นวัตกรรมพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี

Main Article Content

ใยจิตร์ สาระนิตย์
ตระกูล จิตวัฒนากร
วงศ์วิศว์ หมื่นเทพ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และ 2) พัฒนานวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะดังกล่าวของครูในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ซึ่งรวมถึงการวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 327 คน ตามตารางเคอซี่แอนด์มอร์แกน และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและปัญหาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ได้แก่ (1) ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน ครูตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แต่ขาดความเข้าใจและทักษะในการออกแบบกิจกรรมที่ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน (2) ด้านการวัดผลและประเมินผลยังเน้นผลสัมฤทธิ์ปลายทางและเครื่องมือแบบเดิม ส่งผลให้มีความต้องการพัฒนาเครื่องมือประเมินที่สะท้อนสมรรถนะผู้เรียน (3) ด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ส่วนใหญ่ครูใช้เทคโนโลยีในระดับพื้นฐานและขาดทักษะในการออกแบบกิจกรรมเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี (4) ด้านการจัดการชั้นเรียน ครูขาดทักษะการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจ (5) ด้านคุณธรรมและการพัฒนาวิชาชีพ แม้ครูมีจิตสำนึกในวิชาชีพ แต่ภาระงานสูงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเอง 2) ผลการพัฒนานวัตกรรมคือการพัฒนาครูแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้ง 5 สมรรถนะหลัก ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระบบสนับสนุนจากผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สาระนิตย์ ใ., จิตวัฒนากร ต., & หมื่นเทพ ว. (2026). นวัตกรรมพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. วารสารการจัดการองค์กร และพัฒนาสังคม, 6(1), 13–26. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JOMSD/article/view/1677
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จรุญ จารุสาร. (2563). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม. โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม (รายงานการวิจัย). นนทบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี.

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2555). การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพฯ: บิสอาร์แอนด์ดี.

ปนัดดา อภิชาสิริกุล, สุเมธ งามกนก และปุณณิฐฐา มาเชค. (2567). แนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับครู เพื่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 6(4), 47–65.

พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร, กาญจน์ เรืองมนตรี และราตรี เลิศหว้าทอง. (2566). สมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สู่คุณภาพการศึกษาในยุคใหม่. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 5(2), 375-388.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก: 49–53, 1 พ.ค. 2562.

แพรวนภา สมทรัพย์, ญาณิศา บุญจิตร์ และจิณัฐตา สอนสังข์. (2568). รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. Journal of Applied Education, 3(4), 9-22.

รัชนีวรรณ ศิริพันธุ์, เอกลักษณ์ เพียสา และบุญมี ก่อบุญ. (2568). องค์ประกอบสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 25(3), 19–30.

วิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.

ศจีทิพย์ ตาลพันธ์, เอกราช โฆษิตพิมานเวช และกนกอร สมปราชญ์. (2566). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(5), 643-656.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. (2565). รายงานผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). สืบค้นจาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1057496239754472&id=100064823163119&set=a.308360131334757.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). รายงานสถิติจังหวัดปทุมธานี. สืบค้นจาก https://pathumthani.nso.go.th/images/ebook/plan/nsoplan%2067_compressed.pdf.

สุพรรณิการ์ ชนะนิล และธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์. (2565). PLC ดีจริงหรือกับการพัฒนาการศึกษาไทย. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 68-81.

อภิญญา ศรีบุญเรือง และวัลลภา อารีรัตน์. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารจัดการชั้นเรียนกับคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียน. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 3(6), 113-128.

อรนลิน จินะฟั่น. (2564). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์. เพชรบูรณ์: โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์.

เอื้อมพร หลินเจริญ. (2555). เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ. วารสารการวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 17(1), 17-29.

Best, J. W. (1997). Research in Education. (7th ed.). Boston: Allyn and Bacon.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington, DC: The George Washington University, School of Education and Human Development.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.

Likert, R. (1932). A Technique for the Measurement of Attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.

Nastasi, B. K. and Schensul, S. L. (2005). Contributions of qualitative research to the validity of intervention research, Journal of School Psychology, 43(3), 177-195.