ภาวะผู้นำดิจิทัลกับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กรยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำดิจิทัล, ประสิทธิภาพการทำงาน, องค์กรยุคดิจิทัล, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล, การบริหารองค์กรบทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลได้ส่งผลให้องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการ บริหารและการดำเนินงานเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะผู้นำดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด องค์ประกอบ และบทบาทของภาวะผู้นำดิจิทัลที่มีต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กรยุคดิจิทัล โดยอาศัยการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการ ตำรา และงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ภาวะผู้นำดิจิทัลประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การมีวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการบริหาร การส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม องค์ประกอบดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ทั้งในด้านคุณภาพของงาน ความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน ความสามารถในการปรับตัว การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล นอกจากนี้ ภาวะผู้นำดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันของบุคลากรต่อ องค์กร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
บทความนี้เสนอว่า องค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้นำให้มีสมรรถนะด้านดิจิทัลควบคู่กับ ทักษะการบริหารคน การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
Downloads
เอกสารอ้างอิง
AlNuaimi, B. K., Singh, S. K., Ren, S., Budhwar, P., & Vorobyev, D. (2024). Digital leadership and organizational outcomes: The mediating role of digital transformation. Systems, 12(11), Article 457. https://doi.org/10.3390/systems12110457
Anakpo, G., Nqwayibana, Z., & Mishi, S. (2023). The impact of work-from-home on employee performance and productivity: A systematic review. Sustainability, 15(5), Article 4529. https://doi.org/10.3390/su15054529
Kempkes, J. A., Suprano, F., & Wömpener, A. (2024). How management support systems affect job performance: A systematic literature review and research agenda. Management Review Quarterly, 74(3), 1339–1373. https://doi.org/10.1007/s11301-023-00336-3
Lin, Q. (2024). Digital leadership: A systematic literature review and future research agenda. European Journal of Innovation Management, 27(8), 2822–2853. https://doi.org/10.1108/EJIM-07-2023-0522
López-Figueroa, J. C., Ochoa-Jiménez, S., Palafox-Soto, M. O., & Hernández Muñoz, D. S. (2025). Digital leadership: A systematic literature review. Administrative Sciences, 15(4), Article 129. https://doi.org/10.3390/admsci15040129
Okunlola, J. O., Naicker, S. R., & Uleanya, C. (2024). Digital leadership in the fourth industrial revolution enacted during the COVID-19 pandemic: A systematic review. Cogent Education, 11(1), Article 2317258. https://doi.org/10.1080/2331186X.2024.2317258
Wang, G., Mansor, Z., & Yee, C. L. (2024). Decoding employee digital performance: An in-depth literature analysis. Global Business Management Review, 16(1), 55–82. https://doi.org/10.32890/gbmr2024.16.1.4
Wang, N., Luan, Y., & Ma, R. (2024). Detecting causal relationships between work motivation and job performance: A meta-analytic review of cross-lagged studies. Humanities and Social Sciences Communications, 11(1), Article 595. https://doi.org/10.1057/s41599-024-03099-3
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการก้าวนวัต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสารก้าวนวัต
หลักเกณฑ์การเสนอบทความของ "วารสารก้าวนวัต ของสมาคมเครือข่ายการเรียนรู้และนวัตกรรมองค์กร มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:
- ลักษณะและโครงสร้างบทความ
- ประเภทผลงาน: รับบทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่เกี่ยวข้องกับสาขาทางด้าน บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป การเงินและการบัญชี การตลาด การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภาษาศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ส่งเสริมการเกษตร สิ่งแวดล้อม สุขภาพและการดูแลสุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสหวิทยาการ
- ความยาวเนื้อหา: ในส่วนเนื้อหา (ไม่รวมบทคัดย่อ) ต้องมีความยาวระหว่าง 5,000 – 10,000 คำ (นับตาม Microsoft Word version 2013 ขึ้นไป)
- ภาษา: สามารถนำเสนอได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ส่วนประกอบบทความ: ตามที่ Template กำหนด
- การจัดรูปแบบต้นฉบับ
- ไฟล์ต้นฉบับ: ต้องส่งในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx (Microsoft Word) เท่านั้น
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ: จัดพิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 เว้นระยะขอบตามที่ Template กำหนด
- การอ้างอิง: ต้องใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA หรือตามประกาศล่าสุดในระบบ ThaiJo และต้องมี URL สำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์หากมี
- เงื่อนไขและจริยธรรมการตีพิมพ์
- ความใหม่ของผลงาน: บทความต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
- การพิจารณา: บทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2-3 ท่าน ในรูปแบบ Double-blind
- ลิขสิทธิ์: เนื้อหาและภาพประกอบต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการละเมิด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
- ช่องทางการส่งบทความ
- ผู้สนใจต้องสมัครสมาชิกและส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ ThaiJo (วารสารก้าวนวัต) เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม (Template) ล่าสุดจากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว