ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
บทคัดย่อ
ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐและประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมายในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทยร่วมสมัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง บทความวิชาการนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์แนวคิดทางทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ควบคู่กับการนำข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดย NIDA Poll ในปี พ.ศ. 2566 – 2567 มาใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ โดยประชาชนยังคงมีความกังวลต่อประเด็นความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้กรอบทฤษฎีระบบราชการของ Weber ความเชื่อมั่นของประชาชนมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการรับรู้ต่อการใช้อำนาจรัฐที่ยึดหลักกฎหมาย ความเป็นกลางทางการเมือง และการจำกัดการใช้อำนาจตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ทฤษฎีการรับรู้ทางการเมืองช่วยอธิบายว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หากแต่ถูกก่อรูปผ่านประสบการณ์ตรง การสื่อสารขององค์กร และการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งในบริบทขององค์กรตำรวจ ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ในสายตาประชาชน บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และวิเคราะห์ปัจจัยเชิงโครงสร้างและการรับรู้ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นดังกล่าว ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎีระบบราชการของ Max Weber ทฤษฎีการรับรู้ทางการเมือง และกรอบนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. (2566). ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 1. https://nidapoll.nida.ac.th
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. (2567). ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 2. https://nidapoll.nida.ac.th
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2564). ประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ.
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565. (2565). ราชกิจจานุเบกษา.
Almond, G. A., & Verba, S. (1963). The civic culture: Political attitudes and democracy in five nations. Princeton University Press. https://www.jstor.org/stable/j.ctt183pnr2
Blind, P. K. (2007). Building trust in government in the twenty-first century: Review of literature and emerging issues (Working Paper No. ST/ESA/PAD/SER.E/84). United Nations Department of Economic and Social Affairs.
Easton, D. (1965). A systems analysis of political life. Wiley.
Goodsell, C. T. (2015). The new case for bureaucracy. CQ Press.
Heider, F. (1958). The psychology of interpersonal relations. John Wiley & Sons. https://doi.org/10.1037/10628-000
Merton, R. K. (1940). Bureaucratic structure and personality. Social Forces, 18(4), 560–568. https://doi.org/10.2307/2570634
Organization for Economic Co-operation and Development. (2001). Citizens as partners: Information, consultation and public participation in policy-making. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264195561-en
Organization for Economic Co-operation and Development. (2017). Trust and public policy: How better governance can help rebuild public trust. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264268920-en
Osborne, S. P. (2006). The new public governance. Public Management Review, 8(3), 377–387. https://doi.org/10.1080/14719030600853022
Tyler, T. R. (1990). Why people obey the law. Yale University Press.
Tyler, T. R. (2006). Why people obey the law (2nd ed.). Princeton University Press.
United Nations Development Programme. (1997). Governance for sustainable human development: A UNDP policy document. UNDP. https://www.undp.org/publications/governance-sustainable-human-development
Weber, M. (1947). The theory of social and economic organization (T. Parsons, Trans.). Free Press.
Weber, M. (1978). Economy and society: An outline of interpretive sociology (G. Roth & C. Wittich, Eds.). University of California Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.


