รูปแบบการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะ ผู้เรียนยุคใหม่ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เมืองแม่ฮ่องสอนโมเดล
คำสำคัญ:
รูปแบบการพัฒนา, เครือข่ายความร่วมมือ, การบริหารจัดการชั้นเรียน, ทักษะผู้เรียนยุคใหม่, โรงเรียนขนาดเล็กบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 203 คน โดย จัดทำแบบสอบถามเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือก่อนดำเนินการสำรวจ 2) ร่างและสร้างรูปแบบการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 30 คน โดยการแบบสัมภาษณ์ 3) ตรวจสอบและประเมินรูปแบบการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เพื่อตรวจสอบและประเมินรูปแบบการพัฒนา ทั้งนี้กระบวนการวิจัย ได้มีการนำผลการสำรวจ สัมภาษณ์ ดำเนินการวิเคราะห์ ประมวลผล จัดทำเอกสารและคู่มือประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน โดยมีการประเมินผลการพัฒนาและประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง สภาพปัญหาอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนลำดับความต้องการจำเป็นมากที่สุดคือด้านการกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการเรียนรู้ (PNIModified = 0.48) 2. การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เมืองแม่ฮ่องสอนโมเดล มีองค์ประกอบ 6 ด้าน ประกอบด้วย (1) หลักการ (2) วัตถุประสงค์ (3) เนื้อหารูแบบ ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการเรียนรู้ ชุดที่ 2 การพัฒนาครูและบุคลากรเครือข่าย ชุดที่ 3 การมีส่วนร่วมทางวิชาการ ชุดที่ 4 การส่งเสริมการเรียนรู้ผู้เรียน ชุดที่ 5 การมุ่งเน้นผลสำเร็จและชุดที่ 6 การเสริมสร้างแรงจูงใจ 3. ผลการตรวจและประเมินรูปแบบการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เมืองแม่ฮ่องสอนโมเดล มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ระดับมากที่สุดทุกด้าน และผลการประเมินความพึงพอใจด้านรูปแบบวิธีการพัฒนา ด้านเนื้อหาและกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กริช ธีรางศุ. (2563). แนวทางการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ สำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2553). การบริหารจัดการที่ดีตามหลัก ธรรมาภิบาล (Good Governance). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
เจตนิพัทธ์ วงษ์สนิท และคณะ. (2565). วีดีโอ เรื่อง เรียนรู้สู่โลกกว้าง...ให้สิ่งรอบข้างเป็นครู ตอน “การจัดสภาพแวดล้อมห้องเรียนเพื่อการเรียนรู้” นิสิตสาขาวิชาภาษาไทย วิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา. [ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล: https://www.youtube.com/watch?v=bSF3DACLwoU. [21 ตุลาคม 2565].
ฆนัท ธาตุทอง. (2552). การจัดการชั้นเรียน ห้องเรียนแห่งความสุข Classroom management: happiness classroom. กรุงเทพฯ: เพชรเกษมการพิมพ์.
ชญากาญจธ์ ศรีเนตร. (2565). รูปแบบการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนางานวิชาการโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2549). กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
นริศ ภูอาราม (2560). การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับเครือข่ายโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นฤมล ฤทธิแสง. (2561). การพัฒนาแนวทางการบริหารกลุ่มเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. (2557). การจัดการห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ Classroom and Learning Resource Management. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิส ซัพพลาย.
ปาริชาติ สถาปิ ตานนท์ และชัยวัฒน์ ถิระพันธ์. (2546). สื่อสารกับสังคมเครือข่าย ในเอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร 3 “การสร้างเครือข่ายที่มีพลัง” สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา. กรุงเทพฯ: สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม.
วิจารณ์ พาณิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: แผนพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี - สฤษดิ์วงศ์.
วิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21. นครปฐม: ส เจริญ การพิมพ์.
สันติ บุญภิรมย์. (2557). การวิจัยทางการศึกษาและการวิจัยทางการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: ทริปเพ้ีลเอด็คูเกชนั่ กรุ๊ป.
สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2562). การบริหารสถานศึกษาสู่คุณภาพการศึกษายุคใหม่. ขอนแก่น: แอนนา.
สิริกาญจน์ แก้วคําไสย์. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนยุคใหม่ของโรงเรียน ขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 7(1), 213 – 225.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2549). พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.(2561). การกำหนดแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21. สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2562. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
Cipani, E. (2004). Classroom Management for all teacher 12 plan for evidence–based practice. United State: Handbooks manuals.
Good, T. L. (2000). Looking in Classrooms (8th éd.). New York: Longman.
Good, T.L. and J.E. Brophy. (2000). Looking in Classroom.8th ed. New York: Longman.
Joyce McLeod, Jan Fisher, Ginny Hoover. (2003). The key elements of classroom management. Association for Supervision & Curriculum Development edition, in English.
Weinstein, O’Brien and Hornberger J, et al. (2003). Principles of good practice of decision analytic modeling in health care evaluation: Report of the ISPOR Task Force on Good Research Practices.

