การขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน กรณีศึกษา: ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
คำสำคัญ:
การขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน, ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิผลการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง 2) เพื่อศึกษาปัจจัยการนำนโยบายไปปฏิบัติที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง และ 3) เพื่อศึกษารูปแบบการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง ที่มีประสิทธิผลการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลป่าขะ จำนวน 401 คน 129 หลังคาเรือน ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 56 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informants) ได้แก่ ปลัดอำเภอ, กรรมการโครงการไทยนิยมยั่งยืน, ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลป่าขะ และกรรมการบริหารชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านทุ ่งกระโปรง ใช้วิธีการคัดเลือกโดยได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน
ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิผลการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง 1. ด้านความสามารถในการปรับตัว โดยรวมอยู่ในระดับมาก
( = 4.04) 2. ด้านความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.08) และ 3. ด้านความสามารถในการบูรณาการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.07) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการนำนโยบายไปปฏิบัติที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง 1. ด้านการวางแผนอยู่ในระดับมาก (
= 4.13) 2. ด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.11) 3. ด้านทรัพยากร โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.29) และ 4. ด้านความร่วมมือ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.18)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ดำเนินการโดยคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่งานบทความ ทั้งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดทำฉบับสำเนา การแปล และการผลิตซ้ำในรูปแบบต่าง ๆ ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของผู้เขียนและวารสารวิชาการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
วารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตีพิมพ์บทความตามความเหมาะสม รวมทั้งการตรวจทานแก้ไข การปรับข้อความ และการขัดเกลาภาษาให้ถูกต้องตามรูปแบบและเกณฑ์ที่วารสารกำหนด ทั้งนี้ ผลการวิจัย ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และเนื้อหาที่ปรากฏในบทความถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่ละบทความ มิได้ถือเป็นความคิดเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ คณะวิทยาการจัดการ หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
