The การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายห้องเรียนพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายห้องเรียนพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ และ 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายห้องเรียนพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายห้องเรียนพิเศษ (SMTE) 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี โรงเรียนอุตรดิตถ์ และโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี จำนวน 350 คน ที่ได้มากจากการสุ่มหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความฉลาดทางอารมณ์ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 53 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural equation model: SEM) ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ 10 ตัวแปรสังเกตได้ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.198 - 0.640 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในระดับต่ำถึงสูง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกคู่ และเมื่อวิเคราะห์ความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดล องค์ประกอบทั้ง 3 มีความตรงเชิงโครงสร้างทุกตัว โดยมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบอยู่ระหว่าง 0.536 - 0.790 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกค่า 2) โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (p = 0.831, CFI = 0.991, TLI = 0.984, RMSEA = 0.034, SRMR = 0.032) ทั้งนี้ค่าน้ำหนักองค์ประกอบของตัวแปรสังเกตได้ทั้ง 10 ตัวมีค่าตั้งแต่ 0.536 - 0.790 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกค่า แสดงว่า ตัวแปรสังเกตได้ทุกตัวมีความตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) ซึ่งเป็นตัวแปรสังเกตของโมเดลสมการโครงสร้างทั้งหมด นอกจากนี้ตัวแปรสังเกตทั้งหมดร่วมกันอธิบายความผันแปรระหว่างองค์ประกอบทั้ง 3 ได้ร้อยละ 28.7 – 62.4
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จินตนา วัชรสินธุ์. (2560). ปัจจัยครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กอายุ 6-11 ปี. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 11(1), 12-
ทศพร ประเสริฐสุข. (2545). ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์กับการศึกษา. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 6(1), 107-109.
ธนพล อุควงศ์เสรี. (2564). ความฉลาดทางอารมณ์ สัมพันธภาพในครอบครัว สัมพันธภาพกับเพื่อน และการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมปลายชาย
ล้วนในกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิลาวรรณ งามขำ, ปทุมมาศ กั้นหยั่นทอง, อติญญา สุสิวงศ์, กนกวรรณ จิตระบูรณ์, พิมพ์ณัฐชยา นุชสิริ, นิตยา ชัยชนะ และคณะ. (2559). ปัจจัยที่มีความ
สัมพันธ์กับความฉลาดทางอารมณ์ของนักศึกษาในหลักสูตรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสาร มฉก.วิชาการ, 20(39),
-50.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ : บริษัทสุวีริยาสาสน์จำกัด.
มลภา อุไทยธุราทร, ศุภลักษณ์ สัตย์เพริศพราย และอรวรรณ เมฆกมล. (2556). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนระดับชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 14(1), 94-102.
รัตนะ บัวสนธ์. (2567). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุษา คงทอง. (2558). การวิเคราะห์องค์ประกอบความฉลาดทางอารมณ์ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
วารสารราชพฤษ์. 13(2), 8-15.
Bollen, K. A., (1989). Structural equations with latent variables. New York: Wiley.
Goleman, D. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books. Salovey, P., & Mayer, J. D. (1990).
Emotional intelligence. Imagination, Cognition, and Personality, 9(3), 185–211. https://doi.org/10.2190/DUGG-P24E-52WK-6CDG
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson.
Schumacker, R. E. & Lomax, R. G., (2010). A beginner’s guide to structural equation modeling. (3 rd ed.). New Jersey: Lawrence
Erlbaum Associates.
Singh, S., & Bhatia, G. (2012). Study of self-esteem of secondary school students in relation to their family environment. International
Journal of Scientific and Research Publications, 2(10), 1-4. https://www.ijsrp.org/research-paper-1012/ijsrp-p1053.pdf