ขอแรงจูงใจจากคนที่ยังไม่มีความมั่นคง: ความขัดแย้งระหว่างการบริหารภาครัฐแนวใหม่ กับทฤษฎีแรงจูงใจในบริบทบุคลากรท้องถิ่นไทย

ผู้แต่ง

  • ชิณวัฒน์ หาเงิน -

คำสำคัญ:

แรงจูงใจในการทำงาน, บุคลากรท้องถิ่น, การบริหารภาครัฐแนวใหม่, ปัจจัยค้ำจุน, ความมั่นคงในการจ้างงาน

บทคัดย่อ

วรรณกรรมไทยว่าด้วยขวัญและแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรท้องถิ่นมักดำเนินไปเป็นสองส่วนที่แยกจากกัน คือทบทวนทฤษฎีแรงจูงใจคลาสสิกส่วนหนึ่ง ทบทวนแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่อีกส่วนหนึ่ง แล้วสรุปว่าควรนำทั้งสองมาผสานกัน บทความวิชาการนี้เสนอว่า เมื่ออ่านองค์ความรู้สองชุดนี้ โดยวางเทียบกันแทนที่จะวางเรียงกัน จะพบว่าทั้งสองขัดแย้งกันในประเด็นที่เฉพาะเจาะจงและมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ทฤษฎีแรงจูงใจทุกทฤษฎีที่วรรณกรรมกลุ่มนี้อ้างถึงล้วนถือว่าความมั่นคงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้น มิใช่ปัจจัยจูงใจ โดย Maslow จัดความมั่นคงปลอดภัยไว้ในลำดับที่สอง Herzberg จัดความมั่นคงในงาน ไว้ในกลุ่มปัจจัยค้ำจุนซึ่งเมื่อขาดไปจะเกิดความไม่พึงพอใจที่ปัจจัยจูงใจชดเชยไม่ได้ และ Alderfer จัดไว้ในกลุ่มความต้องการเพื่อการดำรงชีวิต ในทางตรงกันข้าม การบริหารภาครัฐแนวใหม่ลดน้ำหนักของความมั่นคงในการจ้างงานลงอย่างชัดแจ้ง และหันไปเน้นการจ้างงานตามผลการปฏิบัติงานและการจ้างงานแบบมีกำหนดระยะเวลา ในบริบทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย ความตึงเครียดนี้เป็นเรื่องเชิงโครงสร้างมิใช่เพียงวาทกรรม เนื่องจากมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดเพดานค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไว้ที่ร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งผลักให้หน่วยงานขนาดเล็กต้องใช้พนักงานจ้างที่มีสัญญาจ้างระยะเวลาจำกัดเป็นกำลังหลัก ข้อเสนอเชิงนโยบายที่พบทั่วไป ซึ่งเรียกร้องการพัฒนาภาวะผู้นำ องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก จึงเป็นการใช้ปัจจัยจูงใจแก้ปัญหาที่โดยการวินิจฉัยแล้วเป็นปัญหาปัจจัยค้ำจุน บทความเสนอมโนทัศน์ “เพดานแรงจูงใจ” และตารางวินิจฉัยที่จับคู่มาตรการเข้ากับข้อจำกัด ที่ผูกมัดบุคลากรท้องถิ่นแต่ละกลุ่ม

เอกสารอ้างอิง

ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน. (2550). การถ่ายโอนความสามารถด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์จากองค์การกลางบริหารงานบุคคลภาครัฐให้กับหัวหน้าส่วนราชการ. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ระดับประเทศ ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2549). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารราชการแนวใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

นิติพล ภูตะโชติ. (2559). พฤติกรรมองค์การ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. (2542, 29 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา, 116(120 ก), 1.

พชรพร บุญปก. (2569). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น: กรอบทฤษฎีบูรณาการและแนวทางเชิงนโยบาย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 372-383.

รัชนีกร ผาวงษ์, จิรภา มาตราช, วรนุช ไชยพรม และธิตยา พรใส. (2567). ภาครัฐยุคใหม่: การวิเคราะห์ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการปรับใช้. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(3), 591-597. เข้าถึงจาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jamsd/article/view/475

สมคิด บางโม. (2558). องค์การและการจัดการ (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง และอภิชัย บัวละพา. (2569). การเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 340-354.

Adams, J. S. (1965). Inequity in social exchange. In L. Berkowitz (Ed.), Advances in experimental social psychology (Vol. 2, pp. 267-299). New York: Academic Press.

Alderfer, C. P. (1972). Existence, relatedness, and growth: Human needs in organizational settings. New York: Free Press.

Hardy, B. (2013). Morale: Definitions, dimensions and measurement [Doctoral dissertation, University of Cambridge, Cambridge Judge Business School].

Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work. New York: John Wiley & Sons.

Hood, C. (1991). A public management for all seasons? Public Administration, 69(1), 3-19. https://doi.org/10.1111/j.1467-9299.1991.tb00779.x

Maslow, A. H. (1970). Motivation and personality (2nd ed.). New York: Harper & Row.

McClelland, D. C. (1961). The achieving society. Princeton, NJ: Van Nostrand.

McGregor, D. (1960). The human side of enterprise. New York: McGraw-Hill.

Osborne, S. P. (Ed.). (2010). The new public governance? Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. London: Routledge.

Perry, J. L., & Wise, L. R. (1990). The motivational bases of public service. Public Administration Review, 50(3), 367-373. https://doi.org/10.2307/976618

Porter, L. W., & Lawler, E. E. (1968). Managerial attitudes and performance. Homewood, IL: Richard D. Irwin.

Ritz, A., Brewer, G. A., & Neumann, O. (2016). Public service motivation: A systematic literature review and outlook. Public Administration Review, 76(3), 414-426. https://doi.org/10.1111/puar.12505

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

หาเงิน ช. (2026). ขอแรงจูงใจจากคนที่ยังไม่มีความมั่นคง: ความขัดแย้งระหว่างการบริหารภาครัฐแนวใหม่ กับทฤษฎีแรงจูงใจในบริบทบุคลากรท้องถิ่นไทย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(4), 489–497. สืบค้น จาก https://so17.tci-thaijo.org/index.php/jppi/article/view/2020