วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi th-TH dpa.fms@snru.ac.th (นางปิยะมาศ มามีกุล) dpa.fms@snru.ac.th (ผศ.ดร.อาจศึก มามีกุล) Wed, 24 Jun 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การบูรณาการแผนพัฒนาท้องถิ่นกับแผนพัฒนาระดับภูมิภาคในบริบทของไทย: กรอบการกำกับดูแลแบบพหุระดับเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1653 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการบูรณาการแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กับแผนพัฒนาในระดับภูมิภาค และเพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดการกำกับดูแลแบบพหุระดับ (Multi-Level Governance Framework) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบูรณาการแผนพัฒนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนา รวมทั้งการวิเคราะห์เอกสารแผนพัฒนาในระดับต่างๆ ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาหลักในการบูรณาการแผนพัฒนาประกอบด้วย 1) ความไม่สอดคล้องของกรอบเวลาในการจัดทำแผน 2) การขาดกลไกการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ 3) การมีส่วนร่วมที่จำกัดจากภาคส่วนต่างๆ 4) การขาดระบบติดตามและประเมินผลที่เป็นรูปธรรม และ 5) ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากรบุคคล การศึกษานำเสนอแนวทางการบูรณาการแผนพัฒนาโดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดการกำกับดูแลแบบพหุระดับ ซึ่งเน้นการสร้างกลไกประสานงานข้ามหน่วยงาน การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการจัดทำกรอบเป้าหมายร่วม ข้อค้นพบจากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการจัดทำและบูรณาการแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับแผนในระดับสูงขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)</p> กนกพัชร แก้วศรีไตรย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1653 Wed, 24 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1826 <p>ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐและประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมายในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทยร่วมสมัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง บทความวิชาการนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์แนวคิดทางทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ควบคู่กับการนำข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดย NIDA Poll ในปี พ.ศ. 2566 – 2567 มาใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ โดยประชาชนยังคงมีความกังวลต่อประเด็นความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้กรอบทฤษฎีระบบราชการของ Weber ความเชื่อมั่นของประชาชนมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการรับรู้ต่อการใช้อำนาจรัฐที่ยึดหลักกฎหมาย ความเป็นกลางทางการเมือง และการจำกัดการใช้อำนาจตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ทฤษฎีการรับรู้ทางการเมืองช่วยอธิบายว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หากแต่ถูกก่อรูปผ่านประสบการณ์ตรง การสื่อสารขององค์กร และการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งในบริบทขององค์กรตำรวจ ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ในสายตาประชาชน บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และวิเคราะห์ปัจจัยเชิงโครงสร้างและการรับรู้ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นดังกล่าว ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎีระบบราชการของ Max Weber ทฤษฎีการรับรู้ทางการเมือง และกรอบนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</p> พัทธนันท์ โรจนพีราภัสร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1826 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700 การปฏิรูปการบริหารราชการไทยสู่ความทันสมัยและความเป็นสากลด้วยรัฐบาลดิจิทัล https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1701 <p>บทความวิชาการนี้นำเสนอการวิเคราะห์แนวคิด หลักการ และกรอบทฤษฎีของรัฐบาลดิจิทัลที่วิวัฒนาการผ่าน 4 ระยะ ตั้งแต่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลเปิด รัฐบาลอัจฉริยะ จนถึงรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยยึดหลักการ 6 มิติตามมาตรฐาน OECD ประกอบด้วย Digital by Design, Data-driven, Government as a Platform, Open by Default, User-driven และ Proactiveness การศึกษาพบว่า รัฐบาลดิจิทัลก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และการลดต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทาย 7 ประการ ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การต้านทานการเปลี่ยนแปลง การขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน กรอบกฎหมายที่ล้าสมัย ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร และความท้าทายด้านจริยธรรม บทความนำเสนอกรอบการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลแบบบูรณาการที่ครอบคลุม 4 ปัจจัยหลัก คือ การสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล การปรับปรุงกระบวนงาน การขยายประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี และการปรับเปลี่ยนบริการตามประสบการณ์ผู้ใช้ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ระดับ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและยกระดับประเทศไทยสู่ผู้นำดิจิทัลระดับสากล</p> สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1701 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิผลของการให้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1827 <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของการให้บริการภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยใช้กรอบแนวคิดการบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ (NPM) ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี (TAM) และหลักธรรมาภิบาลดิจิทัลเป็นฐานในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิผลของการดำเนินงานขึ้นอยู่กับ 3 มิติหลัก ได้แก่ (1) มิติด้านการบริหารจัดการองค์กรที่เน้นความต่อเนื่องของนโยบายและนวัตกรรมไร้กระดาษ (2) มิติด้านสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรโดยเฉพาะบทบาทของสำนักปลัดในการเป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูล และ (3) มิติด้านการเข้าถึงของผู้ใช้บริการในครัวเรือนที่มีความหลากหลายช่วงวัย</p> <p>นอกจากนี้ บทความยังสะท้อนถึงปัญหาอุปสรรคสำคัญ ทั้งด้านความไม่เสถียรของโครงสร้างพื้นฐาน ข้อจำกัดงบประมาณ และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของประชาชน จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับประสิทธิผลในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 และการสร้างกลไก "พี่เลี้ยงดิจิทัล" ในระดับชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าสาธารณะและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p> ไพลิน สังครุฑ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1827 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700 การเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1567 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กรอบแนวคิด ทฤษฎี และกลไกการเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ของประเทศไทย และเสนอแนวทางเชิงนโยบายแบบบูรณาการเพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในยุคดิจิทัล การศึกษาใช้การวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์วรรณกรรมเชิงวิพากษ์ โดยบูรณาการทฤษฎีธรรมาภิบาล ทฤษฎีตัวแทน แนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ ทฤษฎีทุนทางสังคม แนวคิดธรรมาภิบาลยุคดิจิทัล และแนวคิดรัฐบาลเปิด ผลการวิเคราะห์พบว่ากลไกเสริมสร้างความโปร่งใสประกอบด้วยสี่มิติ ได้แก่ กลไกเชิงโครงสร้างและกฎหมาย กลไกเชิงเทคโนโลยีดิจิทัล กลไกเชิงสังคมและการมีส่วนร่วม และกลไกเชิงคุณธรรมและจริยธรรม หลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันว่าภาวะผู้นำมีผลทางตรงสูงสุดต่อความโปร่งใส ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนมีผลทางอ้อมสูงสุดผ่านวัฒนธรรมองค์กร โดยปัจจัยทั้งหมดอธิบายความแปรปรวนของความโปร่งใสได้ร้อยละ 82.70 ความท้าทายสำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรมอุปถัมภ์ ช่องว่างสมรรถนะดิจิทัล และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ยังเป็นเชิงพิธีการ บทความนี้จึงเสนอกรอบนโยบายบูรณาการที่เชื่อมโยงการปฏิรูปโครงสร้าง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างวัฒนธรรมองค์กรโปร่งใส และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนความโปร่งใสให้เป็นกลไกหลักของธรรมาภิบาลท้องถิ่นไทยอย่างยั่งยืน</p> สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง, อภิชัย บัวละพา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1567 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700 Strategies for developing artificial intelligence utilization competencies of local government personnel in Mueang District, Maha Sarakham Province https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1616 <p>This study aimed to: (1) examine the level of artificial intelligence (AI) utilization competencies among local government personnel in Mueang District, Maha Sarakham Province; (2) analyze personal and organizational factors influencing such competencies; and (3) develop evidence-based recommendations for enhancing AI utilization in the local government context. A quantitative research design was employed. A total of 300 respondents were selected from a population of 1,311 local government personnel using stratified random sampling. Data were collected באמצעות a structured questionnaire with established reliability and validity, and analyzed using descriptive and inferential statistical techniques. The findings revealed that the overall level of AI utilization competencies was relatively high (mean = 4.11). Among the dimensions, personal attributes received the highest ratings. Personal factors specifically age and years of service had a statistically significant influence on AI competencies, whereas gender, educational background, job position, and prior training experience showed no significant differences. Organizational factors, including organizational structure, strategic orientation, and work systems, were also found to have a strong and significant effect. Despite the overall high competency level, variations across competency dimensions and personnel groups suggest the need for targeted development interventions. Based on the empirical findings, the study proposes eight practical recommendations to support AI competency development. These recommendations focus on enhancing applied AI skills, strengthening foundational digital knowledge, aligning organizational systems, improving collaborative processes, promoting data analytics capabilities, establishing continuous assessment mechanisms, encouraging appropriate AI adoption in public service delivery, and designing targeted training programs for specific personnel groups. The study contributes to the understanding of AI capacity development in local government settings and offers practical implications for improving administrative efficiency and supporting digital governance. However, the findings should be interpreted within the contextual limitations of the study area, which may affect their generalizability.</p> Ntapat Worapongpat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1616 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น: กรอบทฤษฎีบูรณาการและแนวทางเชิงนโยบาย https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1574 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กรอบทฤษฎี กลไก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งเสนอแนวทางเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทการปกครองท้องถิ่นไทยในยุคปัจจุบัน การศึกษาใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมและการสังเคราะห์เชิงวิพากษ์จากงานวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลการวิเคราะห์พบว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีประสิทธิผลต้องอาศัยการบูรณาการกรอบทฤษฎีสี่แนวทาง ได้แก่ บันไดการมีส่วนร่วมของอาร์นสไตน์ การบริหารภาครัฐแบบร่วมมือ แนวคิดนวัตกรรมสังคม และทฤษฎีการพัฒนาจากฐานราก ปัจจัยที่กำหนดระดับการมีส่วนร่วมครอบคลุมมิติทางสังคม-วัฒนธรรม เศรษฐกิจ นโยบาย และความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน ในขณะที่ความท้าทายสำคัญคือการมีส่วนร่วมที่ยังคงเป็นเชิงพิธีการและขาดการถ่ายโอนอำนาจที่แท้จริง บทความนี้จึงเสนอโมเดลการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงกลไกนวัตกรรมท้องถิ่น งบประมาณแบบมีส่วนร่วม และการผลิตร่วมบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมให้บรรลุระดับอำนาจประชาชนตามเจตนารมณ์ของธรรมาภิบาลและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p> พชรพร บุญปก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-sa/4.0 https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/1574 Mon, 29 Jun 2026 00:00:00 +0700