มุมมองการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก: การสร้างพลังแห่งการคิดบวกของนักเรียน
Main Article Content
บทคัดย่อ
โรงเรียนขนาดเล็กเป็นกลไกสำคัญของระบบการศึกษาไทย ในการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ชนบทและห่างไกล แต่กลับเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากรและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้และแรงจูงใจของนักเรียน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมพลังแห่งการคิดบวกของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิด PERMA ของ Martin Seligman (2011)
ซึ่งประกอบด้วย อารมณ์เชิงบวก (Positive Emotions), การมีส่วนร่วม (Engagement), ความสัมพันธ์ที่ดี (Relationships), ความหมาย (Meaning) และความสำเร็จ(Accomplishment) ผลการสังเคราะห์แนวคิดพบว่า การประยุกต์ใช้แนวคิด PERMA ส่งเสริมพลังแห่งการคิดบวกในโรงเรียนขนาดเล็ก ช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ การทำกิจกรรมที่เน้นการชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ การสะท้อนคิด
และการเชื่อมโยงบทเรียนกับชีวิตจริง ส่งผลให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในตนเองและมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาพลังแห่งการคิดบวกในโรงเรียนขนาดเล็กเป็นการสร้างต้นทุนทางจิตใจที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนและเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ 21
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การอนุญาตลิขสิทธิ์
การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือสิ่งอื่นใดของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้รายใดมีความต้องการที่จะอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังข้อความทั้งหมดของบทความ รวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใดเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ บทความทุกฉบับที่ถูกเผยแพร่ในวารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจะเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License: https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/)
เอกสารอ้างอิง
Daniel, G. (2018). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.
Huppert, F. A., & So, T. T. C. (2020). Flourishing across Europe: Application of a new conceptual framework for defining well-being. Social Indicators Research, 97(2), 143–156.
Locke, E. A., & Latham, G. P. (2019). New developments in goal setting and task performance. Routledge.
Lopez, S. J., & Louis, M. C. (2019). The principles of strengths-based education. The Journal of Positive Psychology, 4(1), 71–79.
Seligman, M. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. https://psycnet.apa.org/record/2010-25554-000
Wong, P. (2017). Positive Psychology 2.0: Towards a balanced interactive model of the good life. The Journal of Humanistic Psychology. https://doi.org/10.1037/hum0000062
กัญภร เอี่ยมพญา, นิวัตต์ น้อยมณี, พรทิพย์ อ้นเกษม, อภิชาติ อนุกูลเวช, และ ดาวประกาย ระโส. (2565). โรงเรียนขนาดเล็ก: ปัญหาที่ต้องตัดสินใจ. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 23(1), 315–329.
วิทยากร เชียงกูล. (2562). พลังแห่งการคิดบวก = The power of positive thinking. ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567, กันยายน). รายงานสถานการณ์โรงเรียนขนาดเล็กของประเทศไทย [รายงานประจำปี 2567].
สำนักงานนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). ข้อมูลสถิติสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568/1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. https://www.bopp.go.th/?page_id=9086
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567ก). การจัดทำรายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2567: “เราเป็นเข็มทิศการศึกษา มุ่งพัฒนาทักษะ เรียนที่ชอบ ทำงานที่ใช่ ใช้ชีวิตให้มีความสุข” [รายงานประจำปี 2567].
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567ข). โรงเรียนขนาดเล็ก [รายงานเฉพาะเรื่องที่ 7 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา].