ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
นักศึกษา, การออม, พฤติกรรมการออมบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จำนวน 387 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติอนุมาน ได้แก่ ค่าสถิติ One way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในระหว่างอายุ 20 - 21 ปี อยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 อาชีพของผู้ปกครอง คือ เกษตรกร ส่วนใหญ่สถานะบิดามารดาอยู่ด้วยกัน ด้านรายได้ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 3,001-5,000 บาท ด้านรายจ่ายส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 3,001-5,000 บาท ด้านการออมส่วนใหญ่มีเงินออมเฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท รองลงมามีเงินออมเฉลี่ยในปัจจุบัน 3,001-5,000 บาท ผู้มีอิทธิพลต่อการออมของนักศึกษา คือ ตัวนักศึกษาเอง ทั้งนี้พฤติกรรมการออมของนักศึกษาในภาพรวมจัดอยู่ในระดับปานกลาง โดยวัตถุประสงค์ในการออมเรียงลำดับเป็น การออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามที่ครอบครัวมีปัญหามากที่สุด รองลงมาคือ การออมเพื่อใช้จ่ายในยามเจ็บป่วย และการออมเงินการศึกษาของตนเองตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา พบว่า ตัวแปรเพศ อายุ ระดับชั้นปี ไม่มีผลต่อพฤติกรรมออมของนักศึกษา ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ตัวแปรความถี่ในการออม รายได้เฉลี่ย มีผลต่อพฤติกรรมการออมของนักศึกษา
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์
