ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของผู้สูงอายุ เขตจังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย
คำสำคัญ:
แรงสนับสนุนทางสังคม, คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ, ความสุขของผู้สูงอายุ, ผู้สูงอายุจังหวัดนนทบุรีบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของผู้สูงอายุในเขตจังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย ผู้ให้ข้อมูลหลักสำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกสมาคมผู้สูงอายุในเขต จังหวัดนนทบุรี จำนวน 10 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์รายบุคคล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ความสุขของผู้สูงอายุในเขตจังหวัดนนทบุรีได้รับอิทธิพลจาก 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แรง สนับสนุนทางสังคม คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยผู้ให้ข้อมูลหลักสำคัญ ส่วนใหญ่สะท้อนว่า การได้รับความรัก ความเอาใจใส่ การดูแลช่วยเหลือ และกำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว ญาติ และบุคคลในชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ความมั่นคงทางจิตใจ และความสุขในการดำเนินชีวิตนอกจากนี้ ผู้ให้ข้อมูลหลักสำคัญ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม โดยพบว่าการมีสุขภาพแข็งแรง การสามารถพึ่งพาตนเองได้ และการมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ ส่งเสริมความสุขของผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ผู้ให้ข้อมูลหลักสำคัญ สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพ ภาระค่าใช้จ่าย และการ เปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัวและสังคม ซึ่งส่งผลต่อระดับความสุขและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ความสุขของผู้สูงอายุเกิดจากการบูรณาการระหว่างการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายและแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงอายุในอนาคต
Downloads
เอกสารอ้างอิง
อภิชัย มงคล. (2552). รายงานการวิจัยการพัฒนาและทดสอบดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
Mongkol, A. (2009). Research report development and testing of Thai mental health indicators. Department of Mental Health, Ministry of Public Health.
Aung, T. N. N., Moolphate, S., Koyanagi, Y., Angkurawaranon, C., Supakankunti, S., Yuasa, M., & Aung, M. N. (2022). Determinants of health-related quality of life among community-dwelling Thai older adults in Chiang Mai, Northern Thailand. Risk Management and Healthcare Policy, 15, 1761–1774. https://doi.org/10.2147/RMHP.S370353
Nanthamongkolchai, S., Phowat, T., Munsawaengsub, C., & Suksatan, W. (2022). Influence of self-esteem and preparation for aging on the happiness of older Thai adults: A cross-sectional study. Open Access Macedonian Journal of Medical Sciences, 10(G), 251–257. https://doi.org/10.3889/oamjms.2022.8461
Narongchai, W. (2022). The elements of happiness of disabled older adults in Khon Kaen Smart City, Khon Kaen, Thailand. Journal of Population and Social Studies, 30, 377–390. https://doi.org/10.25133/JPSSv302022.022
Salathong, P., & Thoranee, R. (2022). Social support models for elderly’s well-being in Kanchanaburi Province. Rajapark Journal, 16(45), 327–340. https://so05.tcithaijo.org/index.php/RajaparkJournal/article/view/258525
Schaffer, M. (2004). Social support. In S. J. Peterson & T. S. Bredow (Eds.), Middle range theories: Application to nursing research (1st ed., pp. ...–...). Lippincott Williams & Wilkins.
Schalock, R. L. (2004). The concept of quality of life: What we know and do not know. Journal of Intellectual Disability Research, 48(3), 203–216. https://doi.org/10.1111/j.1365-2788.2003.00558.x
Sirisuwan, P., Phimha, S., & Banchonhattakit, P. (2023). Influence of active ageing and health literacy on quality of life among elderly persons in northeast Thailand. Health Education, 123(1), 1–12. https://doi.org/10.1108/HE-05-2022-0046
World Health Organization. (2022, October 1). Ageing and health. https://www.who.int/news-room/factsheets/detail/ageing-and-health
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ "วารสารก้าวนวัต ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:
- ลักษณะและโครงสร้างบทความ
- ประเภทผลงาน: รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ
- ความยาวเนื้อหา: ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง 5,000 – 10,000 คำ (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)
- ภาษา: สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ส่วนประกอบบทความ: ตามที่ Template กำหนด
- การจัดรูปแบบต้นฉบับ
- ไฟล์ต้นฉบับ: ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx (Microsoft Word) เท่านั้น
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ: จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด
- การอ้างอิง: ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี
- เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์
- ความใหม่ของผลงาน: บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
- การพิจารณา: บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2-3 ท่าน ในรูปแบบ Double-blind
- ลิขสิทธิ์: เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ช่องทางการส่งบทความ
- ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ ThaiJo (วารสารก้าวนวัต) เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว