fostering citizenship behaviors that enhance personnel performance in local government contexts.</p> Ntapat Worapongpat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1612 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 บทบาทเชิงกลยุทธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1565 <p>บทความวิชาการนี้มุ่งวิเคราะห์และนำเสนอ “โมเดลเชิงกลยุทธ์” ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีรากฐานจากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า บทบาทของ อปท. ต้องเปลี่ยนจากผู้ให้บริการสาธารณะไปสู่ “ผู้นำเชิงกลยุทธ์และผู้จัดการการสร้างภูมิคุ้มกัน” ซึ่งต้องบูรณาการหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เข้ากับวงจรการบริหารเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ การขับเคลื่อนความยั่งยืนต้องครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดยอาศัยกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การวางแผนตามหลักเหตุผลและความพอประมาณ, การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยความรู้และเทคโนโลยี, และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนบนฐานของคุณธรรม ความสำเร็จของการขับเคลื่อนต้องวัดผลด้วย “ตัวชี้วัดความพอเพียง” ที่สะท้อนความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของชุมชน (Resilience) บทความนี้จึงเสนอ “โมเดลเชิงกลยุทธ์ความพอเพียงของ อปท.” เพื่อเป็นองค์ความรู้ใหม่และแนวทางปฏิบัติเชิงระบบ สำหรับ อปท. ในการสร้างชุมชนให้เกิดการพึ่งพาตนเองและมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p> ภัทราพร นามธิราช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1565 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 ภาวะผู้นำแบบบูรณาการของผู้บริหารท้องถิ่นไทย: การสร้างสมดุลระหว่างการปรับตัว การสร้างคุณค่าสาธารณะ และการนำเชิงยุทธศาสตร์ในบริบทการเปลี่ยนแปลง https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1569 <p>บทความวิชาการนี้วิเคราะห์ภาวะผู้นำของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยในบริบทของการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนและรวดเร็ว โดยนำเสนอกรอบแนวคิด "ภาวะผู้นำแบบบูรณาการสามมิติ" (Tri-Dimensional Integrated Leadership Framework) ที่ประกอบด้วย (1) มิติการปรับตัว (Adaptive Dimension) ความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนผ่านความยืดหยุ่นทางปัญญา การเรียนรู้องค์กร และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (2) มิติการสร้างคุณค่าสาธารณะ (Public Value Dimension) การมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม และ (3) มิติการนำเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Leadership Dimension) ความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารเครือข่ายความร่วมมือ การศึกษานี้ใช้วิธีการสังเคราะห์เชิงทฤษฎี (Theoretical Synthesis) จากวรรณกรรมสำคัญด้านภาวะผู้นำภาครัฐ ทฤษฎีการบริหารภาครัฐแนวใหม่ และทฤษฎีการสร้างคุณค่าสาธารณะ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการทั้งสามมิตินี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในการนำองค์กรก้าวข้ามความท้าทายจากโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของประชาชน บทความนี้เสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับหน่วยงานกลางและสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น รวมถึงทิศทางการวิจัยในอนาคตเพื่อยกระดับภาวะผู้นำท้องถิ่นไทยสู่มาตรฐานสากล</p> ปุณยธร วังคะฮาด, สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1569 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์ใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1570 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำเสนอกรอบแนวคิด <strong>Good Governance Plus (G2P)</strong> ที่บูรณาการหลักธรรมาภิบาล 6 ประการตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่ 3 เสาหลัก ประกอบด้วย (1) ธรรมาภิบาลดิจิทัล (Digital Governance) (2) การจัดการความรู้และวัฒนธรรมนวัตกรรม (Knowledge Management and Innovation Culture) และ (3) การประเมินผลแบบองค์รวม ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Holistic Evaluation and SDGs Integration) การศึกษาใช้กรณีศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์ความท้าทายและนำเสนอกลยุทธ์การพัฒนา 4 มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนาภาวะผู้นำและบุคลากร การปรับโครงสร้างองค์กร การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการนำกรอบแนวคิด G2P ไปประยุกต์ใช้จะช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการบริหารที่เน้น การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Rule-based Management) ไปสู่การบริหารที่มุ่งเน้นคุณค่าและผลลัพธ์ (Value and Outcome-based Management) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด New Public Governance และสามารถนำไปขยายผลเป็นต้นแบบการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในประเทศไทยต่อไป</p> ตวงสิทธิ์ พงษ์พิศ, สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1570 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 การบูรณาการการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: กรอบแนวคิดเชิงองค์ความรู้สมัยใหม่ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1573 <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบูรณาการหลักธรรมาภิบาลและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในยุคดิจิทัล โดยเน้นแนวคิดการบริหารเชิงองค์ความรู้ (Knowledge-Based Administration) ที่เชื่อมโยงคุณค่าทางคุณธรรมเข้ากับประสิทธิภาพการจัดการภาครัฐในระดับพื้นที่ การวิเคราะห์ใช้กรอบแนวคิดทางทฤษฎีจากหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ ได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ ความเสมอภาค หลักนิติธรรม และประสิทธิภาพ ควบคู่กับหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลการวิเคราะห์เชิงแนวคิดชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการทั้งสองแนวคิดสามารถสร้างระบบการบริหารที่สมดุลระหว่าง “โครงสร้างและคุณค่า” กล่าวคือ โครงสร้างของธรรมาภิบาลช่วยสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะที่คุณค่าของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยส่งเสริมการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีเหตุผลและพอประมาณ บทความนี้เสนอกรอบแนวคิด “ธรรมาภิบาลพอเพียงเชิงองค์ความรู้ (Knowledge-Based Sufficiency Governance Framework)” ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การบริหารบนฐานข้อมูลและความรู้ การยึดมั่นในคุณธรรม และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สรุปได้ว่าการผสานธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการบริหารภาครัฐให้มีความโปร่งใส ยั่งยืน และเป็นธรรมในยุคดิจิทัล</p> ภูชิสส์ อัครไพบู ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1573 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 ท้องถิ่นเข้มแข็งด้วยธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจพอเพียง: แนวทางองค์ความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1581 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการระหว่างธรรมาภิบาล (Good Governance) กับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของท้องถิ่นไทย การพัฒนาท้องถิ่นในศตวรรษที่ 21 ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม และวิกฤตความเชื่อมั่นต่อการบริหารภาครัฐ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการพึ่งพาส่วนกลางเพียงอย่างเดียว การศึกษาเชิงวิเคราะห์เอกสารนี้แสดงให้เห็นว่า ธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย 8 หลักการสำคัญ เป็นระบบบริหารจัดการที่สร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งยึดหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เป็นแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก การผสานพลังของทั้งสองหลักการนี้จะช่วยให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้อย่างมีคุณภาพ พึ่งพาตนเองได้จริง และพัฒนาศักยภาพในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรอบด้าน บทความนี้เสนอ "โมเดลบูรณาการเพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่น" ที่ประกอบด้วย 3 ระดับการปฏิบัติ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการนำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง</p> กวินทิพย์ ชาญพิพัฒน์ไพบูลย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1581 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน: มุมมองเชิงรัฐประศาสนศาสตร์ร่วมสมัย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1592 <p>การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นถือเป็นกระบวนการสำคัญของการบริหารภาครัฐแนวใหม่ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และการสร้างความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาการขาดกลไกการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของประชาชนอย่างเป็นระบบ และการบูรณาการแผนให้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ระดับชาติและจังหวัด บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยอาศัยกรอบแนวคิดเชิงรัฐประศาสนศาสตร์สมัยใหม่ เช่น การบริหารภาครัฐแนวใหม่ การกำกับดูแลภาครัฐแนวใหม่ และการบริหารเชิงคุณค่า ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพควรยึดหลัก “การบริหารแบบมีส่วนร่วม” ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมมีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการระบุปัญหา การกำหนดเป้าหมาย ไปจนถึงการติดตามและประเมินผล อีกทั้งควรใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ และระบบข้อมูลดิจิทัลท้องถิ่นในการวิเคราะห์ความต้องการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แผนมีความสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ นอกจากนี้ แนวทางสำคัญในการยกระดับการจัดทำแผนคือการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรท้องถิ่นด้านการวิเคราะห์นโยบาย การมีภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ และการเสริมสร้างกลไกตรวจสอบภายในที่โปร่งใส ข้อเสนอเชิงนโยบายจากบทความนี้คือ การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นควรมุ่งสู่ “การบริหารภาครัฐเพื่อสร้างคุณค่าร่วม” ที่ให้ประชาชนมีบทบาทร่วมในการกำหนดอนาคตของท้องถิ่น เพื่อให้แผนพัฒนาท้องถิ่นไม่เพียงเป็นเอกสารทางการบริหาร แต่เป็นเครื่องมือสร้างความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความยั่งยืนในการพัฒนาท้องถิ่นไทยอย่างแท้จริง</p> พรพรรณ ยุทธเนตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1592 Thu, 12 Feb 2026 00:00:00 +0700