การศึกษาความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลบางละมุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3
คำสำคัญ:
พลเมืองดิจิทัล, นักเรียน, โรงเรียนประถมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลบางละมุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 2) เปรียบเทียบความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียน จำแนกตามเพศและช่วงชั้น และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาความเป็นพลเมืองดิจัลของนักเรียน ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 750 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนอนุบาลบางละมุง ปีการศึกษา 2567 จำนวน 254 คน แบ่งเป็นนักเรียนชาย 112 คน และนักเรียนหญิง 142 คน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 ซึ่งใช้เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการสังเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
- ระดับความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลบางละมุง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
- ผลการเปรียบเทียบความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียน จำแนกตามเพศและช่วงชั้นของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบางละมุง พบว่า แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
- แนวทางการพัฒนาความเป็นพลเมืองดิจัลของนักเรียน ได้แก่ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองดิจิทัล การปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมดิจิทัล การส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการรู้เท่าทันสื่อ การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ความปลอดภัยในการใช้งานออนไลน์ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา วงษ์วิเศษ. (2564). การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในเขตภาคตะวันออก. วารสารวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่, 13(1), 65–78.
ธิดารัตน์ เผือกน้อย. (2565). ความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดชลบุรี. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ทิพย์สุดา ขันตี. (2565). ความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดระยอง. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
วิลาวรรณ ทองแสน. (2564). การส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในสถานศึกษาเขตภาคตะวันออก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 44(4), 102–117.
Choi, M., Glassman, M., & Cristol, D. (2021). Digital Citizenship through the Lens of Bloom's Taxonomy. TechTrends, 65, 387–401.
Gazi, Z. A., & Aksal, F. A. (2022). Integrating digital citizenship into early childhood education: A strategic framework. Journal of Educational Technology & Society, 25(1), 45–58.
ISTE (International Society for Technology in Education). (2022). ISTE Standards for Students. Retrieved from https://www.iste.org/standards/iste-standards-for-students.
Kahne, J., & Bowyer, B. (2019). Educating for democracy in a digital age: Digital media literacy. Learning, Media and Technology, 44(2), 211-224.
Kim, Y., & Choi, M. (2021). Exploring Digital Citizenship Across Grade Levels: A Comparative Study. Journal of Computers & Education, 16(3); 104–126.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610.
Ribble, M. (2020). The Digital Citizenship Handbook for School Leaders: Fostering Positive Interactions Online. Virginia, US: International Society for Technology in Education (ISTE).
________. (2022). Digital citizenship in schools: Nine elements all students should know. (4th ed.). ISTE Press education and the need for an expanded curriculum. Journal of Educational Computing Research, 57(2), 295–319.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง