การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปหลายเหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) บูรณาการเกมเชิงการศึกษา

Main Article Content

ปัญชญา เขมวงค์
กวีเชษฐ์ เปีย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปหลายเหลี่ยม โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับเกมคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 8 แผน และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 20 ข้อ ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.875 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน


            ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับเกมคณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ และ 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปหลายเหลี่ยม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (M = 15.95, SD = 2.63, t = 9.84) ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการบูรณาการเกมเข้ากับกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่งช่วยสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เขมวงค์ ป., & เปีย ก. (2026). การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปหลายเหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) บูรณาการเกมเชิงการศึกษา. วารสารสังคมศาสตร์ กำแพงแสน, 1(2), 57–64. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JSSK/article/view/2168
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

กวีเชษฐ์ เปีย, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, ถนนกาญจนวานิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90000

Lecturer. Department of Education (Elementary Education), Faculty of Education, Thaksin University, Songkhla, Thailand  ORCID ID: https://orcid.org/0009-0003-5183-0514 , Web of Science Researcher ID: PHE-1264-2026 , Google Scholar ID: gLg8q68AAAAJ My academic work emphasizes English Language Learning, TESOL, Elementary Education, Curriculum and Instruction, with a strong focus on Educational Research.

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ชาคริสต์ ขำศรี. (2564). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยเกมกระดาน (Board Game) ที่ส่งเสริมมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง จำนวนเต็ม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ทิศนา แขมมณี. (2555). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ลดาวัลย์ แย้มครวญ และ ศุภกฤษฎ์ นิวัฒนากูล. (2561). การเปรียบเทียบเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์จากการใช้เกมเพื่อการเรียนรู้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 37(4), 154-167.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2566. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).

Bybee, R. W. (2015). The BSCS 5E instructional model: Creating teachable moments. NSTA Press.

Ku, O., Chen, S. Y., Wu, D. H., Lao, A. C., & Chan, T. W. (2014). The effects of game-based learning on mathematical confidence and performance: High ability vs. low ability. Educational Technology & Society, 17(3), 65-78.

Plass, J. L., Homer, B. D., & Kinzer, C. K. (2015). Foundations of game-based learning. Educational Psychologist, 50(4), 258-283.

Vankúš, P. (2021). Influence of game-based learning in mathematics education on students’ affective domain: A systematic review. Mathematics, 9(9), 986. https://doi.org/10.3390/math9090986