ปิดช่องว่างร้อยละ 12: การยกระดับประสิทธิผลการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย ด้วยการอภิบาลร่วมและเศรษฐกิจหมุนเวียน
คำสำคัญ:
ประสิทธิผลการดำเนินงาน, การจัดการสิ่งแวดล้อม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, การอภิบาลร่วม, เศรษฐกิจหมุนเวียนบทคัดย่อ
การจัดการขยะมูลฝอยเป็นภารกิจหลักตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเป็นตัวชี้วัดที่ประชาชนสัมผัสได้ชัดที่สุดว่าการบริหารภาครัฐในระดับพื้นที่มีคุณภาพเพียงใด แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 กำหนดเป้าหมายอัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ภายในปี พ.ศ. 2570 แต่ในปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 27.20 ล้านตัน และนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียงประมาณร้อยละ 28 จึงเหลือช่องว่างที่ต้องปิดให้ได้ ราวร้อยละ 12 ภายในเวลาเพียงสามปี บทความวิชาการนี้เสนอข้อโต้แย้งว่า ช่องว่างดังกล่าวมิได้เป็น ปัญหาเชิงเทคนิคเป็นด้านหลัก หากแต่เป็นปัญหาเชิงสถาบันของการบริหารภาครัฐ บทความใช้วิธีวิเคราะห์เอกสาร จากเครื่องมือเชิงนโยบาย รายงานสถานการณ์ของหน่วยงานรัฐ และวรรณกรรมที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ่เผยแพร่ภายในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนากรอบการวิเคราะห์ประสิทธิผลการดำเนินงาน 5 มิติ ได้แก่ มิติกระบวนการจัดการ มิติลำดับชั้นการจัดการขยะและหลักการ 5R มิติทรัพยากรและสมรรถนะองค์การ มิติการอภิบาลร่วม และมิตินโยบายและกฎหมาย ผลการวิเคราะห์พบข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง 4 ประการ คือ ความไม่สมมาตรด้านการคลังและสมรรถนะระหว่าง อปท. ขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก การที่กฎหมายผลักภาระ หลังการบริโภคทั้งหมดมาที่ท้องถิ่นโดยไม่มีความรับผิดรับชอบของผู้ผลิต การมีส่วนร่วมที่ยังเป็นแบบกิจกรรม มากกว่าการสร้างสถาบัน และการขาดตัวชี้วัดประสิทธิผลที่เป็นมาตรฐานร่วม บทความเสนอ “โมเดล PACE” อันประกอบด้วยความสอดคล้องเชิงนโยบาย ทรัพยากรและสมรรถนะที่ตรวจสอบได้ การอภิบาลร่วม และการหมุนเวียนเชิงนิเวศ เป็นเส้นทางบูรณาการในการยกระดับประสิทธิผลของท้องถิ่น พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงวิชาการว่าด้วยการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต การรวมกลุ่มพื้นที่ การปฏิรูปค่าธรรมเนียมให้สะท้อนต้นทุน และการติดตามผลการดำเนินงานด้วยตัวชี้วัดเทียบเคียงมาตรฐานสากล
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). รายงานสถานการณ์สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: ส่วนขยะมูลฝอยชุมชน กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ.
กรมควบคุมมลพิษ. (2567). รายงานสถานการณ์สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: ส่วนขยะมูลฝอยชุมชน กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ.
ญาสุมินทร์ รักไธสง และปานปั้น รองหานาม. (2568). แนวทางการบริหารจัดการขยะของชุมชนต้นแบบบ้านวังโพน ตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมร วิทยาเขตอีสาน, 6(2), 1-12. เข้าถึงจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jhsmbuisc
นฤนาท ยืนยง และพิชชานาถ เงินดีเจริญ. (2565). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยของตำบลสำพะเนียง อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 12(2), 279-297.
นิภาพรรณ เจนสันติกุล. (2565). การบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารสิ่งแวดล้อม, 26(1). เข้าถึงจาก https://thaienvi.com/article/view/331
ปริญฤทธิ์ ภู่คำมี, รชานนท์ สนิทรักษ์, นัทธวัฒน์ การาสี, มงคล จันทร์รุ่งเรือง และโชติ บดีรัฐ. (2567). แนวทางการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 9(3), 382-396.
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา, 134(26 ก), 1-4.
รัษฎากร วินิจกุล, ปรียานุช พรหมภาสิต, พิษณุ บุญนิยม และณัฐนันท์ ทองทรัพย์. (2567). การบริหารจัดการขยะ (Zero Waste): กรณีศึกษาชุมชนต้นแบบ จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม, 3(1), 22-38.
วาริญนิศา วิจิตรวงศ์วาน และวิจิตรา ศรีสอน. (2565). แนวทางในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนต้นแบบบ้านรางพลับ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ด้วยแนวคิดขยะเหลือศูนย์. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8(4), 253-268.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
Cameron, K. S. (1986). Effectiveness as paradox: Consensus and conflict in conceptions of organizational effectiveness. Management Science, 32(5), 539-553. https://doi.org/10.1287/mnsc.32.5.539
Guerrero, L. A., Maas, G., & Hogland, W. (2013). Solid waste management challenges for cities in developing countries. Waste Management, 33(1), 220-232. https://doi.org/10.1016/j.wasman.2012.09.008
Marks, D., Miller, M. A., & Vassanadumrongdee, S. (2023). Closing the loop or widening the gap? The unequal politics of Thailand's circular economy in addressing marine plastic pollution. Journal of Cleaner Production, 391, 136218. https://doi.org/10.1016/j.jclepro.2023.136218
Osborne, S. P. (Ed.). (2010). The new public governance? Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. London: Routledge.
Samitthiwetcharong, S., Kullavanijaya, P., Suwanteep, K., & Chavalparit, O. (2023). Towards sustainability through the circular economy of plastic packaging waste management in Rayong Province, Thailand. Journal of Material Cycles and Waste Management, 25(3), 1824-1840. https://doi.org/10.1007/s10163-023-01657-0
United Nations Environment Programme. (2024). Global waste management outlook 2024: Beyond an age of waste - Turning rubbish into a resource. Nairobi: UNEP. https://doi.org/10.59117/20.500.11822/44939
Vassanadumrongdee, S., Kallayanapattharasit, R., Lekkham, A., & Unroj, P. (2023). Utilizing Wasteaware benchmark indicators to improve municipal solid waste management in northern Thailand. Applied Environmental Research, 45(1), 006. https://doi.org/10.35762/AER.2023006
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.

