จริยธรรม
จริยธรรมการตีพิมพ์ของวารสารล้านนาสร้างสรรค์
วารสารล้านนาสร้างสรรค์ให้ความสำคัญกับมาตรฐานทางวิชาการ จริยธรรมการวิจัย และความซื่อสัตย์สุจริตทางวิชาการในการเผยแพร่ผลงานด้านศิลปกรรม การออกแบบ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สุนทรียศาสตร์ ศิลปศึกษา สื่อสร้างสรรค์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง วารสารจึงกำหนดจริยธรรมของกองบรรณาธิการ ผู้ประเมินบทความ และผู้นิพนธ์ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาและเผยแพร่บทความเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานของวารสารวิชาการ
จริยธรรมของกองบรรณาธิการ
1. กองบรรณาธิการต้องเผยแพร่หลักเกณฑ์การจัดเตรียมต้นฉบับ รูปแบบการเขียนบทความ ขั้นตอนการส่งบทความ และรายละเอียดที่จำเป็นต่อการพิจารณาตีพิมพ์ให้ผู้นิพนธ์ ผู้สนใจส่งบทความ และสาธารณชนรับทราบอย่างชัดเจน โปร่งใส และเข้าถึงได้
2. ในกรณีที่วารสารไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ ค่าดำเนินการพิจารณาต้นฉบับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด กองบรรณาธิการต้องประกาศเงื่อนไข หลักเกณฑ์ อัตราค่าธรรมเนียม และขั้นตอนการชำระเงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้นิพนธ์รับทราบก่อนส่งบทความเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
3. กองบรรณาธิการต้องจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน การส่งบทความซ้ำ และการลอกเลียนผลงานทางวิชาการ ทั้งในลักษณะการคัดลอกผลงานของผู้อื่นและการนำผลงานเดิมของตนเองมาใช้ซ้ำโดยไม่เหมาะสม
4. กองบรรณาธิการต้องดำเนินกระบวนการประเมินคุณภาพบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับบทความนั้น ๆ เช่น ศิลปกรรมศาสตร์ การออกแบบ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สุนทรียศาสตร์ ศิลปศึกษา สื่อศิลปะ หรือศาสตร์สร้างสรรค์อื่น ๆ โดยกระบวนการประเมินต้องเป็นธรรม ปราศจากอคติ และไม่ล่าช้าเกินสมควร
5. กองบรรณาธิการต้องรักษาความลับของข้อมูลเกี่ยวกับผู้นิพนธ์ ผู้ประเมิน และเนื้อหาของต้นฉบับอย่างเคร่งครัด โดยไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในระหว่างกระบวนการพิจารณาบทความ และต้องไม่เปิดเผยเนื้อหาหรือข้อมูลใด ๆ ของบทความก่อนการตีพิมพ์
6. การคัดเลือกบทความเพื่อตีพิมพ์ต้องพิจารณาจากคุณภาพทางวิชาการ ความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัย ความสมบูรณ์ของการวิเคราะห์ ความสำคัญขององค์ความรู้ และคุณค่าต่อวงวิชาการหรือวงวิชาชีพด้านศิลปกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยต้องยึดผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นสำคัญ
7. บทความที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในมนุษย์ ชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ ศิลปิน ช่างฝีมือ แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือข้อมูลทางวัฒนธรรมที่มีความละเอียดอ่อน ต้องมีเอกสารรับรองหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตตามหลักจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
8. กองบรรณาธิการต้องไม่ปฏิเสธบทความโดยอาศัยเพียงข้อสงสัยเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาการ แต่ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานอย่างรอบคอบ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้นิพนธ์ชี้แจงก่อนมีคำวินิจฉัยหรือการตัดสินใจใด ๆ
9. บรรณาธิการหรือกองบรรณาธิการที่เป็นผู้นิพนธ์ร่วม มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับบทความ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ สถาบัน แหล่งทุน หรือเนื้อหาของบทความ ต้องไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณา ตัดสินใจ หรือคัดเลือกบทความนั้นเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์
