การศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพจิตของนักศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง

Main Article Content

อุมาภรณ์ คงอุไร
ธนิกาภรณ์ วงศ์วัชรอำพน
จตุรงค์ เหมรา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง จำแนกตามคณะและชั้นปี 2) เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และดัชนีชี้วัดสุขภาพจิต จำแนกตามคณะ 3) เปรียบเทียบความแตกต่างของตัวแปรดังกล่าว จำแนกตามชั้นปี และ 4) วิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคณะและชั้นปีที่มีต่อพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และสุขภาพจิตของนักศึกษา


ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษามีพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่ในระดับมาก และได้รับผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระดับปานกลาง และมีสุขภาพจิตอยู่ในระดับปกติ (2) ผลการเปรียบเทียบจำแนกตามคณะ พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และดัชนีชี้วัดสุขภาพจิต ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการเปรียบเทียบจำแนกตามชั้นปี พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยการเปรียบเทียบรายคู่พบว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยแตกต่างจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จำแนกตามคณะ ไม่ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ปฏิสัมพันธ์จำแนกตามชั้นปีส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คงอุไร อ., วงศ์วัชรอำพน ธ., & เหมรา จ. (2026). การศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพจิตของนักศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง . วารสารสังคมศาสตร์ กำแพงแสน, 1(2), 65–77. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JSSK/article/view/1998
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกียรติสุดา ศรีสุข. (2552). ระเบียบวิธีวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์ครองช่าง.

กรมสุขภาพจิต. (2567). แบบทดสอบดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย ฉบับสั้น 15 ข้อ. https://dmh.go.th/test/thaihapnew/thi15/asheet.asp?qid=1

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

ปรียานุช วุฒิชูประดิษฐ์, และ สุภัทร ชูประดิษฐ์. (2565). อิทธิพลของการติดสื่อสังคมออนไลน์ต่อภาวะสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 36(3), 45–60.

พัชรภรณ์ ไกรชุมพล. (2555). ทัศนคติและพฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการสร้างชื่อเสียง: กรณีศึกษายูทูบ (YouTube) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:147546

สินี กิตติชนม์วรกุล. (2558). พฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของนักเรียนในจังหวัดสงขลา. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติด้านบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ครั้งที่ 2 (หน้า 288–297). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

สุวิมล ติรกานันท์. (2551). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2565). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2560. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). การสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2566. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

American Optometric Association. (2020). Computer vision syndrome. AOA.

Biddle, S. J. H., & Asare, M. (2011). Physical activity and mental health in children and adolescents: A review of reviews. British Journal of Sports Medicine, 45(11), 886–895.

Ekkekakis, P. (2013). The measurement of affect, mood, and emotion: A guide for health-behavioral research. Cambridge University Press.

Griffiths, M. D. (2013). Social Networking Addiction: Emerging Themes and Issues. Journal of Addiction Research and Therapy, 4(5), 1–2.

Hale, L., & Guan, S. (2015). Screen time and sleep among school-aged children and adolescents: A systematic literature review. Sleep Medicine Reviews, 21, 50–58.

Harvey, S. B., Overland, S., Hatch, S. L., Wessely, S., Mykletun, A., & Hotopf, M. (2018). Exercise and the prevention of depression: Results of the HUNT cohort study. American Journal of Psychiatry, 175(1), 28–36.

Kuss, D. J., & Griffiths, M. D. (2017). Social networking sites and addiction: Ten lessons learned. International Journal of Environmental Research and Public Health, 14(3), 311.

Twenge, J. M., & Campbell, W. K. (2018). Associations between screen time and lower psychological well-being among children and adolescents: Evidence from a population-based study. Preventive Medicine Reports, 12, 271–283.

Valkenburg, P. M., & Peter, J. (2013). The differential susceptibility to media effects model. Journal of Communication, 63(2), 221–243.

Vogels, E. A., Gelles-Watnick, R., & Massarat, N. (2022, August 10). Teens, social media and technology 2022. Pew Research Center. https://www.pewresearch.org