การพัฒนาและยกระดับกลไกความร่วมมือแบบพหุภาคีเพื่อขจัดความยากจน: กรณีศึกษา ร้อยเอ็ด Hug Community
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและยกระดับกลไกความร่วมมือแบบพหุภาคีเพื่อขจัดความยากจน ภายใต้โมเดล “ร้อยเอ็ด Hug Community” โดยประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีคู่ขนาน ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากระบบฐานข้อมูล TPMAP/PPPConnext จากจำนวนครัวเรือนยากจนจังหวัดร้อยเอ็ด 5,140 ครัวเรือน ควบคู่กับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตแบบมีส่วนร่วม โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก 42 คน ประกอบไปด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ผลการวิจัยพบว่า กลไกดังกล่าวสามารถสร้างธรรมาภิบาลความร่วมมือที่เข้มแข็ง ส่งผลให้เครือข่ายภาคีขยายตัวเป็น 121 องค์กร โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดทำหน้าที่เป็นสถาบันหลักที่ยึดโยงชุมชนในการบูรณาการทรัพยากร พัฒนานักจัดการเชิงพื้นที่ และใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชี้เป้าและส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การก่อเกิดพื้นที่รูปธรรมทางเศรษฐกิจ “Hug Market” จำนวน 14 แห่ง ครัวเรือนยากจนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 32 เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ และได้รับการยกระดับเป็นวาระสำคัญของจังหวัดผ่านแผนยุทธศาสตร์แก้จนร่วม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญคือ ภาครัฐควรเร่งกระบวนการทำให้กลไกนี้มีความเป็นสถาบัน โดยผนวกระบบข้อมูลและกระบวนการดำเนินงานเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและงบประมาณประจำของระบบราชการ พร้อมทั้งขยายผลระบบข้อมูลสู่ระดับตำบล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนมีความยั่งยืนและต่อเนื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงผู้นำองค์กรในอนาคต
Article Details
เอกสารอ้างอิง
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. (2566). State of poverty (SOP): หนังสือแก้จน จังหวัดร้อยเอ็ด. ร้อยเอ็ด: มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
ศรีสุนันท์ ประเสริฐสังข์, เจษฎ์บดินทร์ จิตต์โศภิตานนท์, วรฉัตร วริวรรณ, ธิดารัตน์ สาระพล, ทิพย์สุดา ปรีดาพันธ์, ปริ่มมาลา ขำคมเขตต์, ประเสริฐ สุทธิประภา, การุณา แก้วนิมิต, เมตตา ฟองฤทธิ์, วิชิต ถิรเดโชชัย และฟ้าสวย ตรีโอษฐ์. (2568). การพัฒนาและยกระดับสู่พื้นที่วิจัยยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม (Pre-Strategy Research Area: Pre-SRA) จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะที่ 2 ปีที่ 2 (รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์). ร้อยเอ็ด: มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of public administration research and theory, 18(4), 543-571.
Bannink, D., Sancino, A., & Sorrentino, M. (2024). Governance without we. Wicked problems and collaborative governance. Public Policy and Administration, 39(3), 301-323.
Bryson, J. M., Crosby, B. C., & Stone, M. M. (2015). Designing and implementing cross‐sector collaborations: Needed and challenging. Public administration review, 75(5), 647-663.
Creswell, J. W., & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and conducting mixed methods research. (3rd ed.). Thousand Oaks: SAGE.
Fongwa, S. (2023). Universities as anchor institutions in place-based development: Implications for South African universities engagement. South African Journal of Higher Education, 37(1), 92-112.
Moodie, G., & Wheelahan, L. (2025). Colleges as anchors of their communities: emergence and agglomeration. Journal of Vocational Education & Training, 77(1), 58-80.
Mugenyi, A. R., Karemera, C., Wesana, J., & Dooms, M. (2022). Institutionalization of organizational change outcomes in development cooperation projects: The mediating role of internal stakeholder change-related beliefs. Administrative Sciences, 12(2), 60.