10. กองบรรณาธิการต้องไม่ร้องขอ บังคับ หรือชี้นำให้ผู้นิพนธ์อ้างอิงผลงานใดโดยมีเจตนาเพื่อเพิ่มจำนวนการอ้างอิงของวารสาร เพิ่มค่าดัชนีผลกระทบของวารสาร หรือเพิ่มจำนวนการอ้างอิงของผลงานของตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
11. กองบรรณาธิการต้องจัดให้มีระบบรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลการพิจารณาบทความ การตัดสินของกองบรรณาธิการ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบทความที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว โดยมีกระบวนการพิจารณาข้อร้องเรียนที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้
12. กองบรรณาธิการต้องจัดให้มีกลไกในการแก้ไขข้อผิดพลาดที่มีนัยสำคัญในบทความที่ตีพิมพ์แล้ว รวมถึงการชี้แจง การแก้ไข การถอนบทความ หรือการดำเนินการอื่นใดที่เหมาะสม เมื่อพบว่าบทความมีข้อผิดพลาดร้ายแรงหรือมีการประพฤติผิดจริยธรรมการวิจัย
13. กองบรรณาธิการต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารล้านนาสร้างสรรค์ และต้องมีมาตรการกำกับคุณภาพของบทความ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง และคุณค่าทางวิชาการของวารสาร
14. กองบรรณาธิการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม สมดุล และปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยไม่ใช้เพศ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง รสนิยมทางเพศ สถานภาพทางสังคม สถาบันต้นสังกัด หรือภูมิหลังส่วนบุคคลมาเป็นเหตุในการพิจารณาคุณค่าของบทความ
จริยธรรมของผู้ประเมินบทความ
1. ผู้ประเมินบทความต้องประเมินต้นฉบับด้วยความรอบคอบ เที่ยงธรรม และยึดหลักวิชาการ โดยให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาคุณภาพของบทความให้มีความสมบูรณ์ เหมาะสมกับศาสตร์ด้านศิลปกรรม การออกแบบ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือศาสตร์สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง
2. ผู้ประเมินต้องรักษาความลับของต้นฉบับและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทความอย่างเคร่งครัด โดยไม่เปิดเผยเนื้อหา แนวคิด ข้อมูล ผลการวิจัย ภาพประกอบ ผลงานสร้างสรรค์ หรือรายละเอียดใด ๆ ของบทความแก่บุคคลอื่นก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์
3. ผู้ประเมินต้องประเมินคุณภาพบทความด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติส่วนบุคคล อคติทางสถาบัน อคติทางวิชาการ หรือปัจจัยอื่นใดที่อาจกระทบต่อความเที่ยงธรรมของการประเมิน
4. ผู้ประเมินต้องให้ความเห็นโดยอาศัยเหตุผลทางวิชาการ ความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัย ความเหมาะสมของกรอบแนวคิด ความสมบูรณ์ของการวิเคราะห์ และคุณค่าของผลงานต่อองค์ความรู้หรือการสร้างสรรค์ร่วมสมัย
5. ผู้ประเมินต้องไม่เสนอแนะให้ผู้นิพนธ์อ้างอิงผลงานใดโดยมีเจตนาเพื่อเพิ่มจำนวนการอ้างอิงของผลงานของตนเอง บุคคลใกล้ชิด หรือกลุ่มวิชาการที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้อง
6. ผู้ประเมินต้องส่งผลการประเมินภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด เพื่อให้กระบวนการพิจารณาบทความดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดความล่าช้าเกินสมควรแก่ผู้นิพนธ์
7. หากผู้ประเมินมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับผู้นิพนธ์ บทความ สถาบัน แหล่งทุน ชุมชน หรือพื้นที่ศึกษาที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางในการประเมิน ผู้ประเมินต้องแจ้งให้กองบรรณาธิการทราบโดยทันที
8. หากผู้ประเมินพบข้อบ่งชี้ว่าผู้นิพนธ์อาจมีการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาการ เช่น การลอกเลียนผลงาน การบิดเบือนข้อมูล การสร้างข้อมูลเท็จ การใช้ภาพหรือผลงานสร้างสรรค์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการใช้ข้อมูลจากชุมชนโดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม ผู้ประเมินต้องแจ้งข้อสังเกตต่อกองบรรณาธิการพร้อมเหตุผลหรือหลักฐานประกอบตามสมควร
9. ผู้ประเมินต้องไม่นำข้อมูล แนวคิด ผลการวิจัย ภาพประกอบ ผลงานออกแบบ หรือผลงานสร้างสรรค์ที่ปรากฏในต้นฉบับไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ของบุคคลอื่น ก่อนที่บทความจะได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
จริยธรรมของผู้นิพนธ์
1. ผลงานที่ส่งเข้ารับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารล้านนาสร้างสรรค์ต้องเป็นผลงานต้นฉบับที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร หนังสือ รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ หรือแหล่งเผยแพร่ทางวิชาการอื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในแหล่งเผยแพร่อื่นในเวลาเดียวกัน
2. ผลงานที่ส่งเข้ารับการพิจารณาตีพิมพ์ต้องปราศจากการลอกเลียนผลงานทางวิชาการ ทั้งการลอกเลียนผลงานของผู้อื่นและการนำผลงานของตนเองมาใช้ซ้ำโดยไม่เหมาะสม ทั้งนี้ ระดับความซ้ำซ้อนของเนื้อหาต้องไม่เกินเกณฑ์ที่วารสารกำหนด และผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี ผลการวิจัย ภาพประกอบ ผลงานศิลปกรรม ผลงานออกแบบ หรือข้อมูลทางวัฒนธรรมอย่างถูกต้องและครบถ้วน
3. ผู้นิพนธ์ต้องรายงานข้อมูล ผลการวิจัย ข้อค้นพบ และกระบวนการสร้างสรรค์อย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ โดยต้องไม่สร้างข้อมูลเท็จ ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ปกปิดข้อเท็จจริง และไม่นำเสนอผลการวิจัยหรือผลการสร้างสรรค์ในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
4. ผู้นิพนธ์ต้องเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย ผลงานศิลปกรรม ผลงานออกแบบ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และข้อมูลจากชุมชน โดยต้องได้รับอนุญาตหรือแสดงแหล่งที่มาอย่างเหมาะสมเมื่อมีการนำข้อมูล ภาพ หรือผลงานของบุคคลอื่นมาใช้ประกอบบทความ
5. ในกรณีที่บทความเกี่ยวข้องกับการศึกษาในชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปิน ช่างฝีมือ หรือผู้ให้ข้อมูล ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการวิจัย เคารพศักดิ์ศรี สิทธิ ความเป็นส่วนตัว และบริบททางวัฒนธรรมของผู้ให้ข้อมูลและชุมชนที่เกี่ยวข้อง
6. ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมว่าด้วยความเป็นผู้นิพนธ์อย่างเคร่งครัด โดยรายชื่อผู้นิพนธ์ทุกคนที่ปรากฏในบทความต้องเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อการวิจัย การสร้างสรรค์ การออกแบบ การวิเคราะห์ การตีความผล การเขียนบทความ หรือการตรวจสอบเนื้อหาทางวิชาการ
7. ผู้นิพนธ์ต้องไม่ตัดชื่อบุคคลที่มีส่วนร่วมสำคัญออกจากบทความ และต้องไม่ใส่ชื่อบุคคลที่ไม่มีส่วนร่วมทางวิชาการหรือการสร้างสรรค์อย่างแท้จริงไว้ในบทความ
8. ในกรณีที่บทความมีผู้นิพนธ์มากกว่าหนึ่งคน ผู้นิพนธ์ทุกคนต้องรับทราบ เห็นชอบ และยินยอมต่อต้นฉบับฉบับสุดท้ายก่อนส่งให้วารสารพิจารณา รวมทั้งต้องเห็นชอบต่อการส่งบทความเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิและการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร
9. ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยหรือการสร้างสรรค์ ตลอดจนผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมีผลต่อการดำเนินงาน การวิเคราะห์ผล หรือการนำเสนอข้อค้นพบในบทความ
10. หากผู้นิพนธ์ตรวจพบข้อผิดพลาดสำคัญในบทความภายหลังการส่งต้นฉบับหรือภายหลังการตีพิมพ์ ผู้นิพนธ์ต้องแจ้งให้กองบรรณาธิการทราบโดยทันที เพื่อดำเนินการแก้ไข ชี้แจง หรือดำเนินการอื่นใดตามความเหมาะสม