บทบาทของสถาบันศาสนาในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์
คำสำคัญ:
สถาบันศาสนา, กลไกความร่วมมือ, ชุมชนยั่งยืน, ร้อยแก่นสารสินบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและหน้าที่ ของสถาบันศาสนาในการเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 80 คน ได้มาจากการเลือกแบบบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบด้วย (1) พระสังฆาธิการ (2) เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ (3) ผู้นำชุมชนและประชาชน และ (4) บุคลากรของ หน่วยงานภาคเอกชน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน สามารถ จำแนกออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านสังคม โดยสถาบันศาสนามีบทบาทในการอบรมสั่งสอนและชักชวนให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ในการจัดกิจกรรม และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรชุมชน (2) ด้านเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมอาชีพ การระดมทรัพยากร ผ่านการบริจาค การฝึกอบรมและให้คำปรึกษา รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาดูงาน (3) ด้านวัฒนธรรม โดยการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ การเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การให้ความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ชุมชน และการจัดสถานที่สำหรับเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ และ (4) ด้านสิ่งแวดล้อม โดยการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมภายในวัด การกำหนดแนวทางในการป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการรณรงค์ต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยสรุป สถาบันศาสนามีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. (2567). แผนปฏิบัติราชการกระทรวงวัฒนธรรม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). กระทรวงวัฒนธรรม. https://www.m-culture.go.th
กรมควบคุมมลพิษ. (2567). แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2565–2570). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. https://www.pcd.go.th
กรมอนามัย. (2567). คู่มือแนวทางการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก. กระทรวงสาธารณสุข. https://multimedia.anamai.moph.go.th
จักรี ศรีจารุเมธีญาณ. (2561). บทบาทของพระสงฆ์กับการพัฒนาชุมชน. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 7(2), 263– 274. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jsssr/article/view/243642
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ. 2560–2579) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. https://www.moph.go.th
ถนอมศักดิ์ อภิคุโณ (ขุนเพชร), พระ. (2560). บทบาทของพระสงฆ์ในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน: กรณีศึกษาอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. https://e-thesis.mcu.ac.th
นนทมงคลวิศิษฐ์, พระครู. (2556). บทบาทของพระสังฆาธิการในการพัฒนาสังคมในจังหวัดนนทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://e-thesis.mcu.ac.th
บุญมี อธิปุญฺโญ (วรรณวิเศษ), พระมหา. (2554). บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคมในเขตอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. http://fulltext.rmu.ac.th
พรชัย พันธุ์ธาดาพร. (2559). บทบาทของพระสงฆ์และผู้นำชุมชนในการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, Silpakorn University, 9(3), 1120–1134. https://he02.tcithaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/76251
พิเชฐ ทั่งโต. (2558). บทบาทของพระสงฆ์กับการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ กสทช, 3(2), 145–158. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-as/article/view/67114
ปลัดสมชัย นิสฺสโภ, พระครู, ธรรศพงศ์ วงษ์สวัสดิ์, & ประสงค์ หัสรินทร. (2563). บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคมและชุมชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(8), 341–355. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSAB/article/view/244302
ฉันทยา คนเจน, พระมหา. (2559). บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตามแนวคิดสัจจะสะสมทรัพย์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://cmuejournal.cmu.ac.th
มหาสมคิด สาระภา, พระ. (2552). บทบาทของพระสงฆ์กับการดำรงรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. https://ethesis.tu.ac.th
สังฆรักษ์ประจวบ วุฑฺฒิจารี, พระครู, สุธี คำแก้ว, & ชัยวัชร มลายอริราช. (2562). บทบาทของพระสงฆ์เชิงรุกในการพัฒนา สาธารณสุขและงานกู้ภัยชุมชน. วารสารวิจัยราชพฤกษ์, 15(2), 89–101. https://so05.tcithaijo.org/index.php/rru/article/view/198754
สุภาพ สุภาโว (บัวบรรจง), พระ. (2561). บทบาทของพระสงฆ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://e-thesis.mcu.ac.th
สุวรรณวรการ, พระครู. (2553). บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนด้านสาธารณสุขและวัฒนธรรม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. https://app.gs.kku.ac.th
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2567). รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสสี่ ปี 2566 และภาพรวม ปี 2567: การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อความยั่งยืน. สศช. https://www.nesdc.go.th
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2567). แผนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566–2570. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. https://www.onep.go.th
Chonsalasin, D., Jomnonkwao, S., & Ratanavaraha, V. (2024). Structural equation modeling of infrastructure and institutional support factors influencing local economic behaviors. Sustainability, 16(3), Article 1145. https://doi.org/10.3390/su16031145
Namonsai, P., Intanin, J., & Sanpundorn, P. (2023). Community participation and inter-agency collaboration as determinants of local economic sustainability. Journal of Rural and Community Development, 18(2), 45–62. https://journals.vcf.ca/index.php/jrcd/article/view/1892
Office of the National Economic and Social Development Council. (2024). The 13th National Economic and Social Development Plan (2023–2027) and sustainable local development. NESDC. https://www.nesdc.go.th/main.php?filename=plan13
United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. (2024). Basic texts of the 2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage (2024 ed.). UNESCO. https://ich.unesco.org/en/state-parties-00026
United Nations Environment Programme. (2024). Global environment outlook: Faith-based engagement for sustainable resource management. UNEP. https://www.unep.org/resources/report/faith-earthpolicy-brief
World Health Organization. (2024). Operational framework for primary health care: Transforming vision into action through multi-sectoral collaboration. WHO. https://www.who.int/publications/i/item/9789240017832
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ "วารสารก้าวนวัต ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:
- ลักษณะและโครงสร้างบทความ
- ประเภทผลงาน: รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ
- ความยาวเนื้อหา: ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง 5,000 – 10,000 คำ (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)
- ภาษา: สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ส่วนประกอบบทความ: ตามที่ Template กำหนด
- การจัดรูปแบบต้นฉบับ
- ไฟล์ต้นฉบับ: ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx (Microsoft Word) เท่านั้น
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ: จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด
- การอ้างอิง: ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี
- เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์
- ความใหม่ของผลงาน: บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
- การพิจารณา: บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2-3 ท่าน ในรูปแบบ Double-blind
- ลิขสิทธิ์: เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ช่องทางการส่งบทความ
- ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ ThaiJo (วารสารก้าวนวัต) เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว