การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนด้วยการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน
คำสำคัญ:
การคิดขั้นสูง, การเรียนรู้โดยใช้โครงการเป็นฐาน, ผู้เรียนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มุ่งเน้นเพื่อ (1) ศึกษาพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการแก้ปัญหาของผู้เรียน และ (2) เปรียบเทียบทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL) กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 40 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน จำนวน 8 แผน แบบวัดทักษะการคิดขั้นสูงซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .87 การเก็บข้อมูลดำเนินการก่อนและหลังการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อสรุปค่าคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติทดสอบทีแบบจับคู่ (paired t-test) เพื่อตรวจสอบความแตกต่างระหว่างค่าก่อนและหลังการเรียนรู้
ผลการวิจัยพบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาการจัดกิจกรรม และคะแนนทดสอบหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานมีประสิทธิผลในการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กฤษฎี กาโอสถ. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับกระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อ ส่งเสริมนวัตกรด้วยปัญญาประดิษฐ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ชณชนก นามโสม และ วนิดา ฉัตรวิราคม. (2567). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการแก้ปัญหาด้วยการจัดการ เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเรื่องพันธุกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 9(1), 41–50.
สุธน วงค์แดง. (2568). ระบบนิเวศการเรียนรู้สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต. สักทอง: มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สทมส.) 31 (3) กรกฎาคม - กันยายน 2568. 1-17.
Dewey, J. (1938). Experience and Education. New York: Macmillan.
Kadel, R., Shailendra, S., & Saxena, U. R. (2025). Navigating the new landscape: A conceptual model for project-based assessment in the age of generative artificial intelligence. arXiv.
Laong, W., & Nasri, M. (2023). Project-based learning as a strategy for enhancing higher-order thinking skills. International Journal of Educational Research, 120, 102–115.
Mustakim, M., Sulaiman, N., Lei, Y., & Zou, H. (2024). Enhancing secondary students’ higher-order thinking skills through project-based learning. Asia Pacific Education Review, 25(1), 45–59.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. New York, NY: Basic Books.
Purwati, N., Rahman, M., & Nugroho, A. (2022). Implementing project-based learning to develop 21stcentury skills. Journal of Education and Learning, 16(3), 220–234.
Riyanda, A. R. (2024). Enhancing higher-order thinking skills through case project-based learning. JONUNS Journal, 11(2), 112–125.
Vasconcelos, M. A. R., & dos Santos, R. P. (2023). Enhancing STEM learning with ChatGPT and Bing Chat as objects to think with: A case study. arXiv.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Wongdaeng, P. (2024). Learning ecosystem factors influencing higher-order thinking skills in secondary students. Thai Journal of Educational Innovation, 18(1), 33–50.
Zha, S., Qiao, Y., Hu, Q., Li, Z., Gong, J., & Xu, Y. (2024). Designing child-centric AI learning environments: Insights from large language model-enhanced creative project-based learning. arXiv.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ "วารสารก้าวนวัต ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:
- ลักษณะและโครงสร้างบทความ
- ประเภทผลงาน: รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ
- ความยาวเนื้อหา: ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง 5,000 – 10,000 คำ (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)
- ภาษา: สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ส่วนประกอบบทความ: ตามที่ Template กำหนด
- การจัดรูปแบบต้นฉบับ
- ไฟล์ต้นฉบับ: ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx (Microsoft Word) เท่านั้น
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ: จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด
- การอ้างอิง: ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี
- เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์
- ความใหม่ของผลงาน: บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
- การพิจารณา: บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2-3 ท่าน ในรูปแบบ Double-blind
- ลิขสิทธิ์: เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ช่องทางการส่งบทความ
- ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ ThaiJo (วารสารก้าวนวัต) เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว