การพัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน เรื่อง พันธะโคเวเลนต์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่องพันธะโคเวเลนต์ โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน (Model-Based Learning) ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest–Posttest Design) กลุ่มที่ศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 จำนวน 39 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากเป็นห้องเรียนที่ผู้วิจัยรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ ใบบันทึกกิจกรรม ชิ้นงานแบบจำลอง แบบสังเกตกึ่งโครงสร้าง และแบบทดสอบวัดทักษะการสร้างแบบจำลอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การจัดหมวดหมู่ข้อมูล การหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังเรียน
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการสร้างแบบจำลองเพิ่มขึ้นหลังการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ดังนี้ 1) ผลการประเมินทักษะการสร้างแบบจำลองจากใบบันทึกกิจกรรม นักเรียนทั้ง 6 กลุ่มมีพัฒนาการของทักษะการสร้างแบบจำลองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการทำใบบันทึกกิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ โดยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 66.53 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ร้อยละ 75.00 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ร้อยละ 82.34 และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ร้อยละ 95.34 2) แบบสังเกตกึ่งโครงสร้างพบว่า นักเรียนทั้ง 6 กลุ่มมีพัฒนาการด้านทักษะการสร้างแบบจำลองเพิ่มขึ้นตามลำดับของการจัดการเรียนรู้ โดยในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 นักเรียนมีระดับทักษะอยู่ในระดับต่ำ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 อยู่ในระดับปานกลาง และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 อยู่ในระดับสูง แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการสร้างแบบจำลองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการจัดการเรียนรู้แบบใช้แบบจำลองเป็นฐาน (Model-Based Learning) 3) ผลการวิจัยจากแบบทดสอบวัดทักษะการสร้างแบบจำลอง พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 2.36 (ร้อยละ 23.59) และหลังเรียนเท่ากับ 8.05 (ร้อยละ 80.51) โดยวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายบุคคล และนำผลคะแนนมาจัดกลุ่มตามระดับความสามารถ ได้แก่ สูง ปานกลาง และต่ำ ซึ่งผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงให้เห็นว่าวิธีการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวสามารถพัฒนาทักษะการสร้างแบบจำลองของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การอนุญาตลิขสิทธิ์
การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ หรือสิ่งอื่นใดของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้รายใดมีความต้องการที่จะอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังข้อความทั้งหมดของบทความ รวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใดเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ บทความทุกฉบับที่ถูกเผยแพร่ในวารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจะเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License: https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/)
เอกสารอ้างอิง
Coll, C. (1999). Constructivismo y educación: La concepción constructivista de la enseñanza y el aprendizaje. In C. Coll, J. Palacios, & A. Marchesi (Eds.), Desarrollo psicológico y educación II: Psicología de la educación (pp. 157–188). Alianza Editorial.
Fortus, D., Shwartz, Y., & Rosenfeld, S. (2016). High school students’ meta-modeling knowledge. Research in Science Education, 46, 787–810. https://doi.org/10.1007/s11165-015-9480-z
Glynn, S. M., & Duit, R. (1995). Learning science meaningfully: Constructing conceptual models. In S. M. Glynn & R. Duit (Eds.), Learning science in the schools: Research reforming practice (pp. 3–33). Lawrence Erlbaum Associates.
Gobert, J. D., & Buckley, B. C. (2000). Introduction to model-based teaching and learning in science education. International Journal of Science Education, 22(9), 891–894.
Greenbowe, T. J. (2003). Virtual chemistry laboratory simulations. Department of Chemistry, Iowa State University.
Johnstone, A. H. (1993). The development of chemistry teaching: A changing response to changing demand. Journal of Chemical Education, 70(9), 701–705.
Justi, R., & Gilbert, J. K. (2002). Models and modelling in chemical education. In J. K. Gilbert, O. De Jong, R. Justi, D. F. Treagust, & J. H. Van Driel (Eds.), Chemical education: Towards research-based practice (pp. 47–68). Springer.
Lee, H.-S., Liu, O. L., & Linn, M. C. (2013). Validating measurement of knowledge integration in science learning. Journal of Research in Science Teaching, 50(2), 206–237. https://doi.org/10.1002/tea.21088
Schwarz, C. V., Reiser, B. J., Davis, E. A., Kenyon, L., Achér, A., Fortus, D., Shwartz, Y., Hug, B., & Krajcik, J. S. (2009). Developing a learning progression for scientific modeling: Making scientific modeling accessible and meaningful for learners. Journal of Research in Science Teaching, 46(6), 632–654. https://doi.org/10.1002/tea.20311
ชาตรี ฝ่ายคำตา และภรทิพย์ สุภัทรชัยวงศ์. (2557). การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน (Model-based learning). วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 29(3), 86–99.