ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความได้เปรียบ ในการแข่งขันของธุรกิจสปา ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
ความได้เปรียบในการแข่งขัน, กระบวนการจัดการ, ธุรกิจสปา, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจสปาใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ (2) กระบวนการจัดการที่มีอิทธิพลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจสปาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้กรอบแนวคิดด้านกระบวนการจัดการของ Bartol และ Martin (1997) และแนวคิดด้านความได้เปรียบในการแข่งขันของ Porter (1990) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้ประกอบการและผู้บริหารธุรกิจสปาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 170 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจสปาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างและกลยุทธ์ในการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ กระบวนการจัดการโดยรวมอยู่ ในระดับมากเช่นกัน โดยด้านการนำมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า กระบวนการจัดการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ การนำ และการควบคุม มีอิทธิพลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจสปาในจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยกระบวนการจัดการด้านการนำมีอิทธิพลสูงสุด รองลงมาคือ การวางแผน การจัดองค์การ และการควบคุม ตามลำดับ ทั้งนี้ ตัวแปรอิสระสามารถอธิบายความแปรปรวนของความได้เปรียบในการแข่งขันได้ร้อยละ 55 ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากระบวนการจัดการของธุรกิจสปา เพื่อ เสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Bartol, K. M., Martin, D. C., & Kromkowski, J. A. (2003). Leadership and the glass ceiling: Gender and ethnic group influences on leader behaviors at middle and executive managerial levels. Journal of Leadership & Organizational Studies, 9(3), 8-19.
Guillet, B. D. (2025). Competitive Advantage. In Encyclopedia of Tourism. Cham: Springer Nature Switzerland. pp. 190-191
Hambleton, R. K. (1984). Validating the test scores. In Berk, R. A., (Ed), A guide to criterion-referenced test construction. The Johns opkins University Press. 5(3), 199 – 223
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Sample size determination table. Educational and psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Porter, M. E. (1990). Michael E. Porter. (pp. 90-94). Waniya Bancha, K. (2006). Statistics for Research (2nd ed.). Chulalongkorn University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ "วารสารก้าวนวัต ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:
- ลักษณะและโครงสร้างบทความ
- ประเภทผลงาน: รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ
- ความยาวเนื้อหา: ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง 5,000 – 10,000 คำ (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)
- ภาษา: สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ส่วนประกอบบทความ: ตามที่ Template กำหนด
- การจัดรูปแบบต้นฉบับ
- ไฟล์ต้นฉบับ: ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx (Microsoft Word) เท่านั้น
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ: จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด
- การอ้างอิง: ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี
- เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์
- ความใหม่ของผลงาน: บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
- การพิจารณา: บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2-3 ท่าน ในรูปแบบ Double-blind
- ลิขสิทธิ์: เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ช่องทางการส่งบทความ
- ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ ThaiJo (วารสารก้าวนวัต) เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว