จริยธรรมการตีพิมพ์
มาตรฐานทางจริยธรรมการตีพิมพ์
วารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา ยึดมั่นในหลักจริยธรรมการตีพิมพ์ตามมาตรฐานสากล โดยปฏิบัติตามแนวทางของ Committee on Publication Ethics (COPE) และ International Committee of Medical Journal Editors (ICMJE) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชนวิชาการและสังคม บรรณาธิการมีบทบาทสำคัญในการรักษามาตรฐานดังกล่าวและมีความรับผิดชอบสูงสุดต่อคุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหาทั้งหมดที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร
1. หน้าที่และความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
1.1 บรรณาธิการวารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา เปรียบเสมือน "ผู้พิทักษ์คุณภาพทางวิชาการ" (Guardian of Scholarly Standards) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อทั้งผู้อ่านและผู้นิพนธ์อย่างเป็นธรรมและมืออาชีพ โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร รักษามาตรฐานทางวิชาการ และส่งเสริมความก้าวหน้าของวงการศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษาบรรณาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบต่อผู้อ่านในการรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยต้องคัดเลือกบทความที่มีคุณภาพสูงให้ตรงกับขอบเขตของวารสารด้านศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา ครอบคลุมหลักสูตรและการสอน การจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา และสื่อสารการศึกษา รวมทั้งต้องรับรองความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิธีการวิจัย และข้อสรุปที่นำเสนอในบทความทุกเรื่องผ่านกระบวนการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการให้แน่ใจว่าบทความทุกเรื่องมีการอ้างอิงที่ถูกต้อง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ และสรุปผลอย่างสมเหตุสมผล
บรรณาธิการต้องเผยแพร่งานวิจัยที่ทันสมัยซึ่งสะท้อนแนวโน้มและพัฒนาการใหม่ ๆ ในสาขาการศึกษา เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความรู้ที่เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งปรับปรุงเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของชุมชนวิชาการและนักปฏิบัติในสาขาการศึกษา โดยจัดลำดับความสำคัญของบทความด้วยการพิจารณาจากความเกี่ยวข้องกับประเด็นปัจจุบัน คุณภาพของงานวิจัย และประโยชน์ต่อผู้อ่านความโปร่งใสและความเป็นกลางเป็นสิ่งสำคัญที่บรรณาธิการต้องรักษาไว้ โดยต้องเปิดเผยกระบวนการพิจารณาบทความอย่างชัดเจนให้ผู้อ่านทราบว่าบทความผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเป็นระบบ ระบุผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้นิพนธ์ แหล่งทุนวิจัย และความสัมพันธ์ที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางของงานวิจัย รวมทั้งแสดงนโยบายจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์วารสาร รวมถึงแนวทางการจัดการข้อร้องเรียนและข้อพิพาท เมื่อพบข้อผิดพลาด บรรณาธิการต้องเต็มใจแก้ไขอย่างรวดเร็วและโปร่งใส โดยเผยแพร่การแก้ไข (Erratum) ในฉบับถัดไปพร้อมเชื่อมโยงกับบทความต้นฉบับในระบบออนไลน์ ออกคำชี้แจง (Clarification) เมื่อเนื้อหาอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดโดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อสรุปหลักของงานวิจัย หรือถอนบทความ (Retraction) อย่างเป็นทางการเมื่อพบความผิดพลาดร้ายแรงที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือตามแนวทาง COPE Retraction Guidelines เช่น การปลอมแปลงข้อมูล การคัดลอกผลงาน หรือการละเมิดจริยธรรมการวิจัย และต้องขอโทษอย่างเป็นทางการพร้อมชี้แจงสาเหตุและมาตรการป้องกันที่ชัดเจนเมื่อข้อผิดพลาดเกิดจากความบกพร่องของกองบรรณาธิการ
นอกจากนี้ บรรณาธิการยังต้องอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลโดยจัดทำระบบการค้นหาที่มีประสิทธิภาพให้ผู้อ่านสามารถค้นหาบทความตามหัวข้อ ผู้นิพนธ์ คำสำคัญ และปีที่ตีพิมพ์ได้สะดวก จัดทำ DOI (Digital Object Identifier) สำหรับบทความทุกเรื่องเพื่อให้สามารถอ้างอิงและติดตามได้อย่างถาวร ส่งเสริมการเข้าถึงอย่างเสรี (Open Access) ตามความเหมาะสมเพื่อให้ชุมชนวิชาการและสาธารณชนเข้าถึงความรู้ได้กว้างขวางขึ้น และจัดเตรียมบทคัดย่อและคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาหลักได้รวดเร็ว
1.2 การปรับปรุงคุณภาพวารสารอย่างต่อเนื่องบรรณาธิการวารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา มีหน้าที่พัฒนาคุณภาพวารสารอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการวางแผนพัฒนาวารสารทั้งในระยะสั้น (1-2 ปี) เช่น การปรับปรุงกระบวนการพิจารณาบทความและการเพิ่มจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิต่างประเทศ และในระยะยาว (3-5 ปี) เช่น การยกระดับสู่ฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1 และการขึ้นทะเบียนในฐานข้อมูลนานาชาติ (ASEAN Citation Index, Scopus) โดยกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น การเพิ่มอัตราการอ้างอิง (Citation Rate) และการลดระยะเวลาการพิจารณาบทความ การพัฒนาระบบและกระบวนการเป็นสิ่งสำคัญ โดยบรรณาธิการต้องปรับปรุงระบบ Online Journal System ให้ทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น จัดทำ DOI สำหรับบทความทุกเรื่องเพื่อความสะดวกในการอ้างอิงและติดตาม พัฒนาการเผยแพร่แบบ Online First เพื่อเร่งให้บทความเผยแพร่สู่สาธารณะเร็วขึ้น และใช้ระบบ Open Access ตามนโยบาย Creative Commons เพื่อเพิ่มการเข้าถึง
นอกจากนี้ บรรณาธิการต้องติดตามและประเมินผลโดยติดตามอัตราการอ้างอิงและดัชนีต่าง ๆ เช่น h-index และ Article Impact Score ประเมินคุณภาพกระบวนการพิจารณาบทความจากความคิดเห็นของผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์แนวโน้มหัวข้อที่ได้รับความสนใจเพื่อวางแนวทางการตีพิมพ์ และประเมินความพึงพอใจของผู้อ่านและผู้นิพนธ์อย่างสม่ำเสมอ
1.3 การรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของผลงานบรรณาธิการมีหน้าที่สำคัญในการป้องกันและจัดการกับการกระทำที่ขาดจริยธรรมทางวิชาการ โดยเริ่มจากการป้องกันการคัดลอกผลงานด้วยการตรวจสอบทุกบทความด้วยโปรแกรม Turnitin หรือ iThenticate หรือ โปรแกรม Copycat ในระบบไทโจ ก่อนส่งพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดค่าความคล้ายคลึง (Similarity Index) ไม่เกิน 20% ตามเกณฑ์ TCI และมาตรฐานสากล ปฏิเสธบทความที่พบการคัดลอกเกินเกณฑ์พร้อมแจ้งผู้นิพนธ์และให้โอกาสชี้แจง และเผยแพร่นโยบายต่อต้านการคัดลอกอย่างชัดเจนในเว็บไซต์วารสาร การตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นสิ่งจำเป็น โดยกำหนดให้ผู้นิพนธ์เปิดเผยแหล่งทุนและความสัมพันธ์ที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนตามแนวทาง ICMJE Disclosure Form บรรณาธิการต้องถอนตัวจากการพิจารณาบทความที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ทรงคุณวุฒิต้องแจ้งหากมีความสัมพันธ์กับผู้นิพนธ์ที่อาจกระทบความเป็นกลาง บรรณาธิการต้องตรวจสอบจริยธรรมการวิจัยสำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสัตว์ตาม Helsinki Declaration 2024 ตรวจสอบการขออนุญาต Informed Consent และการคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าร่วมวิจัย รวมทั้งตรวจสอบการเก็บรักษาข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1.4 การจัดการข้อผิดพลาดและการแก้ไขบรรณาธิการต้องมีความรับผิดชอบและโปร่งใสในการจัดการข้อผิดพลาด โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การแก้ไขข้อผิดพลาด (Erratum) สำหรับข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่กระทบข้อสรุป เช่น ชื่อผู้นิพนธ์สะกดผิด ข้อมูลในตารางหรือภาพผิด หรือข้อผิดพลาดทางการพิมพ์ ซึ่งต้องเผยแพร่หน้าแก้ไขในฉบับถัดไป เชื่อมโยงกับบทความต้นฉบับในระบบออนไลน์ และแจ้งผู้นิพนธ์เพื่อขออนุมัติการชี้แจงข้อมูล (Clarification) ใช้เมื่อเนื้อหาอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเผยแพร่คำชี้แจงโดยไม่เปลี่ยนเนื้อหาหลัก ระบุส่วนที่ต้องการความกระจ่างอย่างชัดเจน และเชื่อมโยงกับบทความต้นฉบับการถอนบทความ (Retraction) ใช้ตามแนวทาง COPE Retraction Guidelines เมื่อพบการคัดลอกผลงานอย่างร้ายแรง การปลอมแปลงข้อมูล การละเมิดจริยธรรมการวิจัยร้ายแรง ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่กระทบข้อสรุป หรือการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนโดยไม่แจ้ง โดยต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ให้โอกาสผู้นิพนธ์ชี้แจง (2-4 สัปดาห์) เผยแพร่ Retraction Notice พร้อมเหตุผล ประทับตรา "RETRACTED" ที่บทความโดยไม่ลบออก และแจ้ง TCI, CrossRef, DOI และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การขอโทษใช้เมื่อข้อผิดพลาดเกิดจากกองบรรณาธิการ โดยต้องออกประกาศขอโทษอย่างเปิดเผย อธิบายสาเหตุและมาตรการป้องกัน แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย และพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
2. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์
ผู้นิพนธ์มีบทบาทสำคัญในการรักษามาตรฐานและคุณภาพของงานวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา โดยต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการตีพิมพ์ตามมาตรฐานสากล COPE และ ICMJE อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย การเขียนบทความ การส่งบทความ จนถึงหลังการตีพิมพ์
2.1 ความรับผิดชอบต่อคุณภาพและความถูกต้องของงานวิจัยผู้นิพนธ์มีหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยที่นำเสนอ โดยต้องดำเนินการวิจัยตามหลักวิธีการวิจัยที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับทางวิชาการ รายงานผลการวิจัยอย่างตรงไปตรงมาและครบถ้วน ไม่บิดเบือนข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ไม่ปลอมแปลงหรือสร้างข้อมูลขึ้นมา (Data Fabrication) ไม่เลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนสมมติฐานและซ่อนข้อมูลที่ขัดแย้ง (Data Falsification) และต้องสามารถแสดงข้อมูลดิบและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อการตรวจสอบได้เมื่อบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิร้องขอตามแนวทาง ICMJE ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดในบทความ รวมถึงการอ้างอิง ตาราง กราฟ และภาพประกอบต่าง ๆ รวมทั้งต้องตรวจทานบทความอย่างละเอียดก่อนส่งเพื่อลดข้อผิดพลาดทางการพิมพ์และเนื้อหา
2.2 การปฏิบัติตามจริยธรรมการวิจัยผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการวิจัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ขององค์กรหรือสถาบันที่รับผิดชอบ และต้องปฏิบัติตามหลักการของ Helsinki Declaration 2024 ซึ่งรวมถึงการขออนุญาตจากผู้เข้าร่วมวิจัยอย่างเหมาะสม (Informed Consent) การคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าร่วมวิจัย การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และการไม่เปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้เข้าร่วมวิจัยโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ผู้นิพนธ์ต้องระบุหมายเลขอนุมัติจริยธรรมการวิจัยในบทความอย่างชัดเจน และพร้อมแสดงหลักฐานการผ่านการพิจารณาจริยธรรมเมื่อบรรณาธิการร้องขอ
2.3 การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาและการอ้างอิงผู้นิพนธ์มีหน้าที่เคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นและให้เครดิตแก่แหล่งที่มาของความรู้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยต้องไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ความคิด แนวคิด ภาพ ตาราง หรือข้อมูล โดยไม่ให้เครดิตแก่เจ้าของผลงาน (Plagiarism) ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ความคิด ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นทุกครั้งอย่างถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนด (APA 7th edition) ต้องใช้เครื่องหมายอ้างอิงและทำบรรณานุกรมอย่างถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอ้างอิงตนเอง (Self-citation) มากเกินสมควรโดยไม่จำเป็น ผู้นิพนธ์ต้องยอมรับว่าบทความที่ส่งตีพิมพ์จะผ่านการตรวจสอบด้วยโปรแกรมตรวจจับการคัดลอก (Turnitin หรือ iThenticate) และต้องมีค่าความคล้ายคลึง (Similarity Index) ไม่เกิน 20% ตามเกณฑ์ของวารสารและมาตรฐาน TCI หากพบการคัดลอกเกินเกณฑ์ บทความจะถูกปฏิเสธทันที
2.4 การกำหนดผู้แต่งและผู้มีส่วนร่วมผู้นิพนธ์ต้องกำหนดผู้แต่ง (Authorship) อย่างเป็นธรรมและตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดโดย ICMJE ซึ่งผู้ที่จะเป็นผู้แต่งต้องมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญทั้งสี่ประการ คือ (1) มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการคิดหรือออกแบบงานวิจัย หรือการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ หรือตีความข้อมูล (2) มีส่วนร่วมในการร่างหรือแก้ไขบทความเพื่อเนื้อหาทางวิชาการที่สำคัญ (3) ให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายของฉบับที่จะตีพิมพ์ และ (4) ยอมรับความรับผิดชอบต่อทุกส่วนของงานและสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานส่วนใดส่วนหนึ่งได้ ผู้ที่ไม่ครบทั้งสี่เกณฑ์ไม่ควรเป็นผู้แต่ง แต่สามารถกล่าวถึงในส่วนกิตติกรรมประกาศ (Acknowledgments) ได้ ผู้นิพนธ์ห้ามใส่ชื่อผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในงานวิจัย (Gift Authorship) หรือละเว้นการใส่ชื่อผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ (Ghost Authorship) และต้องได้รับความยินยอมจากผู้แต่งทุกคนก่อนส่งบทความ รวมทั้งแจ้งให้ผู้แต่งทุกคนทราบถึงสถานะของบทความตลอดกระบวนการพิจารณา
2.5 การเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนและแหล่งทุนผู้นิพนธ์มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) และแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างโปร่งใสและครบถ้วนตามแนวทาง ICMJE Disclosure Form โดยต้องระบุแหล่งทุนที่สนับสนุนการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นทุนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือองค์กรต่าง ๆ พร้อมระบุหมายเลขทุน (Grant Number) หากมี เปิดเผยความสัมพันธ์ทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่น ๆ ที่อาจมีอิทธิพลต่อการตีความผลการวิจัย เช่น การเป็นที่ปรึกษา การถือหุ้น การได้รับค่าตอบแทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหางานวิจัย และระบุบทบาทของแหล่งทุนในการออกแบบการวิจัย การเก็บรวมรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนบทความ และการตัดสินใจส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ หากแหล่งทุนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนเหล่านี้ก็ต้องระบุให้ชัดเจนเช่นกัน การไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อาจถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์
2.6 การส่งบทความและการปฏิบัติตามกระบวนการพิจารณา ผู้นิพนธ์ต้องส่งบทความที่เป็นงานต้นฉบับ (Original Work) ที่ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่นในขณะเดียวกัน (ยกเว้นกรณีที่เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หรือการนำเสนอในการประชุมวิชาการที่ต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบ) ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามแนวทางสำหรับผู้นิพนธ์ (Guidelines for Authors) ของวารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา อย่างเคร่งครัด รวมถึงรูปแบบการเขียน การจัดหน้า การอ้างอิง และข้อกำหนดต่าง ๆ ส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ตามที่วารสารกำหนด พร้อมเอกสารประกอบที่จำเป็น เช่น หนังสือรับรองจริยธรรมการวิจัย แบบฟอร์มเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน และหนังสือยินยอมจากผู้แต่งทุกคน ผู้นิพนธ์ต้องตอบข้อคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างสร้างสรรค์และทันเวลาตามกำหนด โดยอธิบายการแก้ไขหรือให้เหตุผลที่ชัดเจนหากไม่สามารถแก้ไขตามข้อเสนอแนะได้ และต้องส่งบทความที่แก้ไขพร้อมจดหมายตอบกลับ (Response Letter) ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากล่าช้าเกินกว่า 60 วัน บรรณาธิการอาจถือว่าผู้นิพนธ์ไม่สนใจที่จะตีพิมพ์และยกเลิกการพิจารณา
2.7 การรับผิดชอบหลังการตีพิมพ์ ผู้นิพนธ์ยังคงมีความรับผิดชอบต่อบทความแม้หลังจากได้รับการตีพิมพ์แล้ว โดยต้องพร้อมที่จะตอบคำถามหรือข้อสงสัยจากผู้อ่านหรือนักวิจัยท่านอื่น ๆ เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ หรือข้อมูลในบทความ ให้ความร่วมมือกับบรรณาธิการในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบทความที่ตีพิมพ์ รวมถึงการให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือชี้แจงตามที่ร้องขอ แจ้งบรรณาธิการทันทีเมื่อพบข้อผิดพลาดที่มีนัยสำคัญในบทความที่ตีพิมพ์ และร่วมมือในการแก้ไขหรือถอนบทความหากจำเป็น ยอมรับและให้ความร่วมมือในกรณีที่บทความต้องถูกแก้ไข (Erratum) ชี้แจง (Clarification) หรือถอน (Retraction) เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาดร้ายแรง การละเมิดจริยธรรม หรือความไม่ถูกต้องที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงานวิจัย ผู้นิพนธ์ต้องเข้าใจว่าบทความที่ตีพิมพ์แล้วจะไม่ถูกลบออกจากระบบ แต่จะมีการประทับตรา "RETRACTED" หากจำเป็นต้องถอนบทความตามหลักการรักษาความสมบูรณ์ของบันทึกทางวิชาการ (Preserving the Scholarly Record) ตามแนวทาง COPE
2.8 การหลีกเลี่ยงการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ผู้นิพนธ์ต้องไม่ส่งบทความเดียวกันหรือบทความที่มีเนื้อหาเหมือนกันหรือคล้ายกันมากไปตีพิมพ์ในวารสารหลายแห่งพร้อม ๆ กัน (Duplicate Submission) หรือตีพิมพ์บทความที่มีข้อมูลหรือผลการวิจัยเดียวกันในวารสารหลายแห่งโดยไม่จำเป็น (Duplicate Publication) เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการทั้งสองฝ่ายและมีการอ้างอิงถึงบทความต้นฉบับอย่างชัดเจน เช่น การตีพิมพ์เป็นภาษาอื่น (Secondary Publication) หรือการตีพิมพ์ในวารสารเฉพาะทางที่ต่างกลุ่มเป้าหมาย ผู้นิพนธ์ต้องไม่แบ่งผลงานวิจัยเดียวกันออกเป็นบทความหลาย ๆ เรื่องเพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์โดยไม่สมควร (Salami Publication) ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลทางวิชาการที่ชัดเจนและแต่ละบทความมีจุดประสงค์และข้อสรุปที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน หากผู้นิพนธ์ประสงค์จะตีพิมพ์บทความที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยเดียวกัน ต้องอ้างอิงถึงบทความที่ตีพิมพ์ไปแล้วและอธิบายความแตกต่างอย่างชัดเจนในจดหมายถึงบรรณาธิการ (Cover Letter)
3. การอ้างอิงทางวิชาการที่สำคัญ
มาตรฐานสากล: Committee on Publication Ethics (COPE) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกก่อตั้งปี 1997 มีสมาชิกกว่า 13,000 วารสารทั่วโลก ให้แนวทางครอบคลุม Peer Review, Authorship, Conflicts of Interest และ Retraction ตรวจสอบแล้วว่าสอดคล้องกับ COPE Core Practices International Committee of Medical Journal Editors (ICMJE) ซึ่งจัดทำข้อแนะนำ "Uniform Requirements" ตั้งแต่ปี 1978 ครอบคลุม Authorship, Peer Review, COI และ Helsinki Declaration 2024 ตรวจสอบแล้วว่าใช้ได้กับทุกสาขารวมศึกษาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี Elsevier และ Springer Nature ซึ่งเป็นมาตรฐานจากสำนักพิมพ์ระดับโลกที่เป็นสมาชิก COPE และสอดคล้องกับ ICMJE
มาตรฐานไทย: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดทำแนวทางการพัฒนาวารสารวิชาการไทยสู่ฐานข้อมูลนานาชาติ กำหนดเกณฑ์มาตรฐาน TCI กลุ่ม 1-2 ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) กำหนด Similarity Index ไม่เกิน 20%
การอ้างอิงข้อมูลและแหล่งที่มาของเอกสารในการอ้างอิงนี้
เอกสาร "จริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ: วารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา" ฉบับนี้ได้รับการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มเติมจากแนวทางและมาตรฐานสากลด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลหลักดังนี้
การอ้างอิงและแหล่งที่มาของเอกสาร
เอกสาร "จริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ: วารสารศึกษาศาสตร์และสื่อสารการศึกษา" ฉบับนี้ได้รับการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มเติมจากแนวทางและมาตรฐานสากลด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลหลักดังนี้
แหล่งอ้างอิงหลักระดับสากล
Committee on Publication Ethics (COPE). (2024). Code of Conduct and Best Practice
Guidelines for Journal Editors. สืบค้นจาก https://publicationethics.org/
International Committee of Medical Journal Editors (ICMJE). (2024). Recommendations
for the Conduct, Reporting, Editing, and Publication of Scholarly Work
Elsevier. (2024). Publishing Ethics: Duties of Editors. สืบค้นจาก
https://www.elsevier.com/about/policies-and-standards/publishing-ethics
Springer Nature. (2024). Journal Editor's Code of Conduct. สืบค้นจาก
https://www.springernature.com/gp/editorial-policies
Wiley. (2024). Best Practice Guidelines on Publishing Ethics: A Publisher's Perspective (2nd
ed.). สืบค้นจาก https://authorservices.wiley.com/
แหล่งอ้างอิงระดับชาติ (ประเทศไทย)
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.). (2566). แนวทางการพัฒนาวารสารวิชาการไทยสู่
ฐานข้อมูลนานาชาติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI). (2566). เกณฑ์การประเมินคุณภาพวารสารวิชาการไทย. สืบค้น
จาก https://www.tci-thaijo.org/
วิจารณ์ พานิช. (2565). จริยธรรมการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.). (2565). แนวทางการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์.
กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
แหล่งอ้างอิงเฉพาะเรื่อง
World Medical Association. (2024). WMA Declaration of Helsinki – Ethical Principles for
Medical Research Involving Human Subjects. สืบค้นจาก https://www.wma.net/
EQUATOR Network. (2024). Enhancing the QUAlity and Transparency Of health Research.
สืบค้นจาก https://www.equator-network.org/
CrossRef. (2024). DOI and Metadata Best Practices. สืบค้นจาก https://www.crossref.org/