การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิตโดยใช้ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 3

Main Article Content

ประทักษรัตน์ เลาหะวาทิน
มนูญพงศ์ ชัยพันธุ์
นาราภัทร รัตนพิรุณ

บทคัดย่อ

     ทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิต เป็นพื้นฐานสำคัญของการคิดเชิงพื้นที่และตรรกะใน
เด็กปฐมวัย และชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ผ่านการสำรวจ ลงมือปฏิบัติจริง และแสดงออกอย่างอิสระ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิตของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ก่อนและหลัง
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัด
การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน จำนวน 28 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิต และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ ผู้วิจัยได้ใช้แบบแผนการวิจัยแบบทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่า t-test แบบ dependent


     ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิตของนักเรียนหลังเรียน (M = 23.14, SD = 13.76) โดยใช้เกมการศึกษาสูงกว่าก่อนเรียน (M = 7.18, SD = 14.74) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 และ 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 2.64, SD = 0.45) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะเรขาคณิต เนื่องจากกิจกรรมถูกออกแบบอย่างเป็นระบบตามระดับการคิดของ Van Hiele และส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งช่วยสร้าง
ความเข้าใจที่เป็นรูปธรรมและแรงจูงใจในการเรียนรู้ ดังนั้น การนำชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ไปใช้
ในการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ควรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยปรับการค้ำจุนทางการเรียนรู้
ในกิจกรรมที่ซับซ้อน เพื่อให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เลาหะวาทิน ป. ., ชัยพันธุ์ ม. ., & รัตนพิรุณ น. (2026). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางเรขาคณิตโดยใช้ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 3. วารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (JRIS), 3(2), 62–78. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JRIS/article/view/1489
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Afnida, M., & Utami, W. S. (2024). Using the Somatic, Auditory, Visual, and Intellectual (SAVI) learning model for improving geometry ability in early childhood. Jurnal Pendidikan Usia Dini, 18(1), 142–153. https://doi.org/10.21009/JPUD.181.10

Fox, E., & Riconscente, M. M. (2008). Metacognition and self-regulation in James, Piaget, and Vygotsky. Educational Psychology Review, 20(4), 373–389. https://doi.org/10.1007/s10648-008-9079-2

Moru, E. K., Malebanye, M., Morobe, N., & George, M. J. (2021). A van Hiele theory analysis for teaching volume of three-dimensional geometric shapes. Journal of Research and Advances in Mathematics Education, 6(1), 17–31. https://doi.org/10.23917/jramethedu.v6i1.11905

Novita, R., Putra, M., Rosayanti, E., & Fitriati, F. (2018). Design learning in mathematics education: Engaging early childhood students in geometrical activities to enhance geometry and spatial reasoning. Journal of Physics: Conference Series, 1088(1), Article 012051. https://doi.org/10.1088/1742-6596/1088/1/012051

Partini, K. E., Wirya, I. N., & Ujianti, P. R. (2017). Pengaruh metode proyek terhadap kemampuan mengenal bentuk geometri pada kelompok B Gugus I Singaraja semester I. e-Journal Pendidikan Anak Usia Dini Universitas Pendidikan Ganesha, 5(2), 210–219. https://doi.org/10.23887/paud.v5i2.11546

Putri, A. A., & Suparno. (2020). Recognize geometry shapes through computer learning in early math skills. Jurnal Pendidikan Usia Dini, 14(1), 50–64. https://doi.org/10.21009/JPUD.141.05

Shabani, K., Khatib, M., & Ebadi, S. (2010). Vygotsky's zone of proximal development: Instructional implications and teachers' professional development. English Language Teaching, 3(4), 237–248. https://doi.org/10.5539/elt.v3n4p237

Tachie, S. A. (2017). Meta-cognitive skills and strategies application: How this helps learners in mathematics problem-solving. EURASIA Journal of Mathematics, Science and Technology Education, 15(5), Article em1702. https://doi.org/10.29333/ejmste/105364

Zosh, L. M., Hirsh-Pasek, K., & Golinkoff, R. M. (2022). The power of playful learning in the early childhood setting. Young Children, 77(2), 7–13.

ชลาธิป สมาหิโต. (2562). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานสำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 39(1), 113–129.

บุญชม ศรีสะอาด. (2541). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2, เล่ม 1). คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.

รวินันท์ สัจจาศิลป์, ชลาธิป สมาหิโต, และปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร. (2561). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการสร้างสื่อจำลอง 3 มิติสำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 16(2), 34–44.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามบริบทไทย: แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางผ่าน “กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม”. บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.

แสงดาว แซ่หลู. (2562). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลวัดละหาร. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 3(8), 171–182.