เมื่อคะแนน 93 อยู่คู่กับอันดับ 107: ช่องว่างระหว่างการรับรู้กับร่องรอยในการประเมิน ธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย
คำสำคัญ:
ธรรมาภิบาล, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ความตรงของเครื่องมือวัด, การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส, การมีส่วนร่วมแต่เพียงในนามบทคัดย่อ
งานวิจัยไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รายงานผลตรงกันอย่าง สม่ำเสมอว่า การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลอยู่ในระดับสูงและประสิทธิภาพการบริหารอยู่ใน ระดับสูงเช่นกัน ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศอยู่ที่ 93.05 จาก 100 คะแนน และมีหน่วยงานผ่านเกณฑ์ 7,696 แห่ง ทว่าในปีเดียวกัน ประเทศไทยได้คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต 34 จาก 100 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศ บทความวิชาการนี้เสนอว่าความแตกต่างดังกล่าวมิใช่ปริศนา ที่ต้องหาคำอธิบายมากลบ หากแต่เป็นปัญหาของเครื่องมือวัดที่ต้องเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา และหน่วยงานกำกับเองก็ได้ยอมรับประเด็นนี้โดยปริยายแล้ว ด้วยการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เพื่อยกเครื่องเครื่องมือประเมินให้สะท้อนความโปร่งใสและสัมพันธ์กับ สถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตมากขึ้น โดยใช้การวิเคราะห์เอกสาร บทความเสนอว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่ วัดสองสิ่งที่สังเกตได้ง่าย คือการรับรู้ของผู้ตอบแบบสอบถามและการมีอยู่ของเอกสารและกลไก แต่ละเว้นการวัดสิ่งที่มีความหมายที่สุด คือกลไกเหล่านั้นเปลี่ยนการตัดสินใจได้จริงหรือไม่ งานวิจัยเชิงคุณภาพของไทยที่พบว่าผู้บริหารท้องถิ่นเข้าใจหลักนิติธรรมเพียงในความหมายของการทำตามกฎหมาย และปรากฏการณ์การมีส่วนร่วมแต่เพียงในนาม ล้วนเป็นอาการของช่องว่างนี้ บทความจึงเสนอมโนทัศน์ “ช่องว่างระหว่างการรับรู้กับร่องรอย” และ “บันไดหลักฐานสามขั้น” ซึ่งแยกการรับรู้ การมีอยู่ของกลไก และร่องรอยที่ตรวจสอบได้ว่ากลไกมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ออกจากกัน พร้อมเสนอตัวชี้วัดสำหรับขั้นที่สาม
เอกสารอ้างอิง
โกวิทย์ พวงงาม. (2561). การปกครองท้องถิ่นไทย หลักการและมิติใหม่ในอนาคต (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ชาญยุทธ หาญชนะ. (2567). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ, 12(3), 350-359. เข้าถึงจาก https://jeal.snru.ac.th
พชรพร บุญปก. (2569). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น: กรอบทฤษฎีบูรณาการและแนวทางเชิงนโยบาย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 372-383.
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546. (2546, 9 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 120(100 ก), 1-16.
พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. (2542, 17 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา, 116(114 ก), 48-65.
พระสุริยะ ศรีสุระ. (2565). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 6(1), 80-90. เข้าถึงจาก https://ojs.mbu.ac.th/index.php/jbpe
พิทยา บวรวัฒนา. (2564). รัฐประศาสนศาสตร์ ทฤษฎีและแนวทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วุฒิสาร ตันไชย. (2562). การปกครองท้องถิ่นกับการบริหารสาธารณะยุคใหม่. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง และอภิชัย บัวละพา. (2569). การเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 340-354.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2567). ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. นนทบุรี: สำนักงาน ป.ป.ช. เข้าถึงจาก https://itas.nacc.go.th
สุเทพ แสงบุตร. (2558). ธรรมาภิบาลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์]. เข้าถึงจาก http://libdcms.nida.ac.th
อรทัย ก๊กผล. (2558). การปกครองท้องถิ่นไทย หลักการและความเป็นจริง. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
Bertot, J. C., Jaeger, P. T., & Grimes, J. M. (2010). Using ICTs to create a culture of transparency: E-government and social media as openness and anti-corruption tools for societies. Government Information Quarterly, 27(3), 264-271. https://doi.org/10.1016/j.giq.2010.03.001
Bovens, M. (2007). Analysing and assessing accountability: A conceptual framework. European Law Journal, 13(4), 447-468. https://doi.org/10.1111/j.1468-0386.2007.00378.x
Bozeman, B. (2007). Public values and public interest: Counterbalancing economic individualism. Washington, DC: Georgetown University Press.
Hood, C. (1991). A public management for all seasons? Public Administration, 69(1), 3-19. https://doi.org/10.1111/j.1467-9299.1991.tb00779.x
Osborne, S. P. (Ed.). (2010). The new public governance? Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. London: Routledge.
Pollitt, C., & Bouckaert, G. (2017). Public management reform: A comparative analysis - into the age of austerity (4th ed.). Oxford: Oxford University Press.
Transparency International. (2025). Corruption Perceptions Index 2024. Berlin: Transparency International. https://www.transparency.org/en/cpi/2024
United Nations Development Programme. (1997). Governance for sustainable human development: A UNDP policy document. New York: UNDP.
World Bank. (1992). Governance and development. Washington, DC: The World Bank.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.

