การจัดประสบการณ์แบบกลุ่มเพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความร่วมมือของเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดประสบการณ์แบบกลุ่มเพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความร่วมมือของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย - หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสาธิต แผนกปฐมวัย คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 23 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดประสบการณ์แบบกลุ่ม จำนวน 24 แผน และแบบประเมินทักษะการสื่อสารและความร่วมมือของเด็กปฐมวัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) ตามแบบแผนการทดลอง (The One-Group Pretest-Posttest Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า การประเมินทักษะการสื่อสารและความร่วมมือของเด็กปฐมวัย ก่อนการทดลองค่าเฉลี่ย (M=1.57, SD=0.51) แปลผลระดับน้อย และหลังการทดลองค่าเฉลี่ย (M=2.65, SD=0.49) แปลผลระดับมาก สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบกลุ่มจะมีทักษะการสื่อสารและความร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่สูงขึ้น สรุปได้ว่า การจัดประสบการณ์แบบกลุ่มเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทักษะการสื่อสารและความร่วมมือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการจัดประสบการณ์แบบกลุ่มได้สร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ตามหลักการการเป็นแบบอย่างที่ดีในการสื่อสาร การใช้สถานการณ์ที่ต้องใช้เหตุผลและปรับตัวเข้าหากัน และการประคับประคองให้เด็กใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้คล่องแคล่วขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การอนุญาตลิขสิทธิ์
การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือสิ่งอื่นใดของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้รายใดมีความต้องการที่จะอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังข้อความทั้งหมดของบทความ รวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใดเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ บทความทุกฉบับที่ถูกเผยแพร่ในวารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจะเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License: https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/)
เอกสารอ้างอิง
Amanda, W. (October 21, 2019) Communication in the early years: An introduction. New Zealand Council of Educational Research (NZCER). https://theeducationhub.org.nz/communication-in-the-early-years-an-introduction/
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Best, J. W. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs. Pretice Hall.
Bruner, J. (1983). Child's Talk. W.W. Norton.
Halliday, M. A. K. (1975). Learning how to mean: Explorations in the development of language. Elsevier.
Piaget, J. (1962). Play, dreams and imitation in childhood. Norton.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological
processes. Harvard University Press.
ณสิกาญจน์ ดำริวัฒนเศรษฐ์. (2564). ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลังโดยใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเสริมสร้างสังคมของเด็กอนุบาล. [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยบูรพา]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ดุษฎี อาษากิจ. (2553). ผลการส่งเสริมทักษะทางภาษาของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โดยการจัดประสบการณ์ตามแนวการสอนภาษาแบบธรรมชาติ. [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตมหาสารคาม]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิภา เกษตรสมบูรณ์. (2558). ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการโดยใช้กระบวนการกลุ่มที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. [ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
นัยทิพย์ ธีรภัค. (2566). บทบาทครูในการสื่อสารกับเด็กปฐมวัย. 11 กรกฎาคม 2566.
วารุณี เฉวียงวาศ และคณะ. (2565). การพัฒนาชุดการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดของทอแรนซ์ที่มีผลต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ความเชื่อมั่นในตนเองและทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 19(86), 53-66. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/SNGSJ/article/view/250524